ชนชั้นนักการเมือง

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

เพื่อนฝูงทางเมืองไทยบ่นให้ฟังเสมอล่ะครับว่า ส่วนหนึ่งของพฤติกรรมของนักการเมืองไทยก่อนได้รับเลือกตั้งกับหลังได้รับการเลือกตั้งนั้นต่างกันยังฟ้ากะเหว เป็นประเภทที่เปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือก็มี แม้กระทั่งบางคนเพื่อนที่เคยคบหากันมานาน เคยเอื้อเฟื้อต่อกัน ก็จำไม่ได้เสียงั้นแหละ จนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในสังคมไทย แต่ไหนแต่ไรมา

อีกกรณีหนึ่ง ที่มักได้ยินกันเสมอ คือ พิธีการเข้าพบที่ยากแสนยากและซับซ้อน ต้องผ่านหลายด่านองครักษ์ ว่าจะเจอตัวท่านๆ ยิ่งมีตำแหน่งทางการเมืองด้วยแล้ว การหวังจะติดต่อสื่อสาร ก็ยิ่งยากเข้าไปอีก ไยจะพูดไปถึงความยากลำบากในการมุ่งสื่อสารถึงความทุกข์ร้อนของประชาชนทั่วๆไปต่อบรรดานักการเมืองพวกนี้

คำพูด คำสัญญาหรืออะไรต่างๆ ที่รับปากเอาไว้ ก็ค่อนข้างแน่นอนว่า อันตรธานหายไปกับน้ำลายฟุ้งฟองนั้นเอง

ที่เอ่ยมานี้ ไม่ใช่ว่าจะเป็นกันทุกคนถ้วนทั่วนักการเมืองไทย แต่ก็มีไม่น้อยที่แปลงร่างกลายเป็น “เจ้านายของประชาชน”ขึ้นมา หลังจากมีวอตำแหน่งทางการเมืองมาเทียบ การสื่อสารกับประชาชนหรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงด้วยกันก็กลับเป็นไป “ระดับสูงต่ำ”ขึ้นทันทีทันควัน

หากมีประชาชนผู้ทุกข์ร้อนอยากเข้าไปพบ หรือติดต่อปฏิสัมพันธ์ด้วยเพื่ออธิบายและให้ช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวแก่อำนาจหน้าที่นั้นๆ ก็มักจะเจอกับเหตุผลแห่งคำตอบที่ว่า “ยังมีประชาชนคนอื่น กลุ่มอื่นๆ รอให้ช่วยเหลืออยู่จำนวนมาก ไว้คราวหน้าเถอะ รอไปก่อน ไม่มีเวลา ภาระกิจ หรือติดงานพิธีกรรมเยอะแยะ”

ทำยังกับคนที่ไปหาเมื่อคราทุกข์ร้อนไม่ใช่ประชาชนซะงั้น แล้วใครเล่าจะเป็นประชาชนตัวจริงที่ นักการเมืองกลุ่มนี้อ้างถึง?

หรือว่า หากไม่ใช่กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มการเมือง กลุ่มข้าราชการตำแหน่งสำคัญ กลุ่มสื่อมวลชน ที่จะเป็นประโยชน์กับตัวของทั่นๆในเวลานั้นๆแล้ว พวกเขาหาใช่ประชาชนไม่?

นี้ล่ะหรือ คือเล่ห์กะเท่ห์ของนักการเมืองตกยุคบางคน ?

นี้ล่ะหรือ คือ วันหลังจากที่ผ่านการลงทุนทางการเมืองมาอย่างหนัก และถึงเวลาที่ต้องเอาคืนและทำกำไร?

คำพูดหรือข้ออ้างที่ว่า ตัวแทนประชาชน  ทำเพื่อประชาชน และประชาชนบอกมาให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ มักปรากฎให้ได้ยินได้ฟังกันอยู่เสมอ จนแม้หลายครั้งจะหาหลักฐานยืนยันไม่เจอก็ตาม เสมือนว่า พอสอบผ่านการเลือกตั้งแล้วได้ดาบอาญาสิทธิ์ จากประชาชนไป จะใช้ทำอะไรก็ได้ ตามใจปรารถนา

แทบไม่น่าเชื่อว่า นักการเมืองประเภทที่ว่า ยังเหลือหลงยุคอยู่ในปัจจุบัน ไม่น้อยหากจะสำรวจกันให้ดีๆ

ในยุคที่สื่อออนไลน์ ดังพวกโซเชียลมีเดีย ได้แก่ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์หรืออื่นๆ เข้ามาช่วยทำให้การสื่อสารเป็นไปในระนาบเดียวกันมากขึ้น สามารถติดต่อสื่อสารกับปุ๊บปั๊บ ตอบโต้กันไปมาได้ตลอด

หมายความว่า หากบรรดานักการเมืองเหล่านี้ใส่ใจสักนิด ปรับตัวและทีมงานให้สอดคล้องกับความเป็นไปด้านเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบัน ก็จะสามารถช่วยเหลือประชาชน หรือทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ครอบคลุมมากขึ้นได้

หากเพราะความยึดติด “กับดักหอคอยงาช้าง” ทำให้พวกเขาหลงตัวเองจนแทบโงหัวไม่ขึ้น  โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เปรียบเปรยกันว่า “แม้กระทั่งเสาไฟฟ้าลง(รับสมัคร)ยังได้” ยิ่งทำให้การเข้าถึงตัวนักการเมืองหรือทีมงานยากยิ่งขึ้น

อันที่จริง ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นตัวนักการเมืองหรอกที่จะต้องลงมารับรับรู้ทุกปัญหาของชาวบ้าน  แต่ทีมงานของนักการเมืองต่างหากที่สำคัญ เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ได้รับการจัดการและวางระบบให้ดีเท่านั้น ทั้งที่ปัจจัยต่างๆ ก็เอื้ออำนวยพร้อมมูลอยู่แล้ว เหลือเพียงอย่างเดียวคือ ความคิดเท้าติดดิน หยั่งถึง(การแก้)ปัญหาแบบง่ายๆของนักการเมืองเท่านั้น


นัยทางการเมืองแบบนี้ ล้วนต่างจากวิถีการเมืองแบบอเมริกันแทบทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งวาระ
2 ปีในสภาล่าง และตำแหน่งวาระ 6 ปีในสภาสูง ไม่นับรวมการเมืองท้องถิ่นอีกหลายระดับ ที่เน้นความกลมกลืนระหว่างความเป็นปัจเจกและความเป็นบุคคลสาธารณะ

ในเมื่อสำหรับนักการเมืองไทยบางคน หลังจากได้ตำแหน่งจากการเลือกตั้ง ความคิดฝังหัวเดิมๆ ได้ทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลสาธารณะไปตลอดวาระของตำแหน่งนั้นๆ แม้คนอื่นไม่คิดพวกเขาก็คิดของเขาเองอย่างนั้น(โดยอัตโนมัติ)

หมายความว่า ในระบบอเมริกันตำแหน่งทางการเมืองเสมือน (แค่)งาน (Job) ธรรมดาๆอย่างหนึ่งเท่านั้น เหมือนอย่างงานอื่นๆทั่วไป เพียงแต่พวกเขามีอาชีพเป็นนักการเมือง ต้องมีหน้าที่อย่างนั้นอย่างนี้ไปตามบทบาทการใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมต่างๆ การตอบสนองต่อประชาชน หรือใครอื่นใด หรือแม้กระทั่งลักษณะรูปแบบการสื่อสาร ก็ล้วนเป็นไปอย่างธรรมดาสามัญ อันแสดงถึงตัวตนเดิมๆ เหมือนเมื่อช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง

เรื่องทำนองเดียวกันนี้ เป็นกันแม้แต่ในหมู่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ

นอกเหนือไปจากการมีทีมงานที่ดีมีคุณภาพ มืออาชีพ คอยรับเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆของชาวบ้าน อย่างเป็นระบบ การติดต่อเข้าพบไม่ว่าบุคคลหรือคณะบุคคล ไม่แสดงว่ายุ่งยากซับซ้อน หรือเต็มไปด้วยพิธีการต่างๆ เพียงแต่ต้องคำนึงถึงความสะดวกเรื่องเวลาและสถานที่นัดหมายแค่นั้นเอง

ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการติดต่อผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งใช่และไม่ใช่ โซเชียลมีเดีย ในยุคปัจจุบัน ที่นักการเมืองอเมริกันเล่นบทนำอยู่แล้ว

ที่สำคัญ คือ ไม่มีการอ้างว่า “ข้าพเจ้า ติดธุระเรื่องงานและมีนัดอื่นอยู่กับประชาชนกลุ่มอื่น” อยู่ตลอดเวลา ; ซึ่งทำให้เกิดคำถามย้อนกลับไปได้ว่า ก็แล้วคนที่เขาต้องการจะติดต่อด้วยในขณะนั้นๆ ไม่ใช่ประชาชนดอกหรือ?

เป็นวิธีการปฏิบัติ ที่กลายเป็นธรรมเนียมข้ออ้าง อย่างหนึ่งของนักการเมืองไทยมานานหลายยุคสมัย และจนถึงปัจจุบัน ก็ยังพบว่ามีอยู่ เพียงแต่เริ่มน้อยลง เหตุเพราะโซเชียลมีเดียเริ่มกินพื้นของสื่อปกติหรือสื่อกระแสหลัก ซึ่งนับวันสื่อประเภทนี้จะตกอยู่ในสภาพอ่อนแอ จากข้อหาลำเอียง เข้าข้าง อคติ ฯลฯ จนอาจกลายเป็นสื่อทางเลือกอีกทางหนึ่ง ในแบบที่เสมอๆ หรือพอๆ กับสื่อกระแสรอง

รูปแบบการสื่อสารเองก็จะถูกปรับ เข้าสู่รูปแบบแนวนอน แทบทั้งหมด หมายถึง การตอบโต้ไปมา อย่างรวดเร็ว เพื่อลดขั้นตอนและพิธีการติดต่อ

ความจริงหากมองกันไปถึงสภาพวัฒนธรรมของ นักการเมืองไทยกลุ่มหัวเก่าที่ยังอาศัยโชควาสนารวมทั้งวาสนาทางการเงิน ความถือตัว ชนชั้น แทบจะยังคงอยู่ครบถ้วน ไม่เว้นแต่ปฏิสัมพันธ์กับหัวคะแนนของนักการเมืองคนนั้นๆเองด้วยซ้ำ

ซึ่งแท้จริงแล้ว หากจะมองให้ไกลไปอีกหน่อย ก็จะพบว่า ปรากฎการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในโลกอาหรับและหลายๆประเทศ ในเวลานี้ แทบไม่ได้มาจากสื่อกระแสหลักเลย

สื่อกระแสรอง ที่หมายรวมถึงโซเชียลมีเดียต่างหาก ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลง จนทำให้ระบบเดิมและผู้นำเก่าต้องสูญพันธุ์(ทางการเมือง)ไปในที่สุด

พิสูจน์ให้เห็นว่า กลุ่มพลังที่ใช้ระบบการสื่อสารแบบสมัยใหม่ สามารถลอดตาข่ายดักเสรีภาพของรัฐหรือผู้กุมอำนาจรัฐไปได้ จนพวกเขาสามารถจับมือถึงกันได้ ทั้งในที่ลับ ที่แจ้ง สามารถกระทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

และหากจะให้ทำนายอนาคตของนักการเมืองศักดินาของไทยเหล่านี้  คงบอกได้คำเดียวว่า พวกเขาก็แทบจะรอวันสูญพันธุ์เช่นเดียวกัน

 

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: