ข้อเสนอถึงรัฐบาลใหม่ต่องานต่างประเทศในอเมริกา

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  : ptipitaka@yahoo.com

ผมเขียนคอลัมน์นี้เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ต่อมาทราบว่าคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้เป็นเสนาบดีกระทรวงการต่างประเทศของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงมีเรื่องนำเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอเมริกา รวมทั้งปัญหาเกี่ยวแก่ชุมชนไทยในอเมริกา เท่าที่มีโอกาสพบเห็นจากประสบการณ์ตรงส่วนตัว

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล

                ความจริงก็คือ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นหน่วยงานสังกัดระทรวงการต่างประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีหน่วยงานเกี่ยวข้องในกระทรวงอื่นอีก เช่น กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือแม้กระทั่งกระทรวงกลาโหม

                แต่ก็อย่างที่รู้ๆกัน บทหนักจะไปตกอยู่กับกระทรวงการต่างประเทศเสียเป็นส่วนใหญ่  เพราะรับผิดชอบงานคลุมไปแทบทั้งหมด ทั้งในเชิงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และในเชิงภาระกิจการดูแลพี่น้องคนไทยที่นี่

                ข้อเสนอหรือสิ่งที่อยากเห็น รัฐบาลใหม่ของคุณยิ่งลักษณ์ดำเนินการในเรื่องความสัมพันธ์ของไทยต่ออเมริกาในด้านต่างๆอย่างกว้างๆ มีดังต่อไปนี้

  1. ประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการไทยทุกหน่วยงานในอเมริกา ที่จำเป็นต้องได้รับการบูรณาการเชิงนโยบายและการประเมินผลงานใหม่ โดยเฉพาะกระทรวงหลัก คือ กระทรวงการต่างประเทศ ที่ข้าราชการไทยเหล่านี้ ยังเป็นเพียงองค์ประกอบในพิธีกรรมสำคัญๆ ทั้งฝ่ายอเมริกันและฝ่ายชุมชนไทย เช่น ทำหน้าที่เปิดงาน หรือร่วมงานเลี้ยง งานบอลล์ ตามสถานที่ชุมชนต่างๆ ,ยังไม่มีการทำงานในบริบทเชิงลึก เช่น การมีบทบาทช่วยสนับสนุนด้านการค้า การลงทุน ในภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งในอเมริกาและในเมืองไทย ,ข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศจะต้องมีความรู้ความสามารถหลากหลายมากกว่าเดิม แต่การจะให้ข้าราชการเหล่านี้ทำงานในลักษณะอย่างนี้ได้ รัฐบาลใหม่ต้องเสริมคน(ทีม) งบประมาณเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อม หรือต้องจัดทัพให้พร้อมสำหรับการรบ(ทำงาน)เต็มรูปแบบ เนื่องจากวัฒนธรรมของคนในกระทรวงการต่างประเทศยังไม่ค่อยเปลี่ยนมากนัก คือ เท้าไม่ค่อยติดดิน  การทำงานยังมีลักษณะศักดินาอยู่ ขณะดียวกันเจ้าหน้าที่ทูตและเจ้าหน้าที่กงสุล ไม่ทำการบ้านก็มาก 
  2. ต่อเนื่องจากข้อแรก คือ ส่งเสริมความสามารถของคนที่มีความสามารถให้ตรงกับหน้าที่หรือตำแหน่ง ลดระบบเส้นสายหรือระบบอุปถัมภ์ในการทำงานลง ข้าราชไทยจำนวนไม่น้อย มีความสามารถมาก แต่โดนดองเอาไว้ไม่ให้ทำหน้าที่ได้ตรงกับตรงกับความสามารถนั้น แถมบางทีข้าราชการเหล่านี้เสนอปัญหาและแนวทางแก้ไปที่กระทรวง แทนที่ในระดับบนจะดำเนินการแก้ไขก็ปล่อยหมักหมมปัญหาเอาไว้ เพราะคิดว่าไม่ใช่เด็กหรือคนในสายของตัวเองก็มี ปัญหานี้เกิดขึ้นมานานแล้ว และแก้ไขยาก เพราะทุกรัฐบาลที่ผ่านมาขาดความเฉียบขาดแห่งนโยบาย นอกเหนือไปจากการพัฒนาทักษะการทำงานของข้าราชการในเชิงสืบสวน หรือ Exclusive works ให้มากไปกว่าการงานแบบปฏิสัมพันธ์ทั่วๆไป หรืองาน Routine แต่เพียงอย่างเดียว
  3. งานส่งเสริมทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพในอเมริกา เพื่อใช้ประโยชน์(งาน)สำหรับเมืองไทย  ข้อนี้หมายถึงบุคคลากรที่เป็นคนไทยในอเมริกา ทั้งเยาวชน คนทำงานหรือแม้กระทั่งคนไทยที่รีไทร์แล้ว ชุมชนไทยเราที่นี่ได้หารือเรื่องนี้กันมานานพอสมควรและเห็นว่า รัฐบาลไทยควรกำหนดมาตรการ หรือสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเหล่านี้สามารถทำประโยชน์ให้กับเมืองไทย หรือแม้กระทั่งยังทำงานอยู่ที่นี่(อเมริกา)ก็ตาม แต่ยังมีคุณประโยชน์กับเมืองไทยในแง่การเป็นตัวแทนหรือรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
  4. งานบูรณาการชุมชนไทย ได้แก่ การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยในชุมชนไทยในอเมริกา โดยเฉพาะในภาคแรงงานประเภทหาเช้ากินค่ำ หรือไปเช้าเย็นกลับ  ต้องไม่ลืมว่าคนเหล่านี้ สร้างรายได้ และมักมีพฤติกรรมส่งเงินกลับเมืองไทยกันเป็นส่วนมาก(ยังไม่เคยมีการวิจัย หรือรายงานถึงตัวเลขการทำธุรกรรมส่งเงินจากอเมริกากลับเมืองไทยา  ทั้งๆที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายของรัฐไทย) ขณะเดียวกันแรงงานเหล่านี้ก็มีปัญหาในเรื่องต่างๆไม่น้อย โดยเฉพาะแรงงานไทยที่อาศัอยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย (แรงงานผิดกฎหมาย เป็นเรื่องปกติในอเมริกา แต่อย่าให้เจ้าหน้าที่อิมมิเกรชั่นจับได้ก็แล้วกัน) ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิแรงงาน ทารุณกรรมแรงงาน  ปัญหาด้านสุขภาพ และสิทธิการเป็นคนไทยที่โยงไปถึงสิทธิในประเทศ เช่น การเลือกตั้ง  นิติกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวโยงถึงบุคคลและหน่วยงานภาครัฐในเมืองไทย หากรัฐจะอำนวยความสะดวกได้ก็ย่อมเป็นเรื่องดีต่อบรรดาแรงงานไทยเหล่านี้
  5. งานวิจัยเกี่ยวกับชุมชนไทยในอเมริกา ยังไม่ปรากฎว่า ได้มีการส่งเสริมหรือได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐไทยทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ให้ดำเนินการเรื่องงานวิจัยเกี่ยวกับชีวิตและความเป็นอยู่ รวมทั้งธุกิจของคนไทยในอเมริกาแต่อย่างใด เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ในหลายด้าน หมายถึงการกำหนดนโยบาย และการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด
  6. งานแก้ไขกฎหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ให้กับนักท่องเที่ยวอเมริกันและไทย-อเมริกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบวีซ่า ได้แก่ การขยายเวลาการอนุมัติวีซ่าอยู่เมืองไทยสำหรับนักท่องเที่ยวอเมริกันให้ยาวขึ้น  เพราะระยะเวลาแค่เพียงเดือนตามกฎหมายปัจจุบัน ถือว่าสั้นเกินไป ทั้งบังคับให้นักท่องเที่ยวอเมริกัน(ที่ปกติหาแรงจูงใจไปเที่ยวเมืองไทยยากอยู่แล้ว – เหตผลหนึ่งก็คือ ระยะทางและการเดินทางที่ยาวนาน) ต้องเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้านของไทยเพื่อต่อวีซ่าหากว่าพวกเขาประสงค์จะกลับไปเที่ยวเมืองไทยต่อ เรื่องนี้นับว่าเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองไทยต่อคนอเมริกัน ขณะที่ในส่วนของคนไทย-อเมริกัน ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางไปใช้จ่าย(เงิน)ที่เมืองไทย กลับเผชิญอุปสรรคเรื่องการต่อวีซ่าในช่วงของการอยู่เมืองไทยเช่นกัน เช่น ต้องรายงานตัวทุก 3 เดือน และขอวีซ่าได้แค่ปีต่อปี เป็นต้น เป็นเรื่องที่น่ารำคาญและสร้างความไม่สะดวกให้กับคนไทยเหล่านี้
  7.  งานล็อบบี้ รัฐบาลที่ผ่านๆมา ให้ความสำคัญกับงานล็อบบี้น้อยมาก ทั้งๆที่ในอเมริกางานล็อบบี้ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ มีความสำคัญมาก กรณีตัวอย่าง เช่น ที่ผ่านมา จีน กับเกาหลีใต้ ให้ความสำคัญกับงานล็อบบี้ จนทำให้การลงทุนและการค้ากับอเมริกาของทั้งสองประเทศประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ,ไทยเราเองในฐานะประเทศเล็ก ยังต้องพึงพันธมิตรอย่างอเมริกาในเวทีระดับโลกอย่างไม่สามารถเลี่ยงได้ในกรณีต่างๆ เช่นกรณีพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือกรณีความมั่นคงในภูมิภาค  ซึ่งแน่นอนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องใช้ความสามารถอย่างสูง รวมทั้งต้องใช้เงิน(งบประมาณ)จำนวนหนึ่งในการดำเนินการ หากแต่ผลที่ต้องออกมาต้องเชื่อว่า คุ้มค่ากับการลงทุน
  8. งานจัดตั้งองค์กรความร่วมมือ(จำเพาะ)ระหว่างไทยกับอเมริกัน ผู้แทนการค้าและงานด้านวัฒนธรรม งานด้านนี้ยังไม่มีการริเริ่มเช่นกัน  ซึ่งแน่นอนย่อมต้องมีหน่วยงานเกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในด้านวัฒนธรรมก็ต้องอาศัยกระทรวงวัฒนธรรม องค์กรดังกล่าวต้องพิจารณาถึงรูปแบบที่เหมาะสม อาจต้องให้ทางฝ่ายเอกชนทั้งไทยและอเมริกันเข้าร่วมด้วย เกี่ยวข้องทั้งในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความสัมพันธ์ในระดับชุมชนหรือระดับท้องถิ่นของอเมริกันและระดับท้องถิ่นของไทย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทางจีน กับเกาหลี แม้กระทั่งฟิลิปปินส์ ก็ดำเนินการจัดตั้งองค์กรที่ว่ากันไปแล้วหลายองค์กร
  9. งานสนับสนุนธุรกิจคนไทยในอเมริกา ควรเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไทยที่จะต้องตระหนักและให้ความสำคัญ สนับสนุนธุรกิจของคนไทยเหล่านี้ ในประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมด้านการลงทุน หรือการพัฒนาบุคลากรในธุรกิจนั้นๆ เช่น ธุรกิจร้านอาหาร  รัฐบาลไทยอาจดำเนินฝึกอบรมพัฒนาพ่อครัวแม่ครัวไทย หรือฝึกอบรมถึงวิธีการจัดการธุรกิจ หรือแม้กระทั่งให้ความรู้ทางด้านกฎหมายอเมริกันแก่คนไทยผู้ที่กำลังคิดจะลงทุนธุรกิจร้านอาหาร หรือแม้แต่ผู้ที่ประกอบการอยู่แล้วก็ตาม ซึ่งฝ่ายรัฐไทยเอง ต้องหาวิธีบริหารจัดการ ด้านการให้ความรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะฝีมือกับบรรดาแรงงานไทยที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทต่างๆในอเมริกาอีกด้วย 
  10. ความร่วมมือด้านวิจัยและเทคโนโลยีระหว่างไทยกับอเมริกัน ที่ผ่านมา ยังถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับหลายๆประเทศ เปรียบเทียบอย่างแม้แต่กรณีของมาเลเซียเพื่อนบ้านของไทย ที่ไปก้าวไกลไปถึงความร่วมมือกับองค์การบริหารการบินและอวกาศ(นาซ่า)ของอเมริกา เสียด้วยซ้ำ
  11. การประเมินผลการเดินทางมาดูงานของข้าราชการไทย(รวมถึงนักการเมือง)ที่มาดูงานในอเมริกา เป็นปัญหาที่คนไทยในอเมริกาหมั่นไส้เอามากๆ เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้มาดูงานจริง  หากใช้เวลาเพื่อการท่องเที่ยวเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐโดยใช่เหตุ รัฐบาลจึงไม่ควรปล่อยปละละเลยเรื่องนี้

ผมขอเสนอกับรัฐบาลใหม่ของไทยไว้เพียงเท่านี้ก่อน  ในส่วนภาคอื่นๆ และรายละเอียดเชิงลึกของปัญหาจะค่อยนำเสนอเป็นระยะๆไป

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: