ปัญหาแรงงานเปรียบเทียบไทย-อเมริกา

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  @piralv@yahoo.com

กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปสำหรับแผนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาท ของพรรคเพื่อไทย แม้ว่าจะยังไม่มีการฟอร์มเป็นรัฐบาลก็ตาม นับว่าเป็นกรณีน่าจับตามองอย่างยิ่งถึงผลได้ผลเสีย ที่ไม่เพียงแต่กระทบทั้งลบและบวกทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น หากยังกระทบต่อด้านอื่นๆด้วย เช่น ปัญหาสังคม เป็นต้น ดังนั้น นอกเนือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจแล้ว หน่วยงานด้านอื่น อย่างเช่น หน่วยทางด้านความมั่นคงปลอดภัย ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

                หมายถึงว่า หากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ก็จะส่งผลกระทบให้มีแรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น แรงงานเหล่านี้ถ้าไม่ควบคุมให้ดี ก็จะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ ขณะที่เรายังไม่มีการบูรณาการหน่วยงานที่ดูแลด้านแรงงานด้านต่างด้าวกันเลย ซึ่งก็คือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม.  นั่นเอง

                ในอเมริกาก็มีปัญหาด้านแรงงานมากเช่นเดียวกัน จนนำไปสู่การประกาศนโยบายของแต่ละรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาต่างด้าว โดยเฉพาะที่อพยพมาจากเม็กซิโก และประเทศอื่นๆในลาตินอเมริกา หนีเข้ามาทำงานในอเมริกา จนกลายเป็นกลุ่มชนก้อนใหญ่มากกว่า 10 กว่าล้านคน ส่วนใหญ่ก็เพื่อแสวงหาโอกาสทางด้านเศรษฐกิจ เหมือนแรงานพม่า เขมรและลาว ในเมืองไทย

                ไม่ว่ารัฐบาลใหม่ของไทยจะเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำหรือไม่ ปัญหาแรงงาน และเรื่องค่าแรงก็ยังจะเป็นประเด็นปัญหาที่สำคัญต่อไปและพร้อมที่จะปะทุ         ลามออกไปในส่วนอื่นๆ หากว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ซึ่งโดยส่วนแล้วผมเห็นด้วยกับการขึ้นค่าแรงในครั้งนี้

ส่วนจะขึ้นเป็นเท่าไรถึงจะเหมาะสม การพัฒนาในส่วนของรูปแบบหรือโครงสร้างของค่าแรงจะเป็นแบบใด และส่งผลด้านเศรษฐกิจอย่างไรเป็นประเด็นหนึ่งที่จะต้องว่ากัน ยังจะไม่กล่าวในที่นี้ แต่จะเอาระบบการบริหารจัดการด้านแรงงานในอเมริกามาเปรียบเทียบให้เห็น

                จากการสังเกต ในภาพรวมของการแก้ไขปัญหาแรงงานของรัฐบาลอเมริกันในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา น่าจะแบ่งออกได้ดังนี้

1.ประเด็นการพิจารณาคัดเลือกแรงงาน คำนึงคุณภาพแรงงานเป็นหลัก  แรงงานอเมริกันได้ถูกพัฒนาจนเกิดทักษะ (Skill) ในการทำงาน ซึ่งจะไปสัมพันธ์กับค่าแรง ที่จะเพิ่มสูงขึ้น โดยวัดจากความสามารถหรือความชำนาญในการทำงานแต่ละสาขาอาชีพ ไม่ได้วัดจากวุฒิการศึกษาเหมือนดังแรงงานและระบบการจ้างงานในเมืองไทย ทักษะที่ว่านั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะงานด้านช่างอย่างเดียว แต่รวมทุกอย่างทุกสาขาอาชีพ ทุกประเภท มีคำว่า “มืออาชีพ” การันตี ผ่านระบบใบอนุญาต (License)   การคิดค่าตอบแทนหรือค่าจ้าง คิดเป็นรายชั่วโมง วัฒนธรรมการคัดกรองแรงงานพิจารณาจากประสบการณ์และทักษะเป็นหลัก มียกเว้นบางประเภทเฉพาะเท่านั้น ที่คัดกรองจากวุฒิการศึกษา

2.ประเด็นการพิจารณาค่าจ้างหรือค่าตอบแทน ขึ้นกับทักษะ และประสบการณ์การทำงานของแรงงาน ขอบเขตของความรับผิดชอบในงานนั้นๆ ความเสี่ยงภัย หรือเสี่ยงอันตราย  ความโดดเดี่ยว (งานโครงการวิจัย หรืองานความลับของเอกชนหรือรัฐบาลบางประเภท) วัฒนธรรมการพิจารณาเพื่อจ้างแรงงานและให้ค่าตอบแทน ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวกับวุฒิการศึกษา เช่น คนงานก่อสร้าง คนงานกวาดขยะ ได้ค่าตอบแทนรายชั่วโมงมากกว่าพนักงานหน้าเค้าน์เตอร์ของธนาคาร เป้ฌนต้น

                3.ประเด็นลักษณะการทำงานในองค์กร จากรูปแบบการจ่ายค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงนั้น ทำให้แรงงานหรือลูกจ้าง ต้องทำงานเต็มความสามารถ พูดง่ายๆ คือ อู้งานไม่ได้  งานที่ออกมาต้องมีประสิทธิภาพ คุ้มกับค่าจ้าง ไม่เป็นลักษณะเช้าจามเย็นชาม องค์กรเองพยายามลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนเพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองค่าใช้ในการจ้างงาน เกิดระบบที่เรียกว่า One stop service มากมาย พูดง่าย คือ เขาใช้แรงงานคุ้มกับค่าจ้าง เช่น พนักงานของเทศบาลคนเดียวทำงานด้วยรถเก็บขยะคันเดียว ไม่มีผู้ช่วย หรือแม้แต่พวกช่างด้านบริการต่างๆ คนเดียว คันเดียวเช่นกัน

             4. ประเด็นการพัฒนาแรงงานแรงงานในองค์กร องค์กรหรือนายจ้างให้ความสำคัญในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานอย่างมาก ในรอบปีหนึ่งๆมีการฝึกอบรมให้กับพนักงานที่เป็นแรงงาน  เพื่อเสริมทักษะให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและร่วมสมัย  หรือ up to date อยู่อย่างสม่ำเสมอ  ในกรณีของในอนุญาตในอาชีพต่างกำหนดเป็นระยะๆ เพื่ออบรมและสอบทบทวน เรียกกันว่า Renewal แรงงานหรือพนักงานจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่เสมอ 

5. ประเด็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทำงาน ตลอดที่ผ่านมา 10 กว่าปี หน่วยงานของเอกชนและรัฐของอเมริกันให้ความสำคัญในเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างมาก  โดยเฉพาะในยุคดิจิตัลหรือยุคออนไลน์ งานหลายประเภทไม่ต้องไปทำงานที่สำนักงานก็ได้ สามารถทำอยู่กับบ้านหรือที่ไหนก็ตาม ทำให้องค์กรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนของสวัสดิการหลายเรื่อง อย่างน้อยๆ ก็ค่ายานพาหนะ เป็นต้น

6. ประเด็นสวัสดิการแรงงาน  เป็นเงื่อนไขตามกฎหมายแรงงานที่นายจ้างหรือองค์กรต้องรับผิดชอบต่อลูกจ้าง เช่น ในด้านการประกันสุขภาพ ด้านสวัสดิการเงินสำรองเลี้ยงชีพ  ด้านการจัดการเงินออมระยะยาวสำหรับลูกจ้าง  ด้านที่สัมพันธ์กับสหภาพแรงงานที่เรียกกันติดปากในบรรดาแรงงานอเมริกันว่า Union   หรือแม้กระทั่งงานด้านเงินออมระยาวสำหรับรีไทร์ของพนักงาน ที่เรียกว่า 401K ที่รัฐหนุนผ่านมาตรการทางด้านภาษี หรือปลอดภาษีนั่นเอง เป็นต้น

7.ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของรัฐ เรื่องนี้นับว่าสำคัญมาก หลักๆ ก็คือ กระทรวงแรงงาน (Department of Labor) กับกระทรวงความมั่นคงภายใน (Department of Homeland Security) กระทรวงแรกนั้นดูแลด้านแรงงานและนายจ้างโดยตรงในหลายๆด้าน เช่น คุณภาพของแรงงาน  ค่าแรง ความถูกต้องปลอดภัยของสถานประกอบการ การละเมิดกฎหมายแรงงานของนายจ้างและลูกจ้าง สวัสดิการของแรงงาน ฯลฯ  ขณะที่หน่วยงานหลัง ดูแลและจัดการเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะ ในอเมริกา แรงงานต่างด้าวนับว่าสำคัญต่อเศรษฐกิจของอเมริกันมาก ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจในหลายภาคส่วนเดินหน้าไปได้ด้วยดี ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลพยายามแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งทะลักเข้ามาจากพรมแดนที่อยู่ติดกับอเมริกาด้านใต้ คือ พรมแดนเม็กซิโก ถึงขนาดอเมริกาสร้างกำแพงยาวกว่า 3000 กว่ากิโลเมตร ที่เรียกว่าThe Mexico – United States barrier มากั้น แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้มากนัก

กระทรวงความมั่นคงภายใน(ตอนนี้เข้าใจว่ามีนักการเมืองไทยบางคนเกิดความคิดที่จะจัดตั้งหน่วยงานเหมือนกับกระทรวงนี้ของอเมริกัน  แต่ไม่ทราบรูปแบบว่าจริงๆแล้วจะเหมือนกันหรือไม่) แปรสภาพมาจากหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองของอเมริกันเดิม  คือ INS- Immigration and Naturalization services) เนื่องจากรัฐบาล (ในตอนนั้นคือ รัฐบาล จอร์จ ดับเบิลยู บุช) เห็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบต่างด้าวว่าเริ่มมีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ตลอดถึงความไม่มั่นคงจากผลพวงของการก่อการร้ายในหลายๆที่ทั่วโลก ที่กระเทือนถึงผลประโยชน์ของอเมริกัน  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ  ปัญหาภายใน ได้แก่แรงงานเถื่อนจำนวนมาก ที่ส่งผลต่อปัญหาสังคมของอเมริกัน  นอกเหนือไปจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ที่คนอเมริกันจำนวนมากหวั่นวิตก ว่าลูกหลานของคนเหล่านี้มาแย่งสวัสดิการไปจากคนอเมริกันในประเทศ ตัดทอนเอาทรัพยากรต่างๆไปใช้ โดยฝ่ายอเมริกันอยู่ในฐานะผู้จ่ายภาษี หรือเป็นผู้ให้  ที่เห็นๆกัน ก็คือ สวัสดิการด้านการศึกษาและสาธารณสุข

ในประเด็นแรงงานนี้ น่าจะได้ลองเปรียบเทียบกับ ในส่วนของเมืองไทย ทั้งในเรื่องของระบบการคัดสรรหรือเกณฑ์การคัดสรรแรงงาน ระบบการทำงาน ระบบการจ่ายค่าแรง วัฒนธรรมองค์กร กระทั่งถึงข้อสุดท้าย คือ ผลกระทบจากความเป็นไปของค่าแรง  

ในประเด็นที่ 7 ไม่ว่าจะขึ้นค่าแรงหรือไม่ก็ตาม  คนไทยก็ได้รับผลกระทบจากการไหลทะลักเข้ามาของแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว หากว่าขึ้นค่าแรง แน่นอนผลกระทบย่อมจะเพิ่มขึ้นมากตามไปด้วย ขณะที่เรายังทำงานกันไม่เป็นระบบ งานต่างด้าวก็ไปฝากไว้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพียงอย่างเดียว ทั้งๆที่ประเด็นนี้เชื่อมโยงไปถึงงานด้านอื่นๆอีกมากมาย

หมายถึง ความจำเป็นที่เราจะต้องมีหน่วยงานที่เชี่ยวชาญและกำกับงานต่างด้าวโดยเฉพาะหรือไม่ อันนี้ฝากไปพิจารณากัน

ตัวอย่างที่ที่เป็นรูปธรรมล่าสุดที่ออกมา เช่น  ข้อมูลของกรุงเทพมหานคร ที่ระบุว่า จำนวนนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดกทม.ขณะนี้  มีนักเรียนต่างด้าวเพิ่มขึ้นจำนวนมากและอย่างรวดเร็ว ก็น่าจะเป็นสัญญาณชี้อะไรบางอย่างได้อย่างดี

อเมริกาน่ะ ยังพอมีที่มีทางว่างเปล่าอยู่มาก แต่ของไทยนั้นเกรงจะหดเหี้ยนลงไปเสียด้วยซ้ำ หากยังเพิกเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนกันอยู่เหมือนในเวลานี้..

  1. #1 by นาคินทร์ วรรณทอง on กรกฎาคม 27, 2011 - 3:57 pm

    เรื่องการปรับค่าแรงตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องที่น่าสนใจ คำประกาศนี้เปนเสมือนกับสัญญาประชาคมที่ได้รับการตอบรับเป็นจำนวนมาก ที่จริงในสังคมไทยลูกจ้างได้ถูกกดค่าแรงมาเป็นเวลานาน ซึ่งค่าแรงที่ลูกจ้างได้รับก็ไม่พอกับการเลี้ยงชีพแต่คำถามก็คือว่าทำไมลูกจ้างจึงอยู่ได้ ที่ลูกจ้างอยู่ได้ก็เพราะต้องอาศัยการทำล่วงเวลาหรือหางานพิเศษทำ เช่นการขับรถแท๊กซี่ เหล่านี้เป็นต้น ก็ที่เหล่านายจ้างออกมาโวยวายก็เป็นสิทธิของท่านแต่ถ้ารัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ทำไม่ได้ตามที่ประกาศไว้ก็คงถือว่าเป็นนโยบายที่ตอแหลและทรยศต่อผู้เลือกตั้ง ผู้ใช้แรงงานก็ควรออกมาใช้สิทธิของตัวเองให้เต็มที่

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: