การลงทุนใหม่ของอเมริกันเพื่อแก้ปัญหาศก.

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

เมื่อเดินทางไปทำธุระและเยี่ยมเพื่อนฝูงเก่าๆ หลายคนแถบฝั่งตะวันตก ทั้งที่แคลิฟอร์เนีย เนวาดาและอริโซน่า ปัญหาที่แทบทุกคนทั้งไทยทั้งฝรั่งบ่นกันคือ เรื่องความเป็นอยู่ชีวิตประจำวัน วิถีการทำมาหากินที่ยังหนืดอยู่เหมือนเดิม จากผลการพังพาบของเศรษฐกิจของอเมริกาเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ขณะที่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการเดินทางไปทำงานและเพื่อทำธุรกิจในทุกวัน  

ขณะนี้เบนซินธรรมดาในฝั่งตะวันตกขยับขึ้นมาใกล้ 4 เหรียญ หรือปั๊มบางแห่งราคาเกิน 4 เหรียญต่อแกลอนด้วยซ้ำ เป็นราคาที่น่าตกใจ เพราะเกือบจะเท่ากับราคาในช่วงที่เกิดวิกฤตพลังงาน คือ เมื่อราว 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้น ผู้ประกอบการขนส่งในอเมริกาออกโรงประท้วงที่วอชิงตันดี.ซี.ซึ่งตรงกับช่วงปลายๆของรัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยูบุช

สามารถทำนายได้เลยว่า ราคาน้ำมันในเขตห่างไกลออกไป อย่างเช่น เขตทะเลทรายโมฮาเว่ ซานเบอนาดิโนเค้าน์ตี้ และเขตรอบนอกเมืองฟีนิกซ์ กับเมืองตูซอน ราคาเลย 4.50 เหรียญ ต่อแกลอนเข้าไปแล้วอย่างแน่นอน

ขณะที่ตัวเลขการอพยพโยกย้ายออกจากพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ หรือเขต Southwest แถบเมืองใหญ่ของรัฐเนวาดาและอริโซน่า อย่างลาสเวกัส และฟีนิกซ์ มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี สองปีที่ผ่านมา

ปัญหาการว่างงาน คือจุดเปลี่ยนสำคัญ สถานประกอบการหลายแห่งเลิกจ้างคนงาน จึงต้องใช้เวลานานกว่าพวกเขาจะหางานใหม่ทำได้ เช่นเดียวกันกับเครื่องชี้อีกอย่าง คือ ตัวเลขแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ทะลักจากพรมแดนเม็กซิโก(ด้านใต้) ได้เริ่มลดลง

ทั้งหมดน่าจะเกิดขึ้นกับแรงงานไร้ฝีมือ (Non skill labor) เป็นส่วนใหญ่ แต่ขณะนี้แรงงานที่มีฝีมือก็ได้รับผลกระทบด้วยแล้ว

สวนทางกับตัวเลขอัตราการว่างงานทั้งประเทศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ออกมาในอัตรา 8.9 เปอร์เซ็นต์ ลดลงจาก 3 เดือนที่ผ่านมา ที่อยู่สูงกว่า 9 เปอร์เซ็นต์

การลดลงของอัตราดังกล่าวนี้ ได้เพิ่มจำนวนคนเข้าในระบบงานราว 192,000 คน  แต่เมื่อดูตัวเลขจำนวนผู้ว่างงานที่เหลืออีกจำนวนประมาณ 13.7 ล้านคนแล้ว นับว่าปัญหานี้ยังคงเป็นปัญหาหลักให้กับรัฐบาลโอบามาต้องเร่งแก้ไขก่อน ที่เขาจะครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในช่วงปลายปีหน้า (2012)

หลายฝ่ายที่นี่วิจารณ์กันว่าตัวเลขอัตราการว่างงานที่ออกมาเชิงบวกนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากการกลับเข้ามาทำงานตามฤดูกาลของคนอเมริกัน คือ พอพ้นช่วงน้ำแข็ง(หน้าหนาว) ก็จะมีแรงงานบางกลุ่ม บางประเภทออกมาทำงานตามปกติ

ทั้งยังมีตัวเลขที่ยังหมกเม็ดอยู่ ก็คือ จำนวนตัวเลขของผู้ที่ว่างงานเกิน 6 เดือนขึ้นไป กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และเมื่อดูจากจำนวนระยะเวลาของการทำงาน ที่ 34.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ยังคงเดิม เหมือนเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ค่าแรงตั๋วเฉลี่ย ต่อชั่วโมงก็เพิ่มขึ้นแค่ 1 เซ็นต์ เป็น 22.87 เหรียญ

ส่วนที่ดีของประเด็นแรงงาน เห็นจะได้แก่ การที่แรงงานที่ทำงานพาร์ทไทม์ หรือทำงานไม่เต็มเวลา ได้ทำงานเต็มเวลามากขึ้น ตัวเลขของแรงงานไม่เต็มเวลาลดลงจาก 16.1 เหลือ 15.9 เปอร์เซ็นต์

เมืองที่กำลังเติบโตใหม่หลายเมือง ทั่วประเทศถูกทำนายว่า ยังเป็นช่วงขาลง และอาจต้องใช้เวลานับเป็น10 ปีกว่าที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นคืนมาเหมือนเดิม ทั้งนี้เนื่องจากบรรดาเมืองเหล่านี้ไม่มีภาคส่วนงานอาชีพที่หลากหลายเพียงพอ ทำให้รายได้ของคนทำงานและรัฐบาลท้องถิ่นที่เคยได้รับลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ภาคส่วนของงานอาชีพที่พอจะเลี้ยงตัวเอง  หรือสามารถสร้างรายได้ในอเมริกาเวลานี้  อย่างเช่น ภาคส่วนของสถาบันการศึกษา ที่ยังได้รับความสนใจจากผู้เรียนทั้งในและนอกประเทศ เนื่องจากหลายสถาบันฯยังมีเครดิตด้านการจัดระบบและคุณภาพการเรียนการสอนอยู่ รวมทั้งการเปิดสอนผ่านระบบออนไลน์ ที่เริ่มมีมากขึ้น นอกเหนือไปจากสถาบันหลายแห่งได้เพิ่มแรงจูงใจต่อการเข้าเรียนให้กับนักเรียน ที่มาจากทั้งในและนอกประเทศ

ฉะนั้น ขณะนี้จึงเป็นช่วงที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการไปศึกษายังสถาบันหลายๆแห่งในอเมริกา โดยเฉพาะสถาบันที่มุ่งตรงไปยังด้านวิชาชีพโดยเฉพาะ เช่น โรงเรียนการบินพาณิชย์ เป็นต้น

ในส่วนของค่าครองชีพเอง ก็ส่อแววว่าจะเพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน รัฐบาลอเมริกันหวาดหวั่นต่อปัญหาเงินเฟ้อในประเทศอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากการพยายามของธนาคารหรือเฟดที่จะดำเนินการควบคุมและกำกับปัจจัยที่ถือเป็นตัวเร่งอัตราเงินเฟ้อ เช่น อัตราดอกเบี้ย ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ ซึ่งก็ถือว่าคุมได้อยู่หมัดในช่วงเศรษฐกิขาลง นั่นคือ เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์(ตัวเลขเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา)

แต่ปัจจัยใหม่ ซึ่งความจริงก็เป็นประเด็นเก่าที่เคยเกิดขึ้นกับหลายรัฐบาลอเมริกันมาก่อนหน้าที่ผ่านมา แต่กลับมาเป็นแรงกดดันต่อรัฐบาลโอบามาอย่างมหาศาล ในตอนนี้ คือ เรื่องราคาน้ำมัน อันเป็นผลจากการที่หลายฝ่ายในอเมริกาวิเคราะห์กันว่า เป็นผลพวงจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศตะวันออกกลางซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่สุดของโลก

ในอเมริกานั้น ขาดอะไรหลายอย่างอาจไม่มีปัญหาเท่ากับการขาดน้ำมัน การที่ซัพพลายน้ำมันน้อยลง ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในภาพรวมโดยทันที

ถึงตอนนี้ฝ่ายค้านในสภาล่าง ซึ่งมีพรรครีพับลิกัน คุมเสียงข้างมากอยู่ ได้ปักหลักด่าหรือวิจารณ์รัฐบาลโอบามาผ่านสื่อ กรณีน้ำมันแพงแทบทุกวัน  ทั้งจากตัว นายจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภา และสมาชิกของกลุ่มทีปาร์ตี้ในพรรครีพับลิกัน หากรัฐบาลปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซัง ต่อไปเรื่อยๆมีหวังคะแนนของประธานาธิบดีโอบามา ที่ต่ำลงๆทุกวันอยู่แล้ว ต้องหล่นพรวดลงไปทีเดียวเป็นแน่แท้

กรณีเดียวกันนี้ สะท้อนถึงท่าทีของรัฐบาลและรัฐสภาของอเมริกัน ต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ที่ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานนำเข้ามากที่สุดของอเมริกัน

ทั้งที่ตูนีเซีย อียิปต์ และล่าสุด คือ ลิเบีย(ลิบยา)

 มีการอภิปรายถกถียงกันอยู่ทั่วไป ทั้งในส่วนของชุดกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องและในส่วนของ สองสภา โดยรวม

แนวโน้มก็คือ ต้องการบีบให้ผู้นำลิเบีย โมฮัมมา กัดดาฟี ลงจากตำแหน่ง โดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะผ่านเวทีนานาชาติ(สหประชาชาติ) หรือแม้กระทั่ง โดยอเมริกาดำเนินการเอง

ทำให้ยามนี้ ลิเบีย กลายเป็นเป้าหมาย ที่รัฐบาลอเมริกันและคองเกรสให้ความสนใจมากที่สุด มีการถกกันถึงการกำหนดนโยบายตความสัมพันธ์ต่อประเทศนี้ ผ่านหน่วยงานทั้งในและนอกระบบของอเมริกันเอง

ทำให้กรรมาธิการด้านความมั่นคงของทั้งสองสภา ต้องมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง ในช่วงที่มีการปรับลดงบประมาณด้านกลาโหม ที่เสนอโดยนายรอเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเองด้วยซ้ำ

หมายถึง กรรมาธิการความมั่นคงและเพนตากอนพุ่งเป้าใหม่ด้านงบประมาณ ไปที่ลิเบีย พร้อมกำหนดท่าที “เขตห้ามบิน” หรือ No fly zone กดดันรัฐบาลกัดดาฟี

จึงไม่ว่าผลจากกรณีนี้จะออกมาอย่างไร ฝ่ายอเมริกันก็ได้เริ่มลงทุนไปจำนวนหนึ่งแล้ว เช่น ล่าสุดการทำงานของศูนย์ควบคุมการปฏิบัติทางอากาศและอวกาศ ที่รัฐเนวาดา

คงต้องดูกันต่อว่า การได้คืนผลตอบแทน ด้านเศรษฐกิจจะคุ้มค่ามากน้อยขนาดไหน จากการลงทุนของอเมริกันครานี้…

Advertisements
  1. #1 by jaojook on มีนาคม 11, 2011 - 3:54 am

    คัดจากบทความใน สยามรัฐรายวัน 11/03/54 โดย พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: