สรรหาสว.โพ้นทะเล

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  : piralv@yahoo.com

ปีใหม่ 2554 เริ่มและผ่านไปเร็วยิ่ง หลังช่วงเทศกาลใหญ่ได้ไม่นาน ก็เข้าหนึ่งสัปดาห์พอดีครับ สิ่งที่ผมและเพื่อนๆคนไทย ทางฝั่งอเมริกาหลายคนอยากเห็นมาเนิ่นนาน ก็ยังเป็นแค่ความคาดหวัง เป็นทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเรื่องการติดต่อสื่อสาร เพื่อทำความเข้าซึ่งกันและกันระหว่างคนไทยทั้งสองฟาก ซึ่งก็คือ คนไทยที่เมืองไทยกับคนไทยที่อเมริกา

                ในฐานะคนทำสื่อ สิ่งที่อยากเห็นมานาน ได้แก่ บริบทการนำเสนอข่าวสาร ข้อมูลที่ทะลุทะลวงระหว่างไทยกับอเมริกา ซึ่งโดยเทคโนโลยีแล้วสามารถทำได้เลยในขณะนี้ ทั้งเชื่อว่าจะเป็นเหตุให้คนไทยได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎ  ด้วยเนื้อหาข้อมูลข่าวสาร ที่อยู่นอกเหนือจากไปผลประโยชน์ที่ภาครัฐของทั้งสองประเทศจะได้รับเสียด้วยซ้ำ  หากแต่ประชาชนของทั้งสองฝั่งน่าจะเป็นฝ่ายที่ได้รับมากกว่า

                หมายถึงการทำให้คนไทยข้างฝั่งไทยมองเห็นสภาพและข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งมากขึ้น กว่าช่วงที่ผ่านมาและที่กำลังเป็นอยู่

ว่าความเป็นไปของชุมชนไทยและชุมชนอเมริกันในอเมริกาเป็นไปอย่างไร

                หมายถึงข้อเรียกร้องหรือความต้องการของพี่น้องคนไทยในอเมริกาที่มีอยู่จำนวนนับล้านคน ในประเด็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ได้รับการนำเสนอผ่าน “สื่อ(อะไรสักอย่าง) ที่สามารถทะลุทะลวงเชื่อมถึงกันทั้งสองฟาก”   เผยให้เห็นข้อเท็จจริง ในแต่ละเรื่อง แต่ละประเด็น

                ที่ว่ามานี้ ยังไม่เห็น เพราะยังไม่เกิดขึ้น

                แน่นอน หากจะเกิดขึ้นได้ ย่อมต้องอาศัยความรู้ความสามารถของ “คนทำงาน” ในระดับที่เข้าใจโครงสร้างและความเป็นไปของชุมชนทั้งสองฟากในระดับหนึ่งหรือพอสมควร ในขณะที่ชุมชนไทยในอเมริกากำลังเติบโต ขยายออกไปในระดับที่น่าชื่นชม ตามธรรมชาติ ตามกาลเวลาที่ควรจะเป็น

                จนกระทั่งราวๆ 10 ปีที่ผ่านมา รัฐไทยได้เปิดโอกาสการมีส่วนร่วมทางการเมืองให้กับคนไทยในอเมริกา ซึ่งย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการเลือกตั้ง ผ่านหน่วยงานของรัฐ

จำเพาะ ก็คือ หน่วยงานสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ อย่าง สถานทูตและสถานกงสุลทั่วภาคพื้นอเมริกาที่ทำหน้าที่สำรวจตรวจสอบสถานภาพของคนไทย รวมทั้งอัพเดทข้อมูลกรณีที่อยู่ ที่ติดต่อ

ขณะที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การเมืองในเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก มีหลายเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้น ตลอดถึงที่สำคัญที่สุด คือ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ มาเป็นฉบับล่าสุดปี 2550

การณ์เป็นไปทำนองไฟไหม้ฟาง(อีกเช่นเคย) เมื่อไม่มีใครคอยกระชุ่น เตือน หรือทำแคมเปญ หน่วยงานเดิมๆของกระทรวงการต่างประเทศเหล่านี้ ก็พากันเอามือซุกกระเป๋าเสีย รอคนกำกับนโยบายคนใหม่ งบใหม่  โดยเฉพาะนโยบายของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และนโยบายในส่วนของปีกรัฐบาล ที่ส่งไปถึงระดับปฏิบัติการ หรือระดับเจ้าหน้าที่

และอีกไม่นานก็คงจะรู้ว่า สมาชิกวุฒิสภาหรือสว.แต่งตั้ง(สรรหา)จำนวน 74 คน ที่จะหมดวาระในวันที่ 18 ก.พ.ที่จะถึงนี้ จะได้รับการสนองตอบด้วยการปฏิบัติการ “เชิงการทำความเข้าใจ” กับคนไทยในต่างแดนกี่มากน้อย อย่างน้อยก็ในเมื่อทางเมืองไทยยอมรับและใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กันไปแล้ว โดยกำหนดให้มีสว. 2 ประเภท คือ แบบเลือกตั้ง(จังหวัดละคนหรือ 76 คน) และแบบสรรหา

แม้ว่า แบบหลัง ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า เกื้อกูลต่อระบบอุปภัมภ์ เส้นสาย หรือเครือข่ายของกลุ่มชนที่มีอิทธิพลด้านต่างๆในประเทศก็ตาม        

ตามข่าว กกต.กำหนด 28 ก.พ. เป็นวันสรรหา ส.ว.และเสนอให้เปิดรับสมัครการลงทะเบียนขององค์กรที่จะเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาในระหว่างวันที่ 1-15 มี.ค. 2554 คาดว่าจะสามารถประกาศผล และเสนอต่อประธานรัฐสภาได้ภายในวันที่ 15-19 เม.ย. 2554

รัฐธรรมนูญกำหนดให้สรรหาสว.ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับจากวันครบวาระ และตามกฎหมายบัญญัติให้สำนักงานกกต.ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการ โดยในการสรรหา ส.ว.ครั้งที่ผ่านมา เป็นการสรรหาครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยมี ส.ว.สรรหา ซึ่งได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรในภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และภาคอื่น

คณะกรรมการสรรหาสว. ประกอบด้วย 1.ประธานศาลรัฐธรรมนูญ  2.  ประธานกรรมการการเลือกตั้ง  3. ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน 4. ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) 5. ประธานกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)6. ผู้พิพากษาในศาลฏีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฏีกาที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกามอบหมาย จำนวน 1 คน และ 7. ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมอบหมาย จำนวน 1 คน

คณะกรรมการสรรหา จะตั้ง อนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติขององค์กรและผู้ถูกเสนอชื่อ แยกเป็น 5 ภาค เช่นกัน ได้แก่ อนุกรรมการองค์กรภาควิชาการ มีเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เป็นประธาน อนุกรรมการองค์กรภาครัฐ มีเลขาธิการสำนักงานป.ป.ช.เป็นประธาน อนุกรรมการองค์กรภาคเอกชน มีเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญเป็นประธาน อนุกรรมการองค์กรภาควิชาชีพ มีผู้ว่าการ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เป็นประธาน และอนุกรรมการองค์กรภาคอื่น มีประธาน กกต.เป็นประธาน

นี้นับว่าแตกต่างจากกลไกที่มาของสว.ของอเมริกัน ที่มาจากการเลือกตั้งล้วนๆ รัฐละ 2 คน หรือ 100 คน ทั่วประเทศจากจำนวน 50 รัฐ

แม้กล่าวสำหรับการสรรหาสว.ครั้งที่จะถึงนี้ ทางหน่วยงานทางการของไทยอย่างสถานทูตและสถานกงสุลตามเมืองต่างๆ ไม่ค่อยได้ใช้แรงกระตุ้นคนไทยให้สนใจพาตัวเองหรือกลุ่ม ลงสมัครกันมากนักก็ตาม หากแต่ ก็ยังนับว่ามีคนไทยที่นี่ให้ความสนใจอยู่เองบ้าง

และคงไม่ต้องสาธยายว่า “การอ้างว่ารู้เส้นสนกล(คน)ใน” ของแต่ละคน ย่อมมีอยู่อย่างเป็นธรรมดา เพราะหากกรรมการหรืออนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสว. ไม่รู้จักเลยหรือรู้จักผู้ลงรับสมัครแต่น้อย ก็ย่อม “ปิ่ว” กันไปตั้งแต่ยกแรกๆแล้ว

เสมือนว่า การสมัครสว.สรรหานั้น หากไม่มีสายสัมพันธ์(คอนเนกชั่น)ภายในแล้ว อย่าหวังว่าจะได้รับคัดเลือก(ง่ายๆ)

จึงเป็นปัญหาว่า สำหรับคนไทยหรือกลุ่มคนไทยในต่างแดนที่ประสงค์ใช้สิทธิ์ (ที่ต่างอ้างว่า) เพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ทำอย่างไรจึงจะแตะตาต้องใจกรรมการสรรหาให้ได้

อย่างแรกที่บอกไป ที่ต้องใช้แน่นอนอยู่แล้ว ก็คือ คอนเนกชั่น ทั้งส่วนตัว ผ่านเพื่อนหรือคนรู้จัก

อย่างต่อมา คือ การประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาตัวเอง ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้สื่อท้องถิ่นออกข่าว หวังสะท้อนกลับถึงเมืองไทย ถึงแม้หากเกรงว่าจะสื่อที่นี่สะท้อนไปไม่ถึงเมืองไทย ก็ตัดข่าวหรือวีดีโอคลิปเก็บไว้ ก่อนที่จะส่งให้กับกรรมการสรรหาบางส่วนหรือทั้งหมดก็แล้วแต่

“ยุทธการสร้างภาพเชิงผลงาน” ในชุมชนไทยจึงเกิดขึ้นแบบเลี่ยงแทบไม่ได้

พร้อมๆกับการอ้างถึงการเป็นตัวแทนคนไทยในอเมริกาในท้องถิ่น(เมือง,รัฐ)ต่างๆ โดยที่คนไทยเจ้าของสิทธิ์ส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกับการตู่เสียง สร้างภาพที่เกิดขึ้น

ต้องไม่ลืมอย่างที่บอกไปแต่แรกครับว่า หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ดำเนินการเรื่องเลือกตั้งหรือสรรหานี้ หากรัฐบาลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่กระตุ้น ก็เฉื่อยชา แทบไม่กระดิกทำการประชาสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้น

ทั้งข้อเท็จจริงของภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ยากที่จะสะท้อนออกไปตรงๆได้ถึงเมืองไทย ด้วยจินตภาพ ต่อชุมชนไทยในอเมริกา ที่คนที่เมืองไทยมีอยู่อีกแบบ ซึ่งหมายถึงความเข้าใจที่เบี่ยงเบนต่อวิถีการดำรงชีวิตของคนไทยที่นี่

แหละการสรรหาสว. คราวที่จะถึงนี้ หากให้อนุมานเอา “แบบจำลอง”คงไม่ต่างไปจากคราวที่แล้ว สายสัมพันธ์อุปภัมถ์แบบไทยๆ ยากจะเลี่ยงพ้น

อย่างไรเสีย ก็อย่าไปเที่ยวอ้างนักเลยว่า “ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนคนไทยเมืองนั้น รัฐนี้ในอเมริกา”

เพราะกระผมและเพื่อนๆไม่รู้เรื่องกับพวกท่านด้วยจริงๆ

  1. #1 by อรรคเดช ศรีพิพัฒน์ on มกราคม 7, 2011 - 8:26 am

    เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นอย่างมากที่ “อย่าไปเที่ยวอ้างว่าเป็นตัวแทนของคนไทยใน(อเมริกา)จากรัฐนัี้นเมืองนี้” เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดว่าต้องเป็นตัวแทนขององค์ที่ไม่ค้ากำไรอย่างถูกต้องตามกฏหมายในประเทศไทย …….แล้วมีองค์กรไหนในอเมริกาที่ถูกต้องตามกฏหมายไทยและอยู่ในเมืองไทยครับกระผม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: