ทุกข์ของแรงงานไทยในอเมริกา

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  :  piralv@yahoo.com

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนคนไทย แถบเมืองซานแกเบรียล แคลิฟอร์เนียภาคใต้  ผมกับเพื่อนได้สากัจฉาได้กันหลายเรื่อง นอกเหนือไปจากเรื่องการเมืองไทย การเมืองต่างประเทศสารพัดเรื่องแล้ว เรื่องราวความเป็นอยู่ของเพื่อนคนไทยได้ถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่ในบทสนทนาด้วยเช่นเดียวกัน

           เมืองซานแกแบรียลนั้นอยู่ไม่ไกลจากดาวน์ทาวน์แอล.เอ.มากนัก เป็นเมืองเอเชียน( ที่อยู่ของคนเอเชีย) อยู่ใกล้กับเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ค ซึ่งเป็นย่านใจกลางของชุมชนเอเชียขนาดใหญ่ สามารถเรียกว่า ไชน่าทาวน์แอล.เอ.แห่งใหม่ได้ทีเดียว มีธุรกิจ ร้านค้าของพวกเราคนเอเชียตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก ที่เห็นจะมากสุด ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร เมื่อเดินทางไปแต่ละครั้ง ผมต้องหาโอกาสลิ้มรสอาหารของแต่ละชาติ รวมทั้งสัมผัสสีสันบรรยากาศของเอเชียบ้านเรา

           หนึ่งในบรรดาสถานประกอบการด้านธุรกิจนานาชาติ แน่นอน ย่อมได้แก่ ร้านอาหารไทยของคนไทย ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน เพียงแต่อาจไม่สามารถสู้จำนวนร้านอาหารของคนจีนและคนเวียดนามได้

          ย่านเอเชียน รอบนอกเมืองแอล.เอ. โดยภาพรวมเวลานี้ เศรษฐกิจไม่นับว่าเลวนัก  นั่นคือ ยังมีการทำมาค้าขายกันอย่างคึกคักพอสมควร ขณะที่เมืองอื่นๆอีกหลายเมืองในอเมริกา เศรษฐกิจยังตกอยู่ภาวะซบเซา อัตราการว่างงาน บ้านโดนยึด ที่ยังสูงเหมือนเดิมอย่างเช่น เมืองลาสเวกัส (เนวาดา) และเมืองฟีนิคซ์(อริโซน่า)

          เพื่อนๆคนไทยหลายคน ที่ทำงานในเมืองลาสเวกัส ยังไม่มีงานทำ  อาศัยเงินช่วยเหลือคนว่างงานประทังไปวันๆ

           แต่ย่านเอเชีย  บนถนนวัลเลย์บูเลอวาร์ด กลับแตกต่าง ร้านค้า บริษัททัวร์(Travel agents) และตลาดเอเชียต่างๆ ยังคึกคัก  รวมทั้งร้านอาหารนานาชาติ ที่เพิ่มความหลากหลายให้กับที่นี่ได้มาก

           แรงงานพื้นฐานส่วนใหญ่ ก็ยังเป็นฮีสแปนิก หรือ กลุ่มแรงงานที่มาจากเม็กซิโกและลาตินอเมริกา แม้ว่าตามรายงานของทางการอเมริกา โดยกระทรวงมาตุภูมิและความมั่นคงภายใน (Department of Homeland Security) จะระบุว่าแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอเมริกา เริ่มจำนวนลดลง นับแต่ช่วง 2-3 ปีที่แล้ว

           กระนั้น ก็ยังมีการละเมิดต่อแรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานไร้ฝีมือ หรือแรงงานขั้นต่ำ ประเด็นนี้ได้รับการจับมองจากหน่วยงานที่ดูแลด้านต่างด้าว อย่าง DHS อย่างมาก ถึงขนาดมีการออกกฎหมายเพิ่มโทษกับนายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายและ นายจ้างที่ละเมิดสิทธิของเหล่าแรงงาน

           ข่าวร้ายก็คือ ยังมีแรงานงานไทยจำนวนหนึ่ง โดนละเมิดจากนายจ้างหรือผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ทั้งการละเมิดสิทธิพื้นฐานด้านแรงงานตามกฎหมายอเมริกันและการละเมิด ด้วยการบังคับให้ทำงานอย่างทารุณ เนื่องจากแรงงานเหล่านี้อยู่อย่างผิดกฎหมาย

              เป็นเรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่อีกครั้งหนึ่ง จริงๆครับ  หลายร้านอาหารไทย กำลังกระทำการที่เรียกว่าการละเมิดสิทธิแรงงานต่อบรรดาแรงงานไทยด้วยกัน ซึ่งทำให้การทำงาน เสมือน “นรกในครัว” ประมาณนั้น

              ผมคิดว่า ทางสถานกงสุลไทย น่าจะรู้เหตุการณ์ทำนองเดียวกันนี้ นอกเหนือไปจากการโปรโมท ในเรื่องอาหารไทยหรือครัวไทย แต่เพียงอย่างเดียว

              ในเมื่อหลังร้าน ยังมีการละเมิดด้านแรงงานเกิดขึ้นอยู่จำนวนไม่น้อย

              ความจริงไม่แปลก ที่ร้านอาหารไม่ว่าของชาติไหนๆก็ตาม จะต้องการประหยัดต้นทุนด้านต่างๆ รวมทั้งค่าจ้างแรงงาน แต่บางครั้งสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ควรมี เช่น กรณีเวลาทำงาน ค่าแรงพื้นฐานและสุขภาพ

            ภาพการใช้แรงงาน ที่เห็นและถูกมองจากภายนอก ส่วนใหญ่ในอเมริกา จึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ในหลายๆเรื่อง เช่น  การไปเช้า เย็นกลับ ทำงาน 14-16 ชั่วโมงต่อวัน แรงงานไร้ใบอนุญาตนอกสาระบบ และ การปราศจากความคุ้มครองด้านสุขภาพใดๆทั้งสิ้น

           เห็นเป็นตลาด(ไทย)ใหญ่ๆ บางรายที่แอล.เอ. แต่ลูกจ้างที่ทำงาน มีรายได้พอประทังชีวิต แถมมีการบังคับเรื่องที่อยู่อาศัยและ ค่าเช่าที่พัก ที่ทำกันอย่างเป็นระบบจากเจ้าของตลาดคนเดียวกัน

            ความจริง ที่เมืองใหญ่ๆอย่างแอล.เอ. และเมืองใหญ่อื่นๆ มีหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชน ที่ให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ถูกละเมิดอยู่ แต่ปรากฎว่า การทำงานชั่วโมงยาวของบรรดาแรงงาน ทำให้พวกเขาบางคนไม่มีแหล่งรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

           ทั้งที่ความจริงแล้ว สถานกงสุลหรือสถานทูตไทย มีส่วนช่วยได้มากเช่นเดียวกัน หากไม่มัวคิดว่า เป็นงานที่อยู่นอกเหนือไปจากงานด้านพิธีการต่างๆ หรือแม้แต่การให้การต้อนรับบุคคลสำคัญ ที่พากันมาเยือนอเมริกา เป็นระยะๆ

           ก่อนหน้านี้ ที่ทางสถานกงสุลอย่างเช่น ที่แอล.เอ. เคยออกไปเยี่ยมเยือนสถานประกอบการของคนไทยต่างๆ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ แต่ตอนนี้  งานหรือแผนงานดังกล่าวนี้กลับหายไป

           ที่พูดนี้ ไม่ได้หมายถึงให้หน่วยงานของรัฐบาลไทยเข้าไปแทรกแซง หรือยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารไทย เพราะเป็นเรื่องที่เข้าไปยุ่งไม่ได้อยู่แล้ว กฎหมายคนละประเทศกัน

              แต่ในเมื่อ ความรับผิดชอบคือ ดูแลคนไทยในอเมริกา ก็น่าที่จะให้ความรู้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแรงงานไทยได้บ้าง ในบางโอกาส

           เชื่อว่า ฐานข้อมูลคนไทยเวลานี้ น่าจะย้อนยุคไปเมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้ว สังเกตุจากจดหมายที่ทางกงสุลส่งมาที่บ้าน ที่ผิดพลาดและรายชื่อคนไทยที่ตกหล่น  ซึ่งคล้ายๆกับงานทะเบียนราษฎร์ในเมืองไทย โดยเหตุแห่งหน้าที่ของสถานกงสุลโดยตรง และงานเลือกตั้งต่างแดนเมื่อครั้งที่ผ่านๆมา

           ที่พูดมาทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเพื่อนๆคนไทยที่ ใช้แรงงานแถบเมืองมอนเทอเรย์  พาร์คและเมืองซานแกเบรียลบ่นให้ฟังกันครับ ถึงขนาดน้ำมันที่ผัดอาหารลวกแขน นี่ก็ยังหยุดทำงานไม่ได้  ทำกันยาว 12-14 ชั่วโมง แบบไม่ต้องเบรค และอื่นๆ อีกมากมาย

           เป็นปัญหาซ้ำซาก ของสังคมที่นี่. ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้น ในอเมริกา

           แม้ไม่ใช่งานกงสุลโดยตรง แต่การติดตามหรือดูแลในบางจุด ก็น่าจะเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องแรงงานไทยได้บ้าง

           ความจริง ในเวลานี้  สื่อประเภทต่างๆ สามารถตอบสนองต่อการสื่อสารกับคนไทยเหล่านี้ได้อย่างดี หากกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความตั้งใจ มีกระบวนการจัดการที่ดีและเป็นระบบ

          ผมยังอดที่จะนึกถึงโครงการของรัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่ได้ครับ ชื่อว่า โครงการ Red Carpet   หรือ “โครงการพรมแดง” ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อพี่น้องแรงงานของเขาโดยเฉพาะ ทั้งขณะเวลาที่แรงงานเหล่านี้อยู่ในต่างประเทศ และเดินทางกลับประเทศฟิลิปปินส์

           เป็นการจัดการด้านแรงอย่างเป็นระบบและเชื่อมโยงกันและกัน ทั่วโลก ทั้งด้านข่าวสาร ข้อมูล ข้อกฎหมาย การฝึกอบรม ความเชี่ยวชาญ(Skill)  ประเด็นสุขภาพ ฯลฯ  ร่วมมือกับรัฐบาลประเทศผู้ว่าจ้างแรงงาน

              รัฐบาลมะนิลาตระหนักว่าแรงงานเหล่านี้ คือ แหล่งรายได้ของประเทศ จำนวนมหาศาล เลยให้ความสำคัญ และใส่ไว้ในแผนระดับประเทศ

           เท่าที่ดูในส่วนของไทยเรา ยังไม่เห็นกระทรวงแรงงาน หรือกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดการอะไรๆ เกี่ยวกับแรงงานในต่างประเทศอย่างเป็นระบบทั้งสิ้น ต่างฝ่ายต่างก็ไปกันคนละทิศ คนละทาง เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินใดๆขึ้นมาครั้งหนึ่ง ถึงค่อยร้อนก้นขึ้นมา

             ปัญหาโบราณเดิมๆ ครับ แต่ก็แก้ให้ล่วงไป แม้แต่สักเปลาะ  ยังไม่ได้….

  1. #1 by Bobby on พฤศจิกายน 10, 2012 - 12:35 pm

    ขอบคุณครับที่นำความเป็นจริงที่ไม่เคยได้รับรู้มาฝากกัน ในตอนแรกนึกว่า ชีวิตในอเมริกาสวยหรูกว่านี้มาก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: