ชะตากรรมร่วมกันของมนุษย์ชาติ

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  : piralv@yahoo.com

อย่างที่ทราบกันดีในช่วงนี้ว่า เรื่องของภัยพิบัติธรรมชาติและภัยใหญ่ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างยิ่ง เพราะส่งผลต่อชะตากรรมต่อพวกเราด้วยกันเอง ทั้งในขณะนี้และในอนาคต ปรากฏการณ์สึนามิ และการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองฟุกุชิมา ครั้งล่าสุดนี้ได้สร้างความสั่นสะเทือนในหลายๆเรื่อง แม้กระทั่งคนบนฝั่งทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในเวลานี้กันแล้ว

                นั่นคือ ผลกระทบที่เกิดจากกัมมันตรังสีได้มาถึงอเมริกา และแคนาดาแล้วใน 2 ส่วน คือ ด้านอากาศ ที่มีแสลมพัดมาจากญี่ปุ่น และด้านอาหารที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่นแช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ส่วนกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างเข้มงวดยิ่ง

                ผลกระทบทางด้านอากาศนั้น ปรากฎว่า ได้มีการตรวจพบสารกัมมันตรังสีในหลายรัฐในภาคตะวันตกของอเมริกา เช่น แคลิฟอร์เนีย โอเรกอน วอชิงตันและบางรัฐที่อยู่ติดกัน เพียงแต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แต่ก็มีคำถามต่อเอีกว่า ระดับของกัมมันตรังสีจะเพิ่มความเข้มข้นหรือไม่อย่างไรในอนาคต รวมทั้งหากฝนเกิดตกขึ้นมาในช่วงนี้ จะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้กัมมันตรังสีที่อยู่บนฟ้าตกลงมา แล้วเพิ่มปริมาณมากขึ้นหรือไม่?

                ด้วยระยะทางราว 5,000 ไมล์ กัมมันตรังสีจากญี่ปุ่นเดินทางมากับลม แผ่ซ่านอยู่เหนือท้องฟ้าและในอากาศที่อเมริกา ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ถูกถามโดยสมาชิกสภาคองเกรสและสภาซีเนตหลายคนว่า ระดับปริมาณกัมมันตรังสีที่ว่าปลอดภัยนั้น จริงๆแล้ว มันปลอดภัยจริงหรือ การตรวจสอบเป็นไปอย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง

                อีกส่วนหนึ่ง ด้านอาหารเกษตรเช่น ปลา ข้าว หรือพืชผักอื่นๆ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นเพื่อประกอบอาหาร ในครอบครัว ร้านอาหรญี่ปุ่นที่มีอยู่จำนวนมากเวลานี้นั้น บริษัทนำเข้าสินค้าเหล่านี้ ต่างหยุดนำเข้ากันเป็นแถบ เป็นด้วย 2 สาเหตุ คือ มีการตรวจพบกัมมันตรังสีปนเปื้อน และตรวจเข้มมากขึ้น จนประสบปัญหาในการนำเข้า เนื่องจากสินค้าไม่สามารถผ่านด่านเข้ามาได้ นอกเหนือไปจาก การที่คนอเมริกันส่วนหนึ่งมีอาการผวา ไม่กล้ากินอาหารจากญี่ปุ่น ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในขณะนี้ จึงมีอันทรุดหนัก

                เมื่อ 2 วันที่แล้ว(30 มี.ค.) ผมยังได้แจ้งจากท่านผู้อำนวยการศูนย์พาณิชยกรรมของไทยที่นิวยอร์ค สุจินต์ เปล่งขำ ว่า Nam Hai Market ซึ่งเป็นตลาดของสด ที่ขายปลาจากญี่ปุ่นเพื่อเอาไปทำอาหารหลักของร้านญี่ปุ่น ก็คือ Sushi  นั่นคือ ตั้งแต่เกิดสึนามิครั้งล่าสุด ปรากฎว่าไม่มีปลาจากญี่ปุ่นส่งเข้ามาเลย ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้อนาคตด้วยว่าจะเริ่มนำเข้ามาได้เมื่อไร

                ผลกระทบที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่ง ก็คือ คนอเมริกันมีความหวาดระแวง ต่อสินค้าอาหารที่นำเข้าจากประเทศเอเชียมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แม้ว่าสินค้านั้นจะไม่ได้นำเข้าจากญี่ปุ่นก็ตาม ทำให้กระเทือนไปถึงตลาดเอเชียนอื่นๆไปด้วย การนำเข้าสินค้าเกษตร อย่างสินค้าจากประเทศไทยน่าจะได้รับผลกระทบทางอ้อม หรือบางส่วนด้วยหากให้อนุมานเอาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

                ผมคิดว่าในเวลานี้ คงไม่ใช่แค่อเมริกาประเทศเดียวครับ หลายประเทศ โดยเฉพาะทางยุโรปเองก็คงดำเนินมาตรการในทำนองเดียวกัน โดยเฉพาะตัวสินค้าเกษตร เนื่องจากประชาชนในประเทศพากันปริวิตกถึงเรื่องนี้

                นอกจากนี้ มีเรื่องที่น่าสนใจเกิดขึ้นในอเมริกาตอนนี้ คือ บริษัทนำเข้าเครื่องสแกนหรือตรวจสอบรังสี ขายสินค้า ที่เรียกว่า radiation detector ได้จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ จนไม่สามารถรับออร์เดอร์ของลูกค้าได้ไหว  ถึงขนาดต้องแจ้งบอกว่า ของหมด

                “ลูกค้า” ที่หมายถึงบริษัทนำเข้าสินค้าตัวนี้ในอเมริกา และคนอเมริกันที่เป็นผู้บริโภคในประเทศเอง ที่มีความหวาดระแวงอาหารที่ซื้อมาจากตลาดเอเชียน

                Tim Flanagan เจ้าของ GeigerCounter.com ซึ่งขายเครื่องตรวจสอบรังสี นำเข้าจากเยอรมันบอกว่า ยอดขายสินค้าตัวนี้พุ่งชนเพดานนับแต่เกิดข่าวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นรั่ว จนต้องระงับการรับคำสั่งซื้อ(Orders)  และผู้ที่สั่งซื้อไปแล้ว ต้องใช้เวลารอเพื่อรับสินค้าของบริษัท ที่มีราคา 450 ดอลลาร์ ถึง 4 เดือน นับจากวันสั่งสื่อ

                ขณะที่ก่อนหน้านี้  หลังเกิดเหตุสารนิวเคลียร์รั่วไหลที่ฟุกุชิมา ทั้งฝ่ายทางการและบริษัทส่งออกสินค้าจากญี่ปุ่น และบริษัทนำเข้าของอเมริกัน-แคนาดา ได้สิ่งซื้อเครื่องตรวจสอบกัมมันตรังสีกันจำนวนมาก

                Flanagan ยังบอกว่า หลังวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่สึนามิเขย่าโรงไฟฟ้าที่ฟุกุชิมาเพียงแค่ 5 วัน ร้านของเขาขายเครื่องสแกนรังสีที่ว่านี้ 500 เครื่อง เกลี้ยงร้าน

                ด้วยขนาดเท่าๆสมาร์ทโฟน สามารถพกพาได้สะดวก ใช้ง่ายและมั่นใจต่อประสิทธิภาพการใช้งาน ในราคา 250-800 ดอลลาร์  ต่อเครื่อง ทำให้ผู้ขายหลายรายในอเมริกา ถึงกับหมดสินค้าในสต็อก

                “ที่คนแห่กันไปซื้อเจ้าเครื่องที่ว่า เพราะเหตุว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าข้อมูลที่นำเสนอโดยรัฐบาล เป็นความจริงทั้งหมด” Mike McBride  แห่งบริษัท  Industrial Test Systems  ซึ่งมีสำนักงานที่เมืองRock Hill รัฐเซ้าท์แคโรไลน่า ระบุเช่นนี้ต่อสำนักข่าวเอฟพี  เมื่อ 2 วันที่แล้ว

                บริษัทขายเครื่องสแกนที่ว่านี้อีกราย คือ International Mecom ขณะนี้ถึงกับตั้งศูนย์การรายงานข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณกัมมันตรังสีขึ้น 3 จุด  ที่ Sebastopol รัฐแคลิฟอร์เนีย  Ashland ,รัฐโอเรกอน  และที่   Maui รัฐฮาวาย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้ยังพบว่า ระดับของรังสียังอยู่ในขั้นปกติ

                อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงปัญหาในประเด็นการกระจายของรังสีที่เกิดจากนิวเคลียร์นี้ ก็ทำให้เห็นว่า มันกำลังกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นทางด้านเศรษฐกิจด้วย หากว่าเศรษฐกิจของญี่ปุ่นต้องใช้เวลานานมากขึ้นเท่าใดในการฟื้นตัว เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าในภาคส่วนทีเกี่ยวข้องทั้งหลาย ก็พลอยไม่ดีตามไปด้วยนานเท่านั้น  

เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุนญี่ปุ่นนั้นกระจายออกไปทั่วโลก แม้ว่าฐานการผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ต่างประเทศ แต่การหันกลับมาดูแลกิจการในประเทศเพื่อให้เดินต่อไปได้นั้น ก็ทำให้บริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้ออกอาการ “เครื่องรวน”อยู่พอสมควร

เมื่อเร็วๆนี้ ผมเจอกับคุณไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ เจ้าของสวนสยาม ซึ่งมีเพื่อนๆเป็นนักธุรกิจที่ทำการค้าขายกับญี่ปุ่น ก็บอกในทำนองเดียวกันว่า กว่าที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะฟื้นนั้น แค่ 1 ปี ไม่อาจเอาอยู่

                ขณะเดียวกันการรั่วไหลของกัมมันตรังสีที่ญี่ปุ่น ก็กำลังส่งผลกระทบต่อการเมืองของอเมริกาในระดับประเทศอีกด้วย นักการเมืองหลายคนตั้งข้อสงสัยการทำงานของรัฐบาลโอบามา โดยเฉพาะมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งอากาศและอาหาร รวมทั้งกระทบต่อแผนการและเงินงบประมาณด้านพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้พยายามจูงใจให้สมาชิกสภาอเมริกันเห็นว่า ประเทศยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีกต่อไป เพื่อรองรับการใช้พลังงานที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต พร้อมการันตีความปลอดภัย

                แต่ตามรายงานล่าสุดของนาย Dan Hirsch อาจารย์ด้านนโยบายนิวเคลียร์ มหาวิทยาลัย ยูซี ซานตาครูซ(แคลิฟอร์เนีย)ระบุด้วยความไม่แน่ใจว่า การเพิ่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือขยายการลงทุนในพลังงานด้านนี้ จะเป็นเรื่องที่ทำได้สะดวก  เมื่อดูจากเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่น ขณะนี้คนอเมริกันมีปฏิกิริยาต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์สูง งบประมาณที่รัฐบาลเสนอจึงไม่น่าจะผ่านไปโดยง่ายดาย หรืออาจไม่ผ่านก็เป็นได้

                 สำหรับบางประเทศในเอเชีย เวลานี้ การเคลื่อนตัวของกัมมันตรังสีจากญี่ปุ่น เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างเช่นเดียวกับภัยพิบัติธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสึนามิครั้งล่าสุด เช่น ทางการฟิลิปปินส์ได้เตรียมรับกับสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของระดับปริมาณรังสีในอากาศกันแล้ว รวมทั้งกำหนดมาตรการอย่างเป็นระบบ จึงไม่น่าแปลกใจที่ เครื่อง radiation detector ได้ถูกนำไปใช้จำนวนไม่น้อยในประเทศเดียวกันนี้เช่นกัน

                ถึงตอนนี้เท่าที่ทราบจากข่าว(30 มี.ค.) รัฐบาลญี่ปุ่นต้นตอของปัญหาเรื่องนี้ ก็ยังคงแก้ไขปัญหาการรั่วไหลของพลูโตเนียมอยู่ รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันภัยขั้นสูงสุด

                หวังว่าประเทศไทยของเรา ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและรัฐบาล ที่มักบอกต่อกันและบอกต่อประชาชนเสมอมาว่า “ไม่มีปัญหา” คงไม่มีปัญหา(จริงๆ)

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: