คณบดีมหาจุฬาฯมอบเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้UNHCR

กรุงเทพ( 3 เม.ย.56) –พระสุธีธรรมานุวัตร (เทียบ สิริญาโณ) คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) เป็นประธานมอบเงิน ให้แก่ตัวแทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) ประจำกรุงเทพ ภายหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ค่ายผู้อพยพบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอนเมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ตัวแทนของยูเอ็นเอชซีอาร์ผู้รับมอบเงินจำนวน 200,000 บาท คือ นายคริสตอฟ เกลนนิสชัน (Christophe Glenission) เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการระดมทุนประจำภูมิภาค(Senior Regional Private Sector Fundraising Officer) โดยเขากล่าวว่าจะนำเงินที่ได้รับบริจาคนี้ไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยใน ศูนย์ผู้อพยพต่างๆ โดยเฉพาะศูนย์แม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

พระสุธีธรรมานุวัตร กล่าวว่า เงินที่มอบให้ยูเอ็นซีอาร์ แม้เป็นจำนวนไม่มาก แต่เป็นการแสดงถึงน้ำใจกับผู้อพยพที่ลี้ภัยมาอยู่ในประเทศไทยและกำลังประสบความเดือดร้อน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ศูนย์แม่สุริน เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งได้ทราบข่าวจากสื่อบางสำนัก ขณะที่การช่วยเหลือครั้งนี้ยังถือเป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมของชาวพุทธ อย่างเช่น หลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา อีกด้วย เนื่องจากศาสนาพุทธสอนให้เป็นคนมีเมตตาต่อผู้ที่ประสบกับปัญหาความทุกข์ ความเดือดร้อน

“ตอนแรกปรึกษากันว่า เราจะเดินทางไปมอบเงินให้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ที่องค์กรสหประชาชาติ ประจำกรุงเทพ แต่อาตมาต้องการให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์มารับมอบเงินที่มจร.วัดมหาธาตุแทน เพราะอยากให้เจ้าหน้าที่ยูเอ็นได้มาเห็นการทำกิจกรรมของมจร.เราด้วยว่า เป็นอย่างไร” พระสุธีธรรมานุวัตร กล่าว และว่า ผู้บริจาคเงินในครั้งนี้ไม่ประสงค์ออกนาม

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มจร. กล่าวด้วยว่า การให้ความช่วยเหลือผู้อพยพเกิดจากความปรารถนาในลักษณะการแสดงออกซึ่งความกรุณา โดยเฉพาะการครองชีวิตของภิกษุเพศที่ว่าโดยหลักการของพระพุทธศาสนาแล้วจะต้องอุทิศตนเสียสละเพื่อช่วยเหลือคนทั่วไปเท่าที่สามารถช่วยได้ และการช่วยเหลือดังกล่าว ไม่จำกัดชาติพันธุ์ หรือศาสนา เพราะทุกคนเป็นมนุษย์เท่าเทียมเหมือนกันหมด

ด้านนาย Glenission กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณในความมีน้ำใจของพระสุธีธรรมาวัตร(เทียบ สิริญาโณ) นิสิตมจร. และคนไทย ที่ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพที่ลี้ภัยมาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะนำเงินที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือผู้อพยพตามค่ายต่างๆในประเทศไทย โดยเฉพาะที่ศูนย์แม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่เพิ่งเกิดเหตุการณ์เจ้าคุณฯบริจาคยูเอ็น

ตัวแทนของยูเอ็นเอชซีอาร์ที่เดินทางมารับมอบเงินกล่าวว่า ผู้อพยพในประเทศไทยมีจำนวนมาก เฉพาะค่ายแม่สุริน ที่เดียวมีจำนวนประมาณ 4,000 คน และยังคงได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์เพลิงไหม้อยู่ เงินที่ได้รับบริจาคจากชาวมจร.ครั้งนี้ จะนำไปใช้จ่ายเพื่อเป็นค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า เวชภัณฑ์ และการสร้างระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในค่าย เช่น บ้านพักผู้อพยพ เป็นต้น ซึ่งระเบียบของการจัดสรรเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยของยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุว่า หากได้รับเงินบริจาคจากประเทศเจ้าของพื้นที่ที่ศูนย์อพยพนั้นตั้งอยู่ ก็ให้ใช้เงินบริจาคนั้นช่วยเหลือศูนย์ผู้อพยพในประเทศนั้น

“ในประเทศไทยมีศูนย์ผู้ลี้ภัยทั้งหมด 9 ศูนย์ มีผู้อพยพจำนวนหนึ่ง รอเดินทางไปประเทศที่ 3 เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ซึ่งเราก็ทำตามความประสงค์ของผู้อพยพเหล่านั้น หากผู้อพยพมั่นใจว่าสามารถเดินทางกลับบ้านและอยู่อย่างปลอดภัยเราก็ดำเนินการให้ แต่หากยังต้องการอยู่ในศูนย์ ในประเทศไทยต่อไป ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ก็มีค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะศูนย์แม่สุริน เราต้องการสร้างที่พักทดแทนที่พักที่เพลิงเสียหายไป เป็นการด่วน” นาย Glenission กล่าว

สำหรับเหตุเพลิงไหม้ที่ศูนย์พักพิงผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 37 ราย และมีผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย 2,300 คน

ข้อมูลของยูเอ็นเอชซีอาร์ ระบุว่า ศูนย์อพยพหรือศูนย์ผู้ลี้ภัยแม่สุริน มีจำนวนผู้ลี้ภัยจำนวน 3,826คน จดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ยูเอ็นเอชซีอาร์แล้ว 1,705 คน ศูนย์แบ่งพื้นที่เป็น คุ้มๆ จำนวน 4 คุ้ม แต่ละคุ้มมีประมาณ 100 หลังคาเรือน

ยูเอ็นเอชซีอาร์เริ่มดำเนินการในประเทศไทยโดยคำเชิญของรัฐบาลไทยในปีพ.ศ. 2518 สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ผู้ลี้ภัยนับแสนคนจากประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนามอพยพเข้ามาในประเทศไทย ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยในภูมิภาคอินโดจีน ช่วงเวลานั้น มีผู้ลี้ภัยกว่า1.3 ล้านคนอยู่ในความดูแลของรัฐบาลไทยเป็นเวลาหลายปี

ปัจจุบัน ผู้ลี้ภัยที่ลงทะเบียนในประเทศไทยมีจำนวนเกือบ 113,000 คน และผู้ที่ลงทะเบียนขอลี้ภัยอีก 12,500 คน โดยส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย ชาวกะเหรี่ยง และกะเหรี่ยงแดงจากประเทศพม่า ผู้ลี้ภัยในประเทศไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ใน 4 จังหวัด รัฐบาลไทยดูแลบริหารที่พักพิงทั้งหมด โดยความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราว เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาล เอ็นจีโอ และยูเอ็นเอชซีอาร์ โดยยูเอ็นเอชซีอาร์มีบทบาทหลักในการให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยเพื่อให้มีสภาพ ความเป็นอยู่ที่มั่นคงปลอดภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาระหว่างที่อาศัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราว

น.ส.จำลองลักษณ์ สุจริตจันทร์ นิสิตปริญญาเอก มจร. สาขาพระพุทธศาสนา ในฐานะตัวแทนของนิสิต กล่าวว่า การบริจาคเงินให้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ดังกล่าว นับว่าสมความประสงค์ของผู้บริจาค เนื่องจากก่อนหน้านี้ตนและเพื่อนๆ ได้พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินทางไปบริจาคเงินและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นถึงศูนย์ผู้ลี้ภัยด้วยตัวเองที่แม่ฮ่องสอน แต่ทราบว่าทางการไม่อนุญาต จึงได้พยายามหาหนทางอื่นเพื่อให้ความช่วยเหลือ การบริจาคให้ยูเอ็นเอชซีอาร์ครั้งนี้จึงเป็นการบริจาคให้กับองค์กรระหว่างประเทศที่ดูแลในเรื่องผู้ลี้ภัยโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านหน่วยงานอื่น

ทั้งนี้ ยูเอ็นเอชซีอาร์ ได้มีหนังสือ HCR/BKK/PSFR/012 วันที่ 3 เมษายน 2556 ลงนามโดย Mireille Girard -ตัวแทนของยูเอ็นเอชซีอาร์ ขอบคุณบัณฑิตวิทยาลัย มจร. สำหรับการบริจาคเงินครั้งนี้ โดยองค์กรของสหประชาชาติแห่งนี้จะนำเงินบริจาคดังกล่าว ไปใช้ดูแลเด็ก สตรี คนพิการ ตลอดถึงคนสูงอายุในศูนย์ลี้ภัย จำนวน 9 แห่งในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ศูนย์ฯกำลังดำเนินการหลายโครงการ เช่น การฝึกอาชีพให้กับผู้ลี้ภัย การฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย การสอนภาษา เป็นต้น เพื่อให้ผู้ลี้ภัยสามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์เพลิงไม้ที่ศูนย์บ้านแม่สุริน ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ สามารถนำเงินที่ได้รับบริจาคครั้งนี้ ไปให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยโดยตรงได้ทันที

พีท พงศ์พิพัฒนพันธุ์ รายงาน

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: