กระแสปฏิวัติประชาชน

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

ขณะเขียนบทความนี้(2 ก.พ.) สถานการณ์ในอียิปต์กำลังเข้าขั้นที่ประชาชนจำนวนมากนับล้านคน ออกมาชุมนุมเรียกร้องให้ประธานาธิบดี 30 ปี ฮอสนี มูบารัค ออกจากตำแหน่ง

ฮอสนี มูบารัค

ยังไม่ทราบว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร  แต่ตามข่าวที่ออกมามีคนตายไปแล้วจำนวนไม่น้อย ขณะที่ในฝ่ายทหารอียิปต์เอง กำลังรอดูท่าที ว่าจะเอาอย่างไรกันดี

                กระนั้นก็ตาม ดังนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายคนได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระแสการปฏิวัติประชาชนที่กำลังระบาดหนักอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะโลกอาหรับ ณ เวลานี้ หลังจากประชาชนชาวตูนีเซีย ได้พากันโค่นล้มประธานาธิบดี เบน อาลี ไปก่อนหน้านี้

                “อำนาจของประชาชนที่แท้จริง” ดูเหมือนได้รับการกล่าวถึงอย่างมากอีกครั้ง โดยเฉพาะในบรรดาประเทศที่ผู้ปกครองอยู่ในอำนาจยาวนานเกินไป จนก่อให้เกิดสภาพต่างๆเชิงลบ ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนประเทศนั้นๆ

                อาจสามารถพูดได้ว่า “ความอยุติธรรม” คือ สาเหตุหลักที่เป็นภาพมุมกว้างของความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในหลายประเทศ ซึ่งหมายรวมถึงความไม่เสมอภาคกันในสังคม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้หลายคนจะกล่าวถึงสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจ แต่หากสาวลึกลงไปก็จะพบว่า มันได้กลายเป็นประเด็นรองไป เพราะมีข้อเปรียบเทียบให้เห็นได้อย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มคนที่ได้เปรียบและเสียเปรียบในประเทศหรือสังคมเดียวกัน นานวันภาพก็ยิ่งเห็นชัด บนการสูญเสียประโยชน์และเดือดร้อนของคนส่วนใหญ่  มีการกระจายผลประโยชน์ออกไปในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม

มนุษย์หรือผู้คนประกอบด้วยจิตวิญญาณ ที่พลังอยู่ในตัวเองทุกคน การต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดเป็นเรื่องปกติ สามารถจัดให้อยู่ในหมวดพลังบริสุทธิ์ตามสัญชาตญาณเสียด้วยซ้ำ หากพฤติกรรมตามนัยแห่งระบบการเมืองที่ซับซ้อนไม่เข้ามาพัวพันต่อท้าย ในช่วงหลังๆของการต่อสู้ดิ้นรน(เรียกร้อง)ดังกล่าว ประวัติศาตร์ที่ผ่านมา เราทุกคนคงประจักษ์กันดี การสถาปนา ดำรงอยู่ แล้วก็ล้มหายไปของผู้นำที่มีอำนาจและพรรคพวกบริวาร

บางทีไม่มีบรรทัดฐานใด จะบอกได้ว่าการกระทำของมวลชนถูกหรือผิดตามหลักศีลธรรม เพียงแต่ที่เป็นมนุษย์กันอยู่ได้นั้น ย่อมต้องมีสัญชาตญาณเชิงบวก ที่ไปตรงกับหลักทางศีลธรรมโดยอัตโนมัติ ในเชิงการร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เมตตากรุณาต่อกัน เอาตัวรอดร่วมกัน เป็นหมู่ เป็นคณะแม้แต่ชุมชนประเทศ

หากผู้นำมวลชนกระทำการนอกเหนือไปจากสัญชาตญาณเชิงบวก ผลตามมาในเชิงลบ ก็ไม่อาจเลี่ยงได้ ไม่ช้าก็เร็ว    

ความจริง ไม่น่าแปลกใจมากนักกับการตื่นตัวต่อกระแสประชาธิปไตยของประชาชนในโลกยุคปัจจุบัน เนื่องจากความไร้พรมแดน ไร้กำแพงของโลกข้อมูลข่าวสาร ฝ่ายรัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศใดก็ตามที่จะปิดกั้นเรื่องพวกนี้ ล้วนแต่กระทำได้ยาก

เหตุการณ์ประท้วงของประชาชนที่เกิดขึ้นในอาหรับ  หลายคนอาจมองว่าเกิดจากปัญหาปากท้อง ซึ่งก็ไม่น่าจะเกินเลยไปจากความจริงข้อนี้ แต่หากสาวถึงต้นตอของปัญหาปากท้อง ก็จะพบว่า ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาการกระจายความมั่งคั่งหรือการกระจายทรัพยากรเพื่อการบริโภค ที่ไม่เป็นธรรม

หมายถึง “ระบบ” ของประเทศเหล่านั้น กำลังมีปัญหา การสร้างระบบ เป็นไปอย่างไม่สมบูรณ์หรือพิกลพิการเอามากๆ ประชาชนถึงได้มีการลุกฮือขึ้นมา

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไร้กำแพงหรือพรมแดนเช่นทุกวันนี้ การโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายผู้ปกครอง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป “มนตร์ดำ”ที่ร่ายจึงขลังอยู่ได้ไม่นาน ยกเว้นแต่ “มนตร์ขาว” หรือมนตราแห่งความถูกต้อง เป็นธรรม โปร่งใสเท่านั้น ที่มีอำนาจเพียงพอที่จะอยู่ได้นาน

ในระบอบที่ประชาชน(ธรรมดาๆ)เป็นใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอียิปต์ หากมองจากประวัติศาตร์ของหลายประเทศอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจีนหรือประเทศตะวันตก

อย่างเช่น จากประวัติศาตร์จีน จะเห็นได้ว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่านประเทศในยุคต่างๆ จนเกิดมีผู้นำคนใหม่ คนแล้วคนเล่า ทั้งโดยอำนาจส่วนตัวและโดยประชาชนเชิดชู ซึ่งโดยประการหลังทำให้ผู้นำเหล่านั้น สามารถสืบทอดอำนาจไปได้นาน จนกว่าจะถึงช่วงที่ประชาชนเลิกเชิดชู  เมื่อนั้นความเสื่อมก็จะมาเยือน แล้วจะเกิดมีผู้นำคนใหม่ ตระกูลใหม่

หากสิ่งแตกต่างจากอดีต ที่เราได้เห็นจากเหตุการณ์ในอียิปต์และตูนีเซีย คือ ความไร้พรมแดนต่อการกำหนดชะตากรรมของคนอีกประเทศหนึ่ง ที่ไม่ใช่ประเทศของตัวเอง แรงหนุนเนื่องจากกระแสสนับสนุนต่อการปฏิวัติประชาชน จากคนทั่วโลก

เป็นที่ทราบกันว่า รัฐบาลอเมริกันนั้นสนับสนุนทุกด้านต่อรัฐบาลฮอสนี มูบารัค เพราะต้องการใช้อียิปต์เป็นฐานเชื่อมเข้าไปยังโลกอาหรับ อย่างน้อยก็ขอให้เข้าใกล้มากบรรดาชาติเหล่านี้มากที่สุด

หากแต่ในส่วนของประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่แล้ว พวกเขากลับเชียร์หรือสนับสนุนการเดินขบวนของประชาชนชาวอียิปต์อย่างเปิดเผยผ่านสื่อต่างๆ แม้กระทั่งสื่อกระแสหลักของอเมริกันเองหลายๆสำนัก

นอกเหนือไปจากการสื่อว่า ประชาชนชาวอียิปต์ไม่ได้โดดเดี่ยวในการต่อสู้กับรัฐบาลมูบารัคแล้ว ที่สำคัญยังหมายถึง “หลักความยุติธรรมและอยุติธรรม” ที่คนจากทั่วทุกมุมโลก ต่างเห็นพ้องกันในหลักการและมีจุดยืนเดียวกัน

 ด้วยจำนวนคนนับล้านที่ออกเดินประท้วงบนถนนนั้น แสดงให้เห็นว่า  ความยุติธรรม ในอียิปต์มีจริงล่ะหรือ?

ขณะเดียวกัน จากข่าวสารข้อมูลที่ได้รับกลับทำให้ประชาชนบางประเทศได้แง่คิด เชิงเปรียบเทียบกับการปกครองของผู้ปกครองของประเทศของตัวเอง จนเกิดเป็นกระแสปฏิวัติประชาชนลามไปอีกหลายประเทศ เมื่อเห็นว่าผู้นำเหล่านั้นครองอำนาจยาวนานเกินไป แต่ความเป็นอยู่ของผู้คนไม่ได้ดีขึ้น อันเนื่องมาแต่ระบบที่อยุติธรรม เอื้อประโยชน์กันแต่เพียงเครือข่าย กลุ่มคนใกล้ชิดผู้นำที่มีอำนาจ

เป็นที่น่าสังเกตอีกประการว่า ฝ่ายสำคัญที่มีบทบาทอย่างมากแทบทุกครั้งในช่วงที่มีเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง ได้แก่ ฝ่ายทหาร

หากสาวให้ลึกลงไปแล้ว สำหรับประเทศที่ประชาธิปไตยง่อนแง่น ผู้นำหรือกลุ่มอำนาจผูกขาด ทหารที่ตามปกติเป็นสมบัติกลางของประชาชนและเป็นกองกำลังที่ใช้อาวุธโดยเฉพาะ จะกลับกลายเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้นำหรือกลุ่มอำนาจไปเสีย  เมื่อมีเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในขั้นรุนแรง และทหารต้องมายุ่งเกี่ยว เลือกข้างสนับสนุน การใช้กำลังก็จะเกิดขึ้น มีผลโดยตรงต่อชีวิตของคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะประชาชนที่ปราศจากอาวุธ

ในประเทศประชาธิปไตยตะวันตก ชัดเจนว่า ทหารอยู่ภายใต้ระบอบการเมืองที่ตัวแทนมาจากประชาชน ทำหน้าที่ยามเกิดภัยพิบัติและสงคราม

แต่สำหรับประเทศประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ บทบาทของทหารในทางการเมืองมีอยู่ตลอดเวลา ไม่คอยค้ำจุนระบอบผู้นำและกลุ่มการเมืองผูกขาด ก็เล่นบทเป็นผู้นำประเทศเสียเอง ดังที่เราเห็นๆกันทั่วไป

นับเป็นการใช้ยุทโธปกรณ์ผิดวัตถุประสงค์

ลึกๆแล้ว ไม่ต่างจากการปิดบ้าน ปล้นเมือง

แหละทั้งหมดที่กล่าวมานับเป็นหลักฐานที่มากโขพอจะยืนยัน

ว่าตัณหาแห่งการได้มาและครอบครองอำนาจ ไม่เคยปรานีใคร..

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: