การท่องเที่ยวกับระบบงานต่างด้าว

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา ตลอดจนกระทั่งถึงช่วงนี้ลดลงตามขาลงของเศรษฐกิจโลก ไม่ได้หมายความว่า เราจำเป็นต้องปล่อยให้ชะตากรรมของประเทศเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจของโลกด้วย เพราะเมื่อมีน้ำลงก็ย่อมมีน้ำขึ้นเป็นธรรมดา

หากไทยเราเตรียมพร้อม ด้วยการจัดระบบให้เอื้ออำนวยต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ ก็ย่อมจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น

                แต่ที่ผ่านมา รัฐบาล หน่วยงานราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง กลับเพิ่มขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อนให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ที่จะเดินทางไปทำธุระที่เมืองไทยซึ่งปัญหาเท่าที่เห็นมีอยู่หลายประการ อย่างเช่น

                ปัญหาในเรื่องการต่อวีซ่า ครั้งที่สอง และสาม ที่เสมือนบังคับให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปต่อวีซ่า ยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พม่า ลาว กัมพูชา หรือมาเลเซีย ในกรณีของนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ได้วีซ่าเข้าเมืองไทยโดยอัตโนมัติเป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่ต้องไปยื่นขอวีซ่าจากสถานกงสุลไทยในอเมริกา แต่กลับมีปัญหาเรื่องการต่อวีซ่า ที่บังคับให้พวกเขาต้องเดินทางออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทย ก่อนกลับเข้ามา แล้วทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ต.ม.)ต่อวีซ่าให้ 15 วัน ซึ่งนับว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งทางด้านการท่องเที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเช่น มาเลเซีย ที่ออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวอเมริกันเป็นเวลา 90 วัน

                ปัญหาในเรื่อง การจัดลำดับความสำคัญต่อนักที่ท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศว่า นักท่องเที่ยวชาติไหนใช้เงินมากที่สุด ก็ต้องสร้างระบบที่เอื้อ เกื้อกูลต่อนักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งนักลงทุนชาตินั้นๆ

                งานที่สำนักงานใหญ่ต.ม.ของไทย(ซ.สวนพลู)  ในแต่ละวันยังค่อนข้างยุ่งเหยิง ไม่ค่อยมีระเบียบ เพื่อนของผมบ่นให้ฟังว่า สถานที่ที่ดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่าของคนต่างด้าว คับแคบ ทำให้ต้องเสียเวลาในการไปทำธุระเรื่องวีซ่าแต่ละครั้งยาวนาน บางครั้งกับต้องคุกเข่าเขียนเอกสาร(ฟอร์ม)กับพื้น

                ปัญหาแบ่งแยกเกรด หรือระดับของนักท่องเที่ยว โดยใช้สถานที่ที่นักท่องเที่ยวไปพักเป็นเกณฑ์ โดยหากนักท่องเที่ยว หรือผู้ที่เข้าไปทำธุระกิจที่เมืองไทยระบุ(เขียน)สถานที่พักในต่างจังหวัดขณะที่เข้าเมืองในตอนแรก จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้น คือ ต้องวิ่งหาสถานที่พักในเขตกรุงเทพฯ ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่ต.ม.จะไม่ยอมดำเนินการต่อวีซ่าให้

ประเด็นนี้ทำให้กลายเป็นเรื่องหยุมหยิมไป ทั้งที่ขอบเขตการทำงานของสำนักงานต.ม.นั้นครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ น่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าถึงขนาดแบ่งพื้นที่ กรุงเทพ กับต่างจังหวัดโดยปราศจากเหตุผลที่เหมาะสม  ขณะที่ในพื้นที่ต่างจังหวัดหลายที่ไม่มีสำนักงานต.ม.อยู่เลย

                การเดินทางเข้ามาทำงานของคนในประเทศเพื่อนบ้านของไทยจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต.ม.ต้องทำงานหนักมากขึ้น เป็นทั้งแรงงานที่ถูกและผิดกฎหมาย หรือแรงงานเถื่อน ประเด็นนี้ส่งผลถึงการที่จะต้องปฏิรูปหน่วยงานราชการไทยสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งนี้ โดยน่าที่จะให้มีบทบาท ที่เป็นเอกเทศ คอยทำหน้าที่กำกับและควบคุมแรงงาน ต่างด้าวทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศไทย  เพราะนับวันปัญหาแรงงานต่างด้าวจะมีมากขึ้น ทั้งในเรื่องแรงงานโดยตรงและปัญหาด้านอาชญากรรม

                ประเด็นการแยกสำนักงานต.ม.ออกมาทำหน้าที่อย่างเอกเทศนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ ผู้ร่างกฎหมาย(ส.ส. กับ ส.ว).และส่วนงานราชการที่เกี่ยวข้องน่าจะ ลงมือศึกษา วิจัย ถึงข้อเท็จจริงที่กำลังเป็นอยู่และนับวันจะมากขึ้น ในปัจจุบัน เป็นถึงขนาดแยกได้ยากมากขึ้นระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าวที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านของไทย

                ระบบการรักษาความปลอดภัยก็สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อบรรดานักท่องเที่ยว ทั้งเป็นประเด็นในอันดับต้นๆสำหรับการพิจารณาประเทศที่จะไปเที่ยว

                ขณะเดียวกันระบบการทำธุรกิจของบริษัทเอกชนเองยังมีข้อที่นักท่องเที่ยว และผู้ที่มาทำธุรกิจที่เมืองไทยวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ค่อยเหมาะสม ในต่างประเทศที่พัฒนาแล้วไม่มีการทำเช่นนี้ อย่างเช่น การแลกเปลี่ยนเงินตามระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารจำนวนมาก ขอพาสปอร์ต  หรือบัตรประจำตัวประชาชนจากนักท่องเที่ยวไปถ่ายเอกสาร(สำเนา)เก็บไว้ ถึงแม้ว่าแบงก์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมองในประเด็นความปลอดภัย แต่หากพนักงานแบงก์ทุจริตสับเปลี่ยนเงินที่แลก เป็นเงินปลอม ก็อาจทำให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากตามมากับนักท่องเที่ยวเหล่านั้น

                เรื่องนี้นักท่องเที่ยวอเมริกันหลายคนบ่นว่า จะขอดูเอกสารทุกอย่างได้ แต่การนำเอกสารสำคัญไปถ่ายสำเนา เป็นเรื่องที่ไม่สามารถไว้วางใจได้ นอกเหนือไปจากให้ความรู้สึกกับประหนึ่งว่า  พวกเขาเป็นอาชญากร ซึ่งไม่เป็นผลดีด้านธุรกิจ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

            อีกด้านเมื่อมองไปถึงการทำงานของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ที่มีสำนักงานที่อเมริกาทั้งที่ลอสแองแจลิส และนิวยอร์ค ดูเหมือนมุ่งเน้นการโปรโมท ไปที่คนไทยในอมริกาที่จะกลับเมืองไทย มากกว่า เน้นให้คนอเมริกันหันมาเที่ยวเมืองไทย แม้ก่อให้เกิดผลดีกับประเทศบ้าง แต่ก็ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งการโปรโมทดังกล่าวนี้ ก็กระทำอยู่แต่ในเมืองสำคัญบางเมืองเท่านั้น ไม่ได้แพร่ขยายออกไปยังเมืองอื่นๆ รอบๆ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ทราบถึงโปรโมชั่น หรือโปรแกรมพิเศษการท่องเที่ยวเมืองไทย

                ที่ผ่านมารัฐบาล ด้วยการผ่านหน่วยงานททท. ลงทุนไปจำนวนมาก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ต่างชาติไปเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น แต่สำหรับคนอเมริกันแล้วนับว่ายังได้ผลน้อยมาก เมื่อเทียบกับเงินที่ลงทุนไปกับผลตอบแทนที่ได้รับ

                อเมริกันส่วนใหญ่ ยังมองว่าเมืองไทยตั้งอยู่ไกล หลายคนกลัวการเดินทางหรือการนั่งบนเครี่องบินอันยาวนานราว 17 ชั่วโมง พวกเขาส่วนใหญ่พอใจที่จะไปเที่ยวประเทศในทวีปอเมริกา ทั้งอเมริกาเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ รวมทั้งประเทศในทะเลแคริบเบียน

                อเมริกันหลายคน ยังไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำว่าเมืองไทยอยู่ตรงส่วนไหนของโลก

                แต่ก็น่าแปลกใจเช่นเดียวกันที่ 2 ประเทศเพื่อนบ้านของไทย คือ มาเลเซีย และสิงคโปร์ นั้น กลายเป็นที่รู้จักของอเมริกัน ไม่นับรวมเวียดนาม และกัมพูชาที่พวกเขาคุ้นแคยกันเป็นอย่างดี

                ในแง่การโปรโมทประเทศต่อบรรดาอเมริกัน ดูเหมือนมาเลเซียกับสิงคโปร์ จะทุ่มเงินจำนวนมากกับสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโทรทัศน์ ที่มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

                อย่าง มาเลเซียน  แอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติมาเลเซีย ถึงกับให้ราคาตั๋วเรือบินในอัตราพิเศษกับบรรดานักกิจกรรม องค์กรไม่หวังผลกำไรอเมริกัน ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศของเขา

                ไม่ใช่คนอเมริกันเองไม่ตระหนักว่าดวงตะวันกำลังโผล่ขึ้นข้างบูรพาทิศ

                ผลของอาการรอแร่ทางด้านเศรษฐกิจพลิกให้จีน กลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของอเมริกา บริษัทจีนจำนวนมากเข้าไปครอบครอง หรือเทคโอเวอร์บริษัทอเมริกันที่กำลังจะล้มละลาย

                ความหมายก็คือ ประเทศไทย นักธุรกิจไทย และคนไทยจะได้ประโยชน์อะไรบ้างกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากแค่ปัญหาระบบที่ไม่เอื้อต่อการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ในยามนี้ยังไม่ได้รับการปรับปรุง แก้ไขให้ถูกทาง….

หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้เขียนลงสยามรัฐฉบับวันที่ 6 ก.ค.2552 ขณะนั้น สำนักงานใหญ่ตรวจคนเข้าเมือง ยังอยู่ซอยสวนพลู ก่อนที่จะมีการโอนย้ายงานส่วนใหญ่ไปยังสำนักงานใหญ่ถนนแจ้งวัฒนะ  (ศูนย์ราชการ) กรุงเทพฯ

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: