เห่ออาเซียน

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  ptipitaka@yahoo.com

 

ข่าวสาร ที่ออกมาจากเมืองไทยในระยะนี้ ข่าวและความเห็นเกี่ยวกับรวมตัวเป็นประชาชาติอาเซียน – ASEAN ในปี 2015 ดูเหมือนจะได้รับพื้นที่ข่าวอยู่ค่อนข้างมาก  แสดงให้เห็นถึงความสนใจของคนไทย และสื่อมวลชนไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังจะเห็นจากการประชุมอาเซียนในระดับเจ้าที่ รัฐมนตรี และการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนทุกงาน สื่อมวลชนแห่ไปทำข่าวกันอย่างแน่นขนัด

เวลานี้การประชุมอาเซียนแต่ละครั้งส่วนใหญ่ มีชาติมหาอำนาจเข้าร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นจีน อเมริกา หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ที่ถือว่าเป็นชาติมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ และมีอิทธิพลต่อความเป็นไปด้านเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มอาเซียน

ทั้ง 3 ประเทศล้วนแต่มีองค์กรทั้งรัฐและเอกชน อยู่ในประเทศอาเซียนทั้งสิ้น

บอกตามตรง ผมยังจินตนาการไม่ออกเลยว่า บรรดาชาติสมาชิกอาเซียนทั้งหลาย จะเปิดพรมแดนทางด้านเศรษฐกิจต่อกันและกันอย่างไร โดยมองไปที่โมเดลของสหภาพยุโรป หรือ อียู(E.U.) เป็นสำคัญ

เหมือนการประเมินของฝ่ายอเมริกัน ที่พอเอาเข้าจริงแล้ว การติดต่อในนามกลุ่มอาเซียนมักไปในเรื่องของความมั่นคง(ในภูมิภาค โดยเฉพาะเพื่อสกัดการแผ่ขยายอิทธิพลของจีน)มากกว่า  ขณะที่เรื่องทางด้านเศรษฐกิจนั้น การติดต่อหรือดีลแบบประเทศต่อประเทศ(ทวิภาคี) เป็นวิธีการที่ฝ่ายอเมริกันเชื่อว่าจะได้ผลมากกว่า การดีลในนามของกลุ่มอาเซียน

ที่ นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เที่ยวประกาศไอเดียตลาดเดียวอาเซียน แท้จริงแล้ว อาจได้แค่การสร้างภาพตามจินตนาการของตัวนายสุรินทร์เอง  โดยมีสื่อไทยบางสำนักพลอยเห่ออาเซียนตามนายสุรินทร์ไปด้วย จากความใกล้ชิดคุ้นเคยในด้านการทำข่าวมานาน

ต้องไม่ลืมว่านายสุรินทร์ นั้นมีตำแหน่งเป็นเลขาธิการอาเซียน รับเงินเดือนจากสำนักงานอาเซียน เสมือนพนักงานของสำนักงานแห่งนี้คนหนึ่ง

จริงอยู่อาเซียน มีแผนการรวมตลาด หรือเศรษฐกิจให้เป็นหนึ่งเดียวในปี 2015 แต่หากใคร่ครวญตามข้อเท็จจริง ซึ่งไม่มีใครค่อยนำมาพูดกันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว จะเห็นว่า ความเป็นไปได้ของดีลอาเซียนในอีก 3 ปีข้างหน้านั้น ยาก และยุ่งยากมาเพียงใด

ผมจะแยกปัญหาความยุ่งยากภายในของอาเซียนให้เห็นดังนี้

1. การเมืองภายในของแต่ละประเทศอาเซียน ไม่มีความมั่นคง หรือไม่มีเสถียรภาพ และมีระบบการปกครองที่ไม่คล้ายกันเอาเลย เช่น ระบบการปกครองของพม่า กับระบบการปกครองบรรดาประเทศอื่นๆในอาเซียน หรือแม้แต่ประเทศที่ได้ชื่อว่าปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยก็ตาม แต่บางครั้งก็ยังมีการปฏิวัติยึดอำนาจโดยทหารอยู่ ข้อนี้กลายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการเปิดพรมแดนทางด้านเศรษฐกิจ การขึ้นๆลงๆของนโยบายต่างประเทศ ที่เป็นไปอย่างไม่สม่ำเสมอ ในช่วงที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล  ขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศอาเซียน

2. ความแตกต่างของระบบ และขนาดของเศรษฐกิจมีมากเกินไป หมายถึง แต่ละประเทศมีลักษณะการบริหารจัดการเศรษฐกิจแตกต่างกันไป เช่น ของพม่า ของกัมพูชา ของลาว ของบรูไน ของสิงคโปร์ มีลักษณะไปกันคนละแบบ การเปิดพรมแดนทางด้านเศรษฐกิจ จำเป็นต้องปรับระบบการจัดการหรือระบบการบริหารของแต่ละประเทศให้มีความ ละม้ายคล้ายกัน แม้จะไม่เหมือนกันเสียทีเดียวก็ตาม

ซึ่งเป็นเรื่องยากทั้งในส่วนของประเทศที่พัฒนาเศรษฐกิจไปไกลแล้วและในส่วน ของประเทศที่การพัฒนาเศรษฐกิจยังล้าหลัง นอกเหนือไปจากขนาดของเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน ก็จะกลายเป็นอุปสรรคในเรื่องความยุติธรรมและความเท่าเทียมกันด้านการค้า  และจะเป็นเหตุนำไปสู่การออกกฎกติกาคุ้มครองผู้ผลิต หรือสินค้าของประเทศตน อีกทางหนึ่งก่อให้เกิดดีลแบบทวิภาคีมากกว่าดีลแบบกลุ่มหรือแบบพหุภาคี

3. ความแตกต่างของรายได้ของประชากรของแต่ละประเทศที่มีมากเกินไป เช่น เวลานี้รายต่อหัวของประชากรสิงคโปร์มีมากกว่ารายได้ต่อหัวของประชากรกัมพูชา หรือพม่า อย่างมาก จนแทบจะเทียบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ ความเหลื่อมล้ำในด้านรายได้นี้ ส่งผลกระทบต่อการเปิดพรมแดนทางด้านเศรษฐกิจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านแรงงาน ทั้งดูเหมือนแม้จนถึงขณะนี้ปัญหาการเปิดพรมแดนแรงงานอาเซียนไม่ได้ถูกหยิบยก มาพิจารณาอย่างจริงจังมากเท่าใดนัก พอๆกับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานในแต่ละประเทศให้มีความใกล้เคียงมากขึ้น ที่ยังไม่มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาแรงงานอาเซียนหรือดำเนินการใดๆก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาคณภาพของแรงงานกันเลย

4. ความแตกต่างของอัตลักษณ์ของแต่ละประเทศอาเซียนที่มีมากเกินไป , ชาติอาซียนต่างมีอัตลักษณ์ของตนเองกันทุกประเทศ หรืออีกนัยหนึ่งหมายถึงมีความเป็นตัวเองทางด้านวัฒนธรรมแบบแปลกแยกซึ่งมี อยู่สูง ไม่เหมือนกับวัฒนธรรมฝรั่งที่มีอัตลักษณ์ใกล้เคียงกัน การเปิดพรมแดนทางด้านเศรษฐกิจ แม้เผิน ๆ ดูว่า “อัตลักษณ์” จะไม่เป็นอุปสรรค แต่ลึก ๆ แล้ว อัตลักษณ์ที่ว่า (หากจะยอมรับความจริงกัน) แฝงไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามซึ่งกันและกันอยู่กลาย ๆ โดยเฉพาะอัตลักษณ์ทางด้านประวัติศาตร์และด้านศาสนา ทั้งต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมคนเอเชียนั้นไม่เหมือนวัฒนธรรมฝรั่ง การขุดคุ้ยเรื่องอัตลักษณ์เพื่อนำมาเปรียบเทียบเชิงใครดีเด่นหรือเหนือกว่า มีให้เห็นอย่างเป็นธรรมดามัญ

5. ความไม่คืบหน้าเชิงการปฏิบัติเพื่อเปิดพรมแดนเศรษฐกิจอาเซียน ในระดับเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ความคืบหน้าในด้านการปฏิบัติ เนื่องจากนโยบายแต่ละรัฐประเทศส่วนมาก ไม่มีการมอบหมายที่แน่นอนชัดเจนว่าจะเอาอย่างไร เช่น เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังของไทยที่รับผิดชอบด้านพิกัดอัตราภาษี สรรพสามิต เขาบอกว่า รัฐบาลยังไม่ได้มอบหมายนโยบายทางด้านภาษีสรรพสามิตอย่างชัดเจน เพื่อบ่งว่าจะเปิดตลาดเสรีในบรรดาชาติอาเซียนด้วยกันหรือไม่ เพราะขณะนี้ไทยเราใช้มาตรการภาษีสรรสามิตคุ้มครองผู้ประกอบการในประเทศ ทำให้นักลงทุนจากต่างชาติ ต้องจ่ายภาษีซ้ำซ้อน

เมื่อเป็นอย่างนี้ก็แน่นอนว่า นักลงทุนต่างชาติต้องหันไปหาประเทศที่เป็นแหล่งลงทุนที่เหมาะสมอื่น ๆ โดยแม้แต่ประเทศลาว ตอนนี้เหมาะสำหรับการลงทุนมากกว่าไทยด้วยซ้ำ เพราะไม่มีการเก็บภาษีซ้ำซ้อน คือ เก็บตอนเข้าไปลงทุนครั้งเดียวแล้ว ไม่เก็บตอนไปสร้างโรงงาน หรือตอนเอาเครื่องจักรลงอีก , เรื่องระบบภาษีถือว่า เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเปิดตลาด เวลาล่วงมาจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาผลได้ผลเสีย หรือผลกระทบ แล้วลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับดีลอาเซียนในปี 2015 หรือ ดีลดังกล่าวจะไปได้สำเร็จแค่ไหน

จึงเห็นได้ว่า การเปิดพรมแดนเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากจะไม่เป็นไปตามจินตนาการที่คาดกันแล้ว ยังอาจจะมีผลร้ายที่ไม่ค่อยมีใครมองกัน คือ การพากันล้ม  หรือพ่วงกันล้ม เพราะแม้ว่าดีลการค้าเสรีและดีลความร่วมมือด้านอื่นๆเสรีของอาเซียนเริ่มไป ได้บางส่วนก็จริง แต่เมื่อมองปรากฎการณ์ในสหภาพยุโรปขณะนี้ ที่ปัญหาการเงินได้ลุกลามจากประเทศกรีซ ไปยังประเทศสมาชิกอื่นๆจนก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจในหลายประเทศกลุ่มนี้ แล้ว ก็ให้เกรงว่าหากอาเซียนใช้โมเดลเดียวกันกับอี.ยู. แล้วอะไรจะกิดขึ้นต่อไป

พูดกันมากว่าคนไทยต้องเรียนและเข้าใจภาษาอังกฤษ ซึ่งก็เป็นเรื่องดี สำหรับการทำความให้เข้าใจจนสามารถใช้ภาษาฝรั่งภาษานี้ แต่ไม่ใช่เรียนเพื่อให้ลืมภาษาไทย

ขณะเดียวในแง่การเรียนรู้ภาษาของเพื่อนบ้าน รวมทั้งการศึกษาวัฒนธรรมของเขาอย่างเข้าใจ ผมยังไม่เห็นมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ทั้งๆที่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง (น่าสนใจว่ามหาวิทยาลัยในเวียดนามเปิดสอนภาษาไทยมานานแล้ว และส่งคนไปเรียนที่เมืองไทยจำนวนไม่น้อยทั้งที่ผ่านมาและตอนนี้)

ที่เห็นอยู่มีแต่สื่อบางคน บางกลุ่มที่เห่ออาเซียน เพราะได้ประโยชน์ทั้งตอนนี้และในอนาคต , ปัญหาคือ แล้วเราคนไทยล่ะ !

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: