เดินหน้าเปิดประตูพม่า

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ ptipitaka@yahoo.com

เมื่อ ต้นสัปดาห์นี้ผมคุยกับเพื่อนอเมริกันจากวอชิงตันดี.ซี.ที่ค่อนข้างสนิทสนม กับ นาย Kurt M. Campbell ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฮิลลารี คลินตัน ที่ดูงานด้านกิจการเอเชียแปซิฟิก โดยที่ผู้ช่วยของฮิลลารีคนนี้เอง ก็เคยเดินทางไปเยือนเมืองไทย และอีกหลายๆประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นาย Campbell  ถือว่าเป็นผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังนโยบายเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียแปซิฟิกของอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ คือนโยบายการรื้อฟื้นคืนความสัมพันธ์กับประเทศพม่า จนเป็นเหตุให้ฝ่ายการเมืองอเมริกันเดินทางเยือนพม่ากันจำนวนหลายคนในช่วงที่ ผ่านมา เช่น ล่าสุด คือ การเดินทางไปเยือนพม่าของ ซีเนเตอร์ จอห์น แมคเคน กับ ซีเนเตอร์โจ ลีเบอร์แมน

ขณะที่ก่อนหน้านั้นเที่ยวการเดินทางที่สำคัญ คือ การพบปะระหว่างนางฮิลลารี คลินตัน กับประธานาธิบดีเต็งเส่ง ของพม่า ทั้งฮิลลารีเองก็มีโอกาสพบกับนางอองซานซูจี ที่อยู่ในสถานะผู้นำฝ่ายค้าน(ตอนนี้สถานะนี้ของนางอาจเปลี่ยนไปแล้ว) ของพม่าอีกด้วย

เรื่องที่เพื่อนของผมที่ทำงานด้านล็อบบี้(ลอบบี้ยีสต์) เล่าให้ฟัง คือ อเมริกา เปิดสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับรัฐบาลพม่าอย่างแน่นอน ในไม่ช้านี้ อย่างเร็วน่าจะเป็นในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่จะถึงนี้เสียด้วยซ้ำ

ตอนนี้ทางการอเมริกันเอง ถึงกับมีรายชื่อบริษัทขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่มีความประสงค์จะเข้าเข้าไปลงทุนในพม่าเสียด้วยซ้ำ

เพื่อนของผมผู้นี้ได้คุยกับ Campbell ก่อนหน้านี้ ในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นโดยฝ่ายพม่า(ในดี.ซี.แอเรีย-อเมริกา) ,นี้ขอให้สังเกตว่า รัฐบาลพม่า ไปไกลถึงเพียงใด ในความพยายามที่จะเปิดความสัมพันธ์กับฝ่ายอเมริกา  โดยที่เพื่อนบอกว่า ฝ่ายอเมริกันมองเลยไปไกลเกินกว่า ตัวนางอองซานซูจี และประเด็นสิทธิมนุษยชนเสียอีก

เขาว่า รัฐบาลเต็งเส่งนั้น ฉลาดในการเลือกเดินเกมผลประโยชน์ระหว่าง 2 ประเทศ  ขณะที่ข้างนอกนั้น ดูเหมือนอเมริกจะแคร์อย่างมากในประเด็นสิทธิมนุษยชน แต่การเจรจาในประเด็นทางด้านธุรกิจ การลงทุนในพม่าโดยนักลงทุนอเมริกันกำลังก็จะเริ่มต้นขึ้น  อเมริกันไม่อยากเสียประโยชน์หรือน้อยหน้ากว่าจีน ที่เข้าไปทำธุรกิจมากมายมหาศาลในพม่าเวลานี้

นางอองซานซูจี เป็นแค่ตัวละคอนตัวหนึ่งเท่านั้นเอง เป็นสัญลักษณ์ หรือเป็นตัวเชิดของทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายอเมริกันกับฝ่ายรัฐบาลพม่า  ผลการเลือกตั้งที่จะออกมาก็เป็นที่คาดการณ์กันได้อยู่ว่าใครจะเป็นฝ่ายยึด กุมอำนาจต่อไปในพม่า

ที่น่าสนใจ การเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่อเมริกันและเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาล พม่า เลยไกลออกไปจนถึงการเจรจา เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ทางด้านการทหารเสียด้วยซ้ำ หมายถึงหลังจากที่พม่าได้รับอาณัติสัญญาณจากฝ่ายอเมริกัน ให้มีการเปิดประเทศแล้ว (แน่นอนย่อมหมายถึงฝ่ายสหภาพยุโรปที่จะตามเข้าไปด้วยหลังจากนั้น)

เขาเล่าให้ฟังว่า สิ่งที่รัฐบาลพม่าต้องการจากรัฐบาลอเมริกันอีกประการหนึ่ง คือ การยุติการให้ความสนับสนุนช่วยเหลือทางด้านการเงินและด้านอื่นๆแก่กลุ่ม ชาติพันธุ์ทั้งหลายที่เป็นปัญหาก้างตำคอรัฐบาลพม่ามาตลอดในช่วงประวัติศาตร์ อันยาวนานของการต่อสู้ในประเทศนี้  อเมริกันจะได้ผลประโยชน์พ่วงในแง่ของการปราบปรามยาเสพติด หรือสามารถลดการผลิตและการค้าของผู้ผลิตยาเสพสติดในอาณาเขตของกลุ่ม ชาติพันธุ์ต่างๆลง เพราะสัดส่วนการหลั่งไหลของยาเสพติดจากเขตชนกลุ่มน้อยในพม่าเวลานี้ นับว่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับโซนผลิตยาเสพติดอื่นๆของโลก  พูดง่ายๆ คือ การผลิตยาเสพติดในพม่ามีมากกว่า การผลิตยาเสพติดในทวีปอเมริกาใต้ตอนบนเสียด้วยซ้ำ

เหตุผลอีกประการหนึ่งอย่างที่รู้กัน คือ อเมริกา ต้องการสกัดการขยายอิทธิพลของจีนที่กำลังรุกเข้าพม่าและประเทศเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้อื่นๆมากขึ้น  หรือแม้แต่การขยายอิทธิพลของอินเดียก็เช่นกัน โดยที่ทั้ง อินเดีย จีน พม่า ไทย ลาว และเวียดนามมีแผนที่จะผนึกโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น ถนน   ระบบการขนส่ง(โลจิสติกส์) ให้เชื่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เรื่องนี้ฝ่ายอเมริกันมองว่า อเมริกันเอง ไม่ควรวางเฉยต่อโอกาสในการลงทุนและเข้าไปมีส่วนร่วมหนนี้  ปัญหาทางด้านความสัมพันธ์กับพม่า จึงน่าที่จะมองข้ามให้พ้น

และเป็นเหตุให้ที่ผ่านมา นักการเมืองอเมริกันหลายคน เลือกเดินทางไปเยือนไทย พม่าและเวียดนาม

แท้จริงแล้ว  การวางแผนเพื่อดึงความสัมพันธ์กับพม่าคืนมา ได้ถูกวางแผนมานานแล้วในช่วงก่อนหน้านี้  Campbell ได้เริ่มเดินสายเพื่อเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่า ก่อนที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จะยกโทรศัพท์หานางอองซานซูจีเสียด้วยซ้ำ  ซึ่งนี่ก็เป็นแค่สัญลักษณ์เท่านั้น

นอกเหนือจากผลประโยชน์ทางการเมืองระหว่างประเทศแล้ว ยังเพื่อให้สื่อ(จำเพาะสื่อไทยบางช่องที่นำเสนอสถานการณ์ในพม่าเกือบจะด้าน เดียว คือ จำเพาะฝ่ายนางอองซานซูจี) ติดตามสถานการณ์ที่ออกมาเป็นเชิงบวกต่อฝ่ายประชาธิปไตยในพม่า และเกิดภาพลักษณ์การสนับสนุนด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลอเมริกัน เพราะแท้จริงแล้ว อองซานซูจี แค่หมากตัวหนึ่งในกระดานเท่านั้นเอง

ดังนั้น ตอนนี้ถึงแม้ว่า ฝ่ายรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ จะยังไม่เปิดการเจรจากันอย่างเป็นทางการก็ตาม แต่เอกชนของอเมริกันได้ตั้งเป้าพุ่งไปที่การลงทุนในพม่าแล้ว ขณะเดียวกันในส่วนของการเมืองก็ถูกฝ่ายนักธุรกิจอเมริกันล็อบบี้ให้แก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายคว่ำบาตรรัฐบาลพม่าที่มีมานานหลายปี โดยชี้ให้เห็นว่า กฎหมายดังกล่าวนี้ล้าหลัง กลายเป็นอุปสรรคของการดำเนินนโยบายเชิงยุทธศาตร์ของรัฐบาลอเมริกันในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก

ขณะที่รัฐบาลพม่าเองก็เห็นถึงข้อเสียของการปิดประเทศ ไม่คบค้าสมาคมกับชาติตะวันตกจากบทเรียนของเกาหลีเหนือและอีกหลายประเทศที่ เป็นเผด็จการ ,การค่อยๆเปิดประเทศ นอกจากจะลดทอนแรงเขม็งเกลียวของฝ่ายนางอองซานซูจีลงแล้ว ยังช่วยทำให้กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศขยับตัวหันมาเจรจาให้ความร่วมมือกับ รัฐบาลพม่ามากขึ้น

ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญๆ อย่างเช่น ชนชาติกะเหรี่ยง ซึ่งต่อต้านรัฐบาลพม่า ที่รัฐบาลอเมริกันเคยให้การสนับสนุนก็จะมีท่าทีที่อ่อนลงด้วย

     และหากว่าสามารถดึงนางอองซานซูจีเข้าร่วมปรองดองกับรัฐบาลพม่า ก็จะลดแรงกดดันทางการเมืองที่รัฐบาลเคยมีอยู่โดยปริยาย  จนแม้ขณะนี้นางอองซานซูจี เองก็ถูกมองจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าว่า เกี๊ยะเซี๊ยะกับรัฐบาลมากจนเกินไป เป็นเหตุให้ผู้สนับสนุนบางส่วนที่เคยให้การสนับสนุนพรรคสันนิบาตแห่งชาติ ไม่สนับสนุนนางอองซานซูจี

ขณะที่ด้านชายไทยเอง เหตุการณ์ก็จะเปลี่ยนไป ไทยไม่สามารถใช้รัฐของชนกลุ่มน้อย เป็นรัฐกันชนอีกต่อไป

ผมเข้าใจว่า ทางการพม่ายังมีปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายอเมริกันอย่างไม่เป็นทางการ เห็นได้จากงานวันชาติพม่าที่จัดขึ้นใน(อเมริกา)ช่วงปีก่อนๆ  ซึ่งได้เชิญฝ่ายอเมริกันไปร่วมงานนั้นด้วย ขณะที่ฝ่ายอเมริกันเองก็รอความพร้อมจากฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายการเมือง “ไฟแดง” อย่างเป็นทางการ

และอย่างไรเสีย Campbell ก็จะต้องเดินทางไปเมืองไทยและพม่าเพื่อสานต่อเรื่องนี้แน่นอนในไม่ช้านี้

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: