แนวโน้มภัยพิบัติธรรมชาติ

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  ptipitaka@yahoo.com

ความตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติจากปัญหาโลกร้อนในอเมริกามีสูงขึ้น นับแต่เมื่อคราวปี 2007 ที่อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดี (สมัยประธานาธิบดี บิล คลินตัน) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ  แม้ว่าจะมีบางฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองแบบอนุรักษ์นิยม ซึ่งได้แก่สมาชิกของพรรครีพับลิกันบางคน ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องนี้มากนักก็ตาม   แต่คิดว่าปีต่อๆมาหลังจากนี้ คนในจำนวนที่ไม่ค่อยเชื่อเหล่านี้น่าจะเปลี่ยนความคิดไปบ้างแล้ว เมื่อมีภัยธรรมชาติเกิดขึ้นมากมายบนพื้นโลกแห่งนี้ ที่เชื่อกันว่ามีสาเหตุปัญหาโลกร้อน
 
     มีสัญญาณเตือนหลายประการ ซึ่งนักวิทยาศาตร์กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้า ถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของสภาวะด้านต่างๆของโลก เช่น สภาวะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ที่มีสาเหตุอยู่ 2 ประการ  คือ การเปลี่ยนแปลงจากสภาพธรรมชาติของโลก หรือโลกอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ  กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ อันได้แก่ มลพิษจากการปล่อยสารเคมีสู่อากาศจำนวนมาก
 
     หลายปีต่อเนื่องที่มีการประชุมเกี่ยวสภาพอากาศของโลก โดยเฉพาะการพยายามหยุดยั้งหรือลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เชื่อกันว่า เป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ทำให้โลกของเราร้อนขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ 
 
    ทฤษฎีการละลายของธารน้ำน้ำแข็งขั้วโลก ที่เชื่อกันว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมโลก จนมีเมืองบางเมืองในทั่วโลก ที่ตั้งอยู่ริมทะเลหายไป จึงเกิดขึ้น แม้เรื่องนี้จะยังเป็นที่ถกเถียงกันมากในบรรดานักวิทยาศาตร์ นักการเมืองและประชาชนอเมริกัน รวมถึงคนทั่วโลก
 
     ในอเมริกา แม้ว่าเป็นโลกแห่งวิทยาศาตร์ แต่ก็อเมริกันจำนวนไม่น้อยวิพากษ์ถกเถียงกันถึงวันสิ้นสุดของโลกในปีนี้(2012)
 
     แต่ในอเมริกา ไม่ถึงขั้นสถานการณ์ที่เรียกว่า ตื่นข่าว เหมือนกับการตื่นข่าว “คำทำนายวด.ช.ปลาบู่”  ที่เมืองไทย
 
     น่าแปลก หากจะสังเกตเห็นได้แสงแดดในทุกวันนี้ ร้อนแบบแสบร้อน(ต่อผิว)มากขึ้น  ไม่เหมือนเมื่อหลายปีก่อน โดยเฉพาะเขตประเทศที่อยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร เสมือนว่าชั้นบรรยากาศของโลกถูกทำลายไปมาก ตัวอย่างของเหตุที่ว่านี้ จะถูกนำไปพิจารณาในการประชุมคณะทำงานรัฐบาลนานาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาวอากาศโลกหรือ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC)  โดยที่การประชุมดังกล่าวนี้จะเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์แบบ จากการศึกษาและวิจัยโดยรวมทั้งหมดอย่างละเอียดในปี 2014  ซึ่งจะนับเป็นครั้งแรกของการเสนอรายงานเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนทั้งหมด จากบรรดาผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก
  
     เพราะในช่วงที่ผ่านมามีความเห็นแย้งกันในบรรดานักวิทยาศาตร์หรือผู้เชี่ยวชาญในหลายส่วน เช่น การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการละลายของธารน้ำแข็งขั้วโลก ที่เชื่อกันว่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น จนกระทบกับเมืองสำคัญๆ ริมฝั่งทะเลหลายเมือง และกรุงเทพเองก็เป็นหนึ่งเมือง ในจำนวนหลายเมืองนั้น
 
     ตัวอย่างรายงานของ Detlef Stammer  นักสมุทรศาตร์ชาวเยอรมัน ที่ระบุเป็นข้อมูลใหม่ล่าสุดว่า ความจริงแล้วน้ำทะเลไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นมาก  เพียงแต่ระดับน้ำทะเลจะปรับตัวเปลี่ยนสมดุลใหม่  คือ ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นและลดลงบางจุด ขณะที่ธารน้ำแข็งบางแห่งจะละลาย บางแห่งจะเพิ่มขึ้น เช่น ระดับน้ำในมหาสมุทรอินเดีย จะลดลงต่ำกว่าระดับเฉลี่ย ขณะที่ระดับน้ำรอบๆ ไอซแลนด์ จะเพิ่มสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย
 
     ปัจจุบัน Stammer เป็นผู้อำนวยการของศูนย์การศึกษาด้านสมุทรศาตร์และสภาวะอากาศ ของมหาวิทยาลัย Hamburg  เขาเป็นคนแรกๆได้ชี้ให้เห็นว่า  ระดับน้ำทะเลมีการปรับระดับด้วยการเทเอียงเหมือนการเล่นไม้กระดานหก ระดับน้ำไม่ได้เพิ่มจำนวนมากอย่างที่คาดกันส่วนใหญ่
 
     Claus Böning  ซึ่งเป็นนักสมุทรศาตร์ชาวเยอรมันเช่นกันบอกว่า การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ขึ้นกับปรากฎการณ์เอลนิโน่ เช่น การเพิ่มขึ้นของะดับน้ำทะเล 15 เซนติเมตร ระหว่างปี 19996 ถึงปี 2000  ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศที่เป็นเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิคบริเวณเส้นศูนย์สูตร หรือเขตร้อน เป็นเรื่องที่ต้องระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้   นอกเหนือไปจากการที่นักสมุทรศาตร์ผู้นี้บอกว่า ระดับน้ำในบริเวณขั้วโลกด้านเหนืออาจลดลงด้วยซ้ำ สวนทางกับระดับน้ำทางด้านขั้วโลกใต้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
 
     อย่างไรก็ตาม Claus Böning ระบุว่า การอ่อนตัวของกระแสน้ำราวๆ 25 เปอร์เซนต์ในมหาสมุทรแอตแลนติกด้านเหนือ อันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก(ภาวะเรือนกระจก) อาจทำให้ระดับน้ำทะเลของทะเลหนือเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร นับเป็นเรื่องที่ควรระวัง
  
     ทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิคนั้นก็คาดกันว่า จะเป็นภาวะที่อยู่ในช่วงของการที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แนวโน้มความรุนแรงของพายุต่างๆก็จะแรงขึ้น เนื่องจากสภาวะของอากาศโลกอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลง ที่ต่อเนื่องกับกำลังการไหลของกระแสน้ำในมหาสมุทร
 
     ในช่วงที่ผ่านมาหลายประเทศตะวันตกได้มีมาตรการในการป้องกันปัญหาการเพิ่มของระดับน้ำทะเลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น สร้างเขื่อนกั้นน้ำทะเล  ออกกฎหมายห้ามการขุดน้ำบาดาลที่เป็นสาเหตุที่ทำให้แผ่นดินทรุดตัว ถึงแม้ตอนนี้ไม่มีใครแน่ใจว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นรุนแรงมากน้อยเพียงใด
 
     ในอเมริกา หลายรัฐได้ออกกฎหมายลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐอริโซน่า รัฐคอนเนกติกัต เป็นต้น นอกเหนือไปการพยายามป้องกันการท่วมของระดับระดับน้ำทะเลในรัฐที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรอย่างเช่น รัฐลุยส์เซียน่า รัฐมิสซิสซิปปี้ แม้กระทั่งรัฐเนวาดาก็มีความตื่นตัวในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในเขตทะเลทรายโมฮาเว
 
     ไม่แน่ใจว่าเมืองไทยของเราเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้กันมากน้อยขนาดไหน ภายหลังจากที่เกิดน้ำท่วมบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง โดยเฉพาะยุทธศาตร์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ   ได้แก่ กรุงเทพและจังหวัดที่อยู่ใกล้เคียงอย่างสมุทรปราการ ที่ยังไม่มีการแผนการป้องกันเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ทั้งจากสภาวะเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่มีสาเหตุมาจากด้านอื่นๆ กรุงเทพเองมีปัญหาการทรุดตัวของดินอีกด้วย ทำให้น้ำทะเลอ่าวไทยจ่อคอหอยลึกเข้าไปเรื่อยๆ
 
     แม้ภาครัฐหรือฝ่ายบริหารของไทยมีการตื่นตัวในเรื่องการจัดการบริหารปัญหาน้ำท่วม(ที่เห็นตำตา เมื่อครั้งที่ผ่านมา) แต่เท่าที่ดูยังไม่ได้บูรณาการหน่วยงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆเข้าด้วยกันแต่อย่างใด อย่างเช่น  หน่วยงาน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสมุทรศาตร์ หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา หน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเตือนภัยพิบัติ เป็นต้น เป็นแต่มีเพียงหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ เป็นส่วนใหญ่  จะพูดไปไยถึงการกำหนดโซนนิ่งภัยพิบัติและการจัดการแก้ไขปัญหาโดยรวม
 
     เหมือนกับภาคการเมืองของไทย ที่ยังไม่มีการตื่นตัวในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ผมไม่แน่ใจว่าสภาผู้แทนฯมีคณะกรรมาธิการรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงหรือไม่ หากมีก็ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรือดำเนินการวิจัยให้ทราบถึงแก่นแท้ของปัญหา และหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด หมายถึงการกำหนดงบประมาณอย่างสอดคล้อง ทั้งระยะสั้นหรือแม้แต่งบผูกพันในระยะยาวก็ตาม

     แต่หากไม่คิดว่า กรุงเทพและเมืองไทยอยู่ในเงื้อมมือของภัยพิบัติทางธรรมชาติเหมือนนานาประเทศเขาคิดกันก็แล้วไปเถิด
  
 
 
 

 

Advertisements

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: