พลังงานนิวเคลียร์กับโลกในอนาคต

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  : piralv@yahoo.com

เหตุการณ์ระเบิดของโรงไฟฟ้าไดอิชิ ที่ฟูกูชิมา ที่ตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น สืบเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 8.9 ริกเตอร์ หรือสึนามิ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทำเอาผู้คนทั่วโลกช็อคไปตามๆกัน นอกเหนือไปจากภาพข่าวความเสียหายของชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากแล้ว อนุสนธิที่ได้ ส่วนหนึ่งย่อมได้แก่การจัดการเกี่ยวกับแหล่งพลังงานสำคัญอย่างพลังงานนิวเคลียร์ ที่นำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ในแง่ของความจำเป็นที่จะต้องมีและการจัดการด้านความปลอดภัย  รวมทั้งเร่งหาแหล่งพลังงานงานทดแทน ซึ่งในประเด็นหลังไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้เวลานานพอสมควร

หลายประเทศที่พัฒนาแล้วนำเอาพลังงานนิวเคลียร์มาใช้ เนื่องงจากความต้องพลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมมีสูง เปรียบเทียบกับภาคครัวเรือน ที่มีการใช้ไฟในปริมาณไม่มากนัก

ปัจุบันการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ตั้งอยู่บนเหตุผลการมองถึงข้อดีของพลังงานประเภทนี้ คือ ความสะอาดและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบปัญหาโลกร้อน เหมือนแหล่งพลังงานอื่นๆ อย่างเช่น ถ่านหิน เป็นต้น แต่สามารถให้พลังงานจำนวนมาก อย่างคุ้มค่าการลงทุน

มีหลายประเทศ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อสร้างโรงไฟฟ้านิวคลียร์ หรือประเทศที่มีอยู่แล้ว ก็จะสร้างเพิ่ม เพื่อรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรม และการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ  เช่น จีน ไต้หวัน อินเดีย ฯลฯ

ประเทศไทย เอง ก็เป็นหนึ่งในหลายๆประเทศนั้นๆ หากจำไม่ผิด การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) มีแผนงานก่อสร้าง มาหลายปี ด้วยเหตุผล เพื่อรองความขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในประเทศในอนาคต ซึ่งแน่นอน เราต้องมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมและประชากร

การดำเนินงานของกฟผ.เพื่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ได้มีการกำหนดพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าแล้วด้วยซ้ำเกือบทุกภาค  พร้อมทั้งมีการรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชนในแต่ละพื้นที่ตลอดมา มีทั้งการดำเนินการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่โดยกฟผ.เองและการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ บางราย เพื่อดำเนินการแทนอีกทางหนึ่ง

ที่ผ่านมาการเคลียร์พื้นที่ ในส่วนของชาวบ้านที่มีความคิดแย้ง กฟผ.ได้ใช้เงินจำนวนหนึ่ง เพื่อทำความเข้าใจ และนับว่า ลงทุนไปเป็นจำนวนไม่น้อย ผ่านบริษัทล็อบบี้เอกชน เป็นทั้งส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานอื่น

ปฏิเสธ ไม่ได้ว่า การระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นหนนี้ กระทบต่อแผนการสร้างโรงไฟฟ้าในไทยของกฟผ. จนถึงกับกฟผ.ต้องออกมาแถลงเลื่อนแผนการก่อสร้างออกไปอีก 2 ปี ตามแผนการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี 2010) เดิม ไทยจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2563
แต่การเลื่อนการก่อสร้างออกไป 2 ปี จะส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกคาดว่า จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2565 

กระนั้นก็ตาม ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าที่สูงขึ้นทุกวัน ก็ยังไม่มีใครบอกได้ว่า นอกเหนือจากพลังงานนิวเคลียร์แล้ว คำตอบที่เหมาะสมสำหรับพลังงานในอนาคต จะอยู่ที่พลังงานชนิดใด?

และข้ออ้างจากหลายฝ่ายที่ระบุว่า พลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานที่สะอาด ไม่เป็นปัญหาต่อการเพิ่มอุณหภูมิของโลก ก็อาจไม่ถูกต้องเสมอไป ขณะที่ในอเมริกามีกรณีที่น่าศึกษา คือ ปัญหาที่ทิ้งกากนิวเคลียร์ หลังการใช้แล้ว ที่ยังเป็นปัญหาคาราคาซังอยู่ในเวลานี้   จนกลายเป็นข้อขัดแย้งระหว่างกระทรวงพลังงาน กับประชาชนและสื่อในพื้นที่อย่างเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ประธานาธิบดี บารัค โอบามา จะเข้ารับตำแหน่ง  ซึ่งก็คือ ในสมัยอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยุ บุช

รัฐบาล(กลาง)ของบุช ได้อนุมัติ ให้เดินหน้าโครงการก่อสร้างสถานที่ ดั้ม(ทิ้ง ,กลบฝัง)กากนิวเคลียร์ (nuclear waste depository) จากโรงงานไฟฟ้าทั่วอเมริกา ในเขตภูเขายัคคาซึ่งอยู่ห่างจากเมืองท่องเที่ยว ลาสเวกัส ออกไปราว  100 ไมล์ แต่โดนประชาชนและนักการเมืองท้องถิ่น ในรัฐเนวาดาประท้วงคัดค้าน จนมาถึงสมัยรัฐบาลโอบามา ต้องยกเลิกโครงการที่มีการก่อสร้างไปบางส่วนแล้ว

ปัญหา สถานที่ทิ้งกากนิวเคลียร์  ก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม กากที่ใช้แล้วของพลังงานชนิดนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับ หรืออยากให้ทิ้งไว้ใกล้บ้าน  แม้กระทั่งการขนกากเหล่านี้ผ่านชุมชน ก็เป็นสิ่งที่อันตราย หากว่า ปะเหมาะเคราะห์ร้าย เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ในอเมริกามีการประเมินความถี่หรือเที่ยวของการขนส่ง ซึ่งเชื่อมกับค่าความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ สถาพถนน สภาพอากาศและการจราจร

สตีเว่น ชู

ถึงตอนนี้ กรณียัคคาเมาเทนท์ ก็ยังไม่มีใครแน่ใจว่า รัฐบาลอเมริกันชุดใหม่จะรื้อฟื้นเรื่องนี้ ขึ้นมาเมื่อไร หรือไม่ เพราะโครงการนี้ได้คืยหน้าไปบ้างแล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ภัยพิบัติร้ายแรง ในญี่ปุ่นก็ทำให้คนอเมริกันหวาดกลัวเช่นกัน โดยเฉพาะดินแดนที่อยู่แถบมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างหมู่เกาะฮาวาย หรือแม้กระทั่ง ชายฝั่งตะวันตก จากรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐโอเรกอน ตลอดถึงรัฐวอชิงตัน  

ที่ฮาวาย ในช่วงของการเกิดเหตุการณ์รุนแรงของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น  โปแตสเซียม ไอโอไดด์ สารเคมีที่ใช้สำหรับการสู้กับกัมมันตรังสี ถึงกับหมดไปจากร้านค้าทีเดียว แม้ว่า Gregory Jaczko  ประธานคณะกรรรมการควบคุมกิจการนิวเคลียร์ของอเมริกา จะออกมาบอกว่า สารกัมมัตรังสี จะลอยมาไม่ถึงเขตแดนของอเมริกันก็ตาม

ขณะที่ Steven Chu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานบอกว่า  หน่วยงานที่ดูแลและควบคุมด้านความปลอดภัยของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ จะต้องระมัดระวังมากขึ้น แต่อเมริกาก็หนีไม่พ้นที่จะต้องใช้พลังงานประเภทนี้เป็นทางเลือกหนึ่งในหลายแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นๆ พร้อมกันนี้  เขาก็ขอเงินเสียเลย โดยระบุว่า รัฐบาลต้องการเงินราว 36,000 ล้านหรียญ สำหรับการสร้างเตาปฏิกรณ์ใหม่ในอีก 10 ปีข้างหน้า

ความกังวลของคนอเมริกัน ยังพุ่งเป้าไปที่โรงงานๆไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่ง ที่ตั้งอยู่เขตรอยร่องเขตแผ่นดินไหว (Fault-lines)  ทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย  คือ โรงไฟฟ้า  San Onofre กับ Diablo Canyon แม้ผู้เชี่ยวชาญ จะระบุว่า ร่องแผ่นดินไหวดังกล่าว มีการเคลื่อนไหวไม่เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นญี่ปุ่น (ที่มีพื้นที่ที่มีการเขยื้อนแบบซ้อนกัน-subduction zone) จึงไม่น่าจะเกิดอันตรายต่อโรงไฟฟ้า  แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นว่า  ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในโลกขณะนี้ ไม่สามารถคาดการณ์อะไรที่แน่นอนได้อีกต่อไป

เมื่อได้คุยกับอเมริกันในวงการพลังงานหลายคน พวกเขาก็ยังมองไม่เห็นทางออกสำหรับแหล่งพลังงานทางเลือกอื่นนอกเหนือไปจากพลังงานนิวเคลียร์ ทั้งที่ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานวิจัยและหน่วยงานด้านพลังงาน ทั้งรัฐเอกชนของอเมริกันได้พัฒนาพลังงานจากธรรมชาติ เพื่อมาใช้ในกิจการโรงไฟฟ้ามากขึ้น แต่ก็ไม่พอเพียงสำหรับการขยายตัวของผู้ใช้ในประเทศ

นอกจากนี้ ผลกระทบจากปรากฎการณ์ธรรมชาติต่างๆ เช่น  แอลนียา และ แอลนีโย  ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้รัฐบาลลางและรัฐบาลท้องถิ่น ต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ด้านการเตือนภัย ตลอดถึงการขยายข่ายงานรักษาความปลอดภัยแหล่งพลังงานสำคัญๆ เพิ่มมากขึ้น ในเมื่อภัยพิบัติธรรมชาติ ไม่สามารถไว้วางใจได้ เช่นนี้

รัฐบาล กองทัพ และประชาชนอเมริกัน มีภาระกิจต้องช่วยเหลือคนญี่ปุ่น เวลานี้ ภายในประเทศ มีศูนย์รับบริจาค อยู่ทั่วไป

อย่างที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนทำนาย…เมื่อโลกขยับเขยื้อนส่วนหนึ่ง ก็ย่อมเชื่อมยึดไปถึงส่วนอื่นๆด้วย นี่ย่อมหมายถึงชะตากรรมร่วมกันของมนุษยชาติบนโลกนี้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน เช่นกัน

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: