เมื่ออเมริกาถอนแซงก์ชั่นพม่า

พีร์  พงศ์พิพัฒนพันธุ์ ptipitaka@yahoo.com

 

ดังที่ผมเคยเขียนไปก่อนหน้านี้  ภายหลังการเยือนพม่าของซีเนเตอร์จอห์น แมคเคน  แห่งพรรครีพับลิกันว่า อเมริกากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอนการคว่ำบาตร(รัฐบาล)พม่า  การเดินทางของซีเนเตอร์แมคเคนดังกล่าว เสมือนเป็นการไปดูว่า ทางการพม่ามีท่าอย่างไรบ้าง  เหมือนกับการเดินทางไปพม่าของฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของอเมริกา ทำนองเดียวกัน

โดยเฉพาะการที่ทั้งคู่เข้าพบกับนางอองซาน ซูจี หัวหน้าพรรคสันนิบาตประชาธิปไตย (NLD) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านในพม่าเจ้าเดียวที่ดูแล้วมีอำนาจคานกับรัฐบาลของประธานาธิบดีเต็งเส่ง

ผลการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฎว่าพรรคของนางอองซานซูจี สามารถกวาดที่นั่งสส.มากกว่า 43 ที่นั่ง จากการแย่งชิงเก้าอี้ 45 ที่นั่ง  ซึ่งเป็นการชนะอย่างถล่มทลาย  ทำให้กลายเป็นที่จับตามองของประเทศตะวันตก โดยเฉพาะจากฟากอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจสำคัญที่สามารถกำหนดชะตากรรมของคนพม่า อย่างน้อยก็ในแง่ของวิถีเศรษฐกิจ

ท่าทีของอเมริกาจึงสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะท่าทีจากฝ่ายการเมืองอเมริกันทั้ง 2 พรรค

นายวิน มิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองประจำมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เชื่อว่าวอชิงตันดี.ซี. จะยกเลิกการคว่ำบาตรพม่าในไม่ช้า  เริ่มตั้งแต่การยกเลิกบางมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินก่อน   ก่อนที่จะขยายไปสู่การยกเลิกมาตรการด้านเศรษฐกิจอื่นๆ   ซึ่งอาจทำให้กลุ่มการเมืองในอเมริกาฝ่ายตึงหรือฝ่ายที่ไม่ประนีประนอมกับรัฐบาลเผด็จการ และต้องการให้คงมาตรการนี้ไว้อาจไม่พอใจ

ความเป็นจริง แล้วการกำหนดนโนบายต่อพม่าแบบกลางๆ ย่อมดีที่สุด เพราะสหรัฐเองก็จะได้รับประโยชน์ต่อการผูกความสัมพันธ์กับรัฐบาลพม่าด้วยเช่นกัน

การอนุโลมให้มีการผ่อนผันการแซงก์ชั่นในบางมาตรการน่าจะเกิดขึ้นเป็นระยะ เพื่อดูความเป็นไปของสถานการณ์ทางการเมืองของพม่า  ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในพม่าที่จะมีขึ้นในปี 2015  ซึ่งในปีเดียวกันนี้ หากการเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้ว อเมริกาอาจปลดโซ่ตรวนทางเศรษฐกิจต่อพม่าอย่างเต็มรูปแบบ  หรือมีความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจแบบปกติกับพม่า

เช่นเดียวกันกับที่นายฌอน เทอร์แนล ผู้เชี่ยวชาญด้านพม่าแห่งมหาวิทยาลัยแมคควารี่ ที่ซีดนีย์กล่าวว่า  ทางสหภาพยุโรป(EU)มีแนวโน้มที่จะเพิกถอนการแซงก์ชั่นทั้งหมดต่อพม่าก่อนสหรัฐ  หลังจากที่ก่อนหน้านี้ EU ได้เพิกถอนไปแล้วบางมาตรการ โดยจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้กันอีกครั้งในวันที่ 23 เม.ย. อีกครั้งที่ลักเซมเบิร์ก

ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 20 ที่พนมเปญ กัมพูชา เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน บรรดาผู้นำอาเซียนได้เรียกร้องให้บรรดาชาติต่างๆ โดยเฉพาะชาติตะวันตก อย่างเช่นอเมริกา ที่คว่ำบาตรทางด้านเศรษฐกิจต่อพม่าให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าวเสีย เนื่องจากขณะนี้พม่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว หลังจากการชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายของพรรคสันนิบาตชาติประชาธิปไตย

นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กัมพูชาในฐานะประเทศประธานอาเซียนต่อจากอินโดนีเซียกล่าวว่า ประชาชนพม่าควรได้รับความสุข มีความหวังกับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในอนาคต เพราะสันติภาพกำลังเกิดขึ้นในพม่า การคว่ำบาตรต่อรัฐบาลพม่า ไม่สามารถช่วยให้การแก้ไขปัญหาต่างๆในพม่าดีขึ้นได้

ขณะที่นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย กล่าวว่า  การยกเลิกการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลพม่าจะช่วยให้พม่าเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ทิศทางที่ดีกว่าเดิมในลักษณะที่เร็วขึ้น  นอกเหนือไปจากตัวประธานาธิบดีเต็งเส่งเองก็มีท่าทีประนีประนอมกับนางอองซานซูจีอยู่ด้วยแล้ว

ขณะนี้จึงเป็นช่วงที่หน่วยงานอเมริกันที่เกี่ยวข้องกับงานต่างประเทศ  เช่น กระทรวงการต่างประเทศ  คณะกรรมาธิการต่างประเทศของทั้ง 2 สภา  กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล ความเป็นไปในพม่า

ท่าทีการแสดงออกของรัฐบาลพม่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการแก้หรือยกเลิกกฎหมายคว่ำบาตรของฝ่ายอเมริกัน

หากว่าไปแล้วทางฝ่ายอเมริกันเองเวลานี้ หลายภาคส่วน โดยเฉพาะเอกชน ต้องการให้รัฐบาลและสภาทั้งสองยกเลิกการคว่ำบาตรเสียด้วยซ้ำ  โดยมองว่าการคงกฎหมายดังกล่าวเอาไว้เป็นสิ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันในแง่ของการลงทุน เท่ากับนักลงทุนอเมริกันเสียโอกาสในการลงทุน ขณะเดียวกันก็กลายเป็นโอกาสของนักลงทุนจีน และชาติเอเชียอื่นๆ อย่างเช่นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่จะเข้าเสียบแทน

ดังนั้น เอกชนอเมริกันจำนวนหนึ่งจึงได้ว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยีสต์ ให้ล็อบบี้ ฝ่ายสภาเพื่อดำเนินการแก้ไข เพื่อยกเลิกกฎหมายคว่ำบาตรพม่าเสีย

อย่างไรก็ตาม อเมริกันหลายฝ่ายคาดว่า ขั้นตอนการยกเลิกกฎหมายคว่ำบาตรพม่า คงใช้เวลาในการพิจารณาพอสมควร   และคงไม่มีการยกเลิกการคว่ำบาตรทั้งหมดในครั้งแรก แต่จะค่อยเป็นค่อยไป

ที่สำคัญ คือ มีรายข่าวว่า รัฐบาลอเมริกัน มีการติดต่อกับรัฐบาลของประธานาธิบดีเต็งเส่งอย่างไม่เปิดเผย แม้ว่าหน้าฉาก จะมีการโปรโมทนางอองซานซูจี ในนามของตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตยในพม่าอย่างออกหน้าออกตาก็ตาม

เพราะฝ่ายอเมริกัน ไม่อาจรอช้ากับการรุกคืบอย่างรวดเร็วของจีนได้

นั่นคือ หากฝ่ายอเมริกันช้าไป จีนก็อาศัยความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลพม่าตีกินไปเรื่อยๆ

ไม่แปลกที่คณะเจรจาอย่างลับๆ ของอเมริกัน เดินทางผ่านกรุงเทพไปพม่า เพื่อดำเนินการเจรจาต้วอวยกับรัฐบาลนายพลเต็งเส่ง

ที่สำคัญกลับมี ประเด็นการขายอาวุธของฝ่ายอเมริกันให้กับรัฐบาลพม่ารวมอยู่ในแพคเกจการเจรจาด้วย

หรือแม้แต่ ยังมีการเจรจากับกลุ่มชาติพันธ์ในพม่าที่กรุงเทพอีกด้วย

ทำให้สามารถมองอีกด้านได้ว่า ก้าวเดินของนางอองซานซูจี ไม่ง่ายอย่างที่ฝ่ายสนับสนุนเธอลุ้นให้เป็นมากนัก ขณะที่ฝ่ายเต็งเส่งนั้น ยังเข้มแข็ง และมีอำนาจ(ทางการทหาร)เต็มมือ

ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร

พม่ายังมีทรัพยากรธรรมาติที่ไม่ถูกนำมาใช้จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมันและแร่

ไม่เชื่อลองถามเจ้าหน้าที่สถานกงสุลอเมริกันที่เชียงใหม่ดู..!!

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: