พระพุทธศาสนาในอเมริกา

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  : piralv@yahoo.com

กาลแห่งมาฆะบูชา สำหรับชาวพุทธ ยังอีกไม่ไกล คือ อีกเพียงเดือนเดียว(18 ก.พ.) ผมเห็นว่าน่าจะคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นไปของพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกในอเมริกากันบ้าง  โดยเหตุที่ฝ่ายไทยเราเองก็มีพระธรรมทูตสายต่างๆมาประจำอยู่ตามวัดวาต่างๆในอเมริกาจำนวนไม่น้อย มีมานานหลายปีแล้ว ประกอบกับในปัจจุบันทางการไทยเราเองได้มีการจัดตั้งหน่วยงานดูแลงานกิจการด้านพุทธศาสนาโดยเฉพาะ นั่นคือ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี

                หน่วยงานของรัฐไทยแห่งนี้นี่เอง ที่น่าจะเป็นหนึ่งในหลายฝ่ายในการสนับสนุนการเผยแผ่และเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา นอกเหนือไปจากองค์กรหรือคณะสงฆ์ ซึ่งมีหัวเรือใหญ่อย่าง มหาเถรสมาคม ถึงแม้ว่าหากมองจากกรอบการทำงานโดยทั่วไปแล้ว หน่วยของรัฐแห่งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการสนับสนุนกิจกรรมพุทธศาสนาเพียงแค่ในประเทศก็ตาม

                เพราะอย่างไรเสีย ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่า ในยุคข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วอย่างปัจจุบัน ยากที่จะเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพุทธศาสนิกด้วยกันระหว่างประเทศ หรือนานาชาติ นอกเหนือไปจาก ผลพลอยได้เชิงการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย และความต้องการที่จะเห็นประเทศไทย เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของโลก ซึ่งต้องทำจากข้างในไปข้างนอกและข้างนอกกลับเข้ามาข้างใน

                 ทั้งผลได้ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงเป็นแค่นามธรรม อย่างเช่น ปัญญา ความรู้ คุณธรรม ความภูมิใจ ฯลฯเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงผลได้อย่างเป็นรูปธรรมด้านเศรษฐกิจอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องน่าคิด เพราะหากไม่คิดชาติที่นับถือพุทธอื่นๆที่มีความพร้อมมากขึ้นก็จะเอาไปคิดแทน

                  ผมเห็นว่า ความเป็นไปและความเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธในอเมริกาน่าสนใจ เฉพาะในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เท่าที่ได้สัมผัสจากประสบการณ์ด้วยตัวเองและได้จากข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรพุทธต่างๆทั่วภาคพื้นอเมริกา

                ย้อนกลับไปอีกนิดหนึ่ง กับการที่กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)ยังมีหน่วยงานที่จะต้องดูแล คือ กรมการศาสนา และแนวนโยบายการแต่งตั้ง “ทูตวัฒนธรรม”ของกระทรวงเดียวกันนี้ ที่สามารถเชื่อมโยงถึงกันได้หมดกับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา หมายถึงการสนับสนุนงานพระธรรมทูตและงานของวัดไทยในอเมริกา หรือในต่างประเทศใดก็ตามแต่

                ผมไม่ทราบว่า “ทูตวัฒนธรรม” ที่คุณสมชาย เสียงหลาย ปลัดวธ.คนปัจจุบัน เคยเปรยไว้กับคณะคนไทยบางคณะ จะเป็นจริงได้หรือไม่ แต่โดยส่วนตัวก็อยากให้เป็นจริง  พร้อมทั้งงานเชื่อมประสานวัฒนธรรมระหว่างฝั่งไทยกับฝั่งอเมริกา มากกว่าที่จะเห็นการเกี่ยงกันไปมาต่อความรับผิดชอบร่วมกัน(ประสาน)กับหน่วยงานครอบจักรวาลอย่างกระทรวงการต่างประเทศ

                อย่าไปกลัวเลยครับ ว่าจะไปทับหรือล้ำเส้นกันและกัน ตั้งใจทำงานเรื่องดีๆ ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน?

                และหากคุณนิพิฏ อินทรสมบัติ เจ้ากระทรวงวธ.เอาจริงเอาจัง ความฝันที่ว่า คงไม่ไกลเกินจริงแต่ประการใดเลย

                ปฐมบทที่หน่วยงานของทางการไทย รวมทั้งองค์กรต่างๆทั้งรัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจะพึงทำความรู้ความเข้าใจต่องานในอเมริกา ได้แก่

ประการที่หนึ่ง เวลานี้ชาวอเมริกันจำนวนมากมีความกระตือร้นสนใจอย่างยิ่งต่อหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา และโดยเฉพาะ หลักการปฏิบัติ  ดังมีหลักฐาน ข้อมูล แสดงอยู่มากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้

ประการที่สอง ความเข้าใจต่อประเด็นกฎหมายและวัฒนธรรมอเมริกัน ของผู้ที่เข้าไปเผยแผ่หรือสนับสนุนการเผยแผ่ ซึ่งจำเป็นจะต้องมี

ประการที่สาม เชื่อมโยงจากประเด็นที่สอง คือ หากไม่เข้าใจต่อข้อกฎหมายและวัฒนธรรมอเมริกันแล้ว การเผยแผ่ก็จะถูกจำกัดอยู่แค่ชุมชนไทย ไม่สามารถทะลุออกไปสู่ชุมชนอเมริกันวงกว้างโดยทั่วไป

ประการที่สี่  ความเข้าใจต่อความมุ่งหมายและความรู้สึกของอเมริกัน ผู้เข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ โดยที่ผู้ที่เผยแผ่เองจำเป็นต้องมีความรู้จริง และประสบการณ์ในการปฏิบัติมาก่อนด้วย

ประการที่ห้า ความสามารถในการสื่อสาร ทำความเข้าใจ  อาจหมายถึงความลึกด้านภาษา

ประการที่หก ความรู้ความสามารถในการประสานงานระหว่างองค์กรพุทธด้วยกัน รวมทั้งนักการเมืองและชุมชนอเมริกัน สืบเนื่องจากในอเมริกามีองค์กรจำนวนมากและหลากหลาย หากร่วมมือร่วมใจกัน เข้าให้ถูกทางในกรณีเครือข่ายชุมชนอเมริกัน ย่อมทำให้งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมเดินหน้าไปได้ไวมากขึ้น

ประการที่เจ็ด งานด้านสื่อ เทคโนโลยีการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการเช่นเดียวกัน เพื่อให้ผู้สนใจเข้าถึงข้อมูลความรู้ได้สะดวกมากขึ้น

แน่นอนว่า สิ่งที่ต้องทำคู่ขนานไปกับงานเผยแผ่ฯ คือ งานพัฒนาด้านวัตถุ หรือสถานที่ ซึ่งจะปฏิเสธเสียทีเดียวหาได้ไม่

ทุกวันนี้ในอเมริกา มีสังฆาวาส พุทธสถาน และสำนักส่วนตัว หลากหลายนิกาย อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นทั้งสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง สุดแล้วแต่ขนบธรรมเนียมของผู้คนนับถือนิกายพุทธนั้นๆ ส่วนใหญ่จัดตั้งในนามองค์กรไม่หวังผลกำไร (Nonprofit Organization)

เพื่อให้เหมาะสม เป็นไปตามแนวโน้ม และกระแสความสนใจ(Trend) ของอเมริกัน การจัดการและเข้าไปเกี่ยวข้องทางด้านวัตถุสถาน ก็ถือว่ามีความจำเป็นเช่นเดียวกัน

ขอยกตัวอย่างที่แห่งหนึ่งนะครับ ด้วยเหตุผลประการที่หนึ่ง สืบเนื่องจากเป็นโครงการที่บ่งถึงหรือสอดรับวัฒนธรรมทุนนิยมอเมริกันโดยทั่วไป หรือวิถีชีวิตและธุรกิจเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ประการที่สอง ชี้ให้เห็น Trend  ความสนใจต่ออุษาคเณยศาตร์หรือศาตร์ตะวันออกแขนงต่างๆของบรรดาอเมริกัน ที่มีมากขึ้นตามลำดับจากความรู้ตามแหล่งต่างๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์อย่างปัจจุบันที่ก้าวไกล รวดเร็ว

โครงการที่ว่า คือ การก่อสร้างวัดพุทธบนเนื้อที่ 7.8 เอเคอร์ บนถนน Blacks Road เมืองแพทแทสคาล่า(Pataskala) มลรัฐโอไอโอ โดยศูนย์พระพุทธศาสนาแห่งเมืองโคลัมบัส(Columbus Buddhism Center) ซึ่งจนถึงเวลานี้มีความคืบหน้าไปมาก

ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบก่อสร้าง คือ นางไดแอน แฮร์รีส(Diane Harris) คาดว่าโครงการนี้จะเริ่มก่อสร้างได้ในต้นฤดูใบไม้ผลิ  ราวเดือนมีนาคม เมษายนปีนี้

ตัวแทนของศูนย์พระพุทธศาสนาแห่งเมืองโคลัมบัส นายจอห์น ไท(John Tai) รับหน้าที่ในการจัดการและประสานงานโครงการก่อสร้าง ในวงเงินทั้งหมด 10.3 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การก่อสร้างวัดแห่งนี้แยกประเดิม จากโครงการใหญ่ “อารยธรรมบูรพา” บนเนื้อที่ทั้งหมด 83 เอเคอร์ บนถนน Blacks Road  เช่นเดียวกัน

สิ่งที่ควรทราบคือ วัสดุที่ใช้ก่อสร้างชั้นนอกของตัววัดเพื่อความสวยงาม จะเป็นหินอ่อนที่นำเข้าจากเมืองไทย ส่วนแบบผัง(Outline)ของวัดซึ่งเสนออนุมัติจากเมือง(City)ไปเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย กุฏิเจ้าอาวาส  ศาลาประชาคม ตัววัด โบสถ์ กุฏิกรรมฐาน  หอสวดมนต์ และห้องสมุด ทั้งจะมีการปรับสภาพ พื้นที่ ตกแต่งให้เหมาะแก่สภาพการเป็นวัด มีความร่มรื่น

ความจริงโครงการนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 แต่เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการทางด้านกฎหมายของเมือง และประชาพิจารณ์ ทำให้การก่อสร้างไม่สามารถเริ่มได้ในปีเดียวกัน  นอกเหนือจากการนำเสนอแผนการสร้างตลาดน้ำ ร้านอาหาร สปา และโรงแรม ในบริเวณใกล้เคียงหรือรอบๆวัดในอนาคต

โครงการสร้างวัดนี้ ยังพ่วงศูนย์ฝึกโยคะ ตลาดขายสินค้าพืชผักผลไม้และสินค้าสำเร็จรูปจากเอเชีย ร้านเสริมความงามตามแบบตะวันออก เป็นต้น

ในวันที่กล่าวนำเสนอ โครงการต่อบรรดาซิตี้เค้าน์ซิล นายไท บอกว่า โครงการนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับคนอเมริกัน แถมยังมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นราว 300-500 คน และ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นแรงงานในท้องถิ่น  นอกจากรายได้จากการท่องเที่ยว อีกส่วนหนึ่ง

นายสตีฟ บุทเชอร์ (Steve Butcher) นายกเทศมนตรี(Mayor) รวมทั้งซิตี้เคาน์ซิลของเมืองแพทแทสคาล่า แสดงความเห็นด้วยกับโครงการสร้างวัดพุทธ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญอเมริกัน ประเด็นเสรีภาพในการนับถือศาสนา

อนุสนธิของโครงการนี้ จึงน่าจะมีอยู่บ้างต่อแนวทางการเผยแผ่พระศาสนามายังแดนไกลรวมทั้งการสร้างไทยทาวน์ตามเมืองต่างๆที่คิดกันอยู่ในเวลานี้…

  1. Tweets that mention พระพุทธศาสนาในอเมริกา « Jaojook's Blog -- Topsy.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: