เกมการเงินอเมริกาและการเตรียมตัวในปีหน้า(2)

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com 

วันนี้ขอถือโอกาสต่อรายงานของ “ผอ.แป้น” สมจินต์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการอาวุโส   สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  แห่งเมืองนิวยอร์กในตอนจบกันครับ ผมเห็นว่าเธอสรุป“ประเด็นปัจจุบัน”ของการค้าระหว่างไทยกับอเมริกาไว้ได้อย่างดี ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับ ผู้ส่งออก นักลงทุนไทยและผู้สนใจทั่วไป

“3.2.1 ช่องทางการค้าของทุกสินค้ามีลักษณะคล้ายคลึงกันประการหนึ่ง (ยกเว้นสินค้าอาหาร) คือ ผู้ส่งออกควรจะต้องหา Agent หรือ คู่ค้าเสียก่อน สำหรับสหรัฐฯการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าควรเป็นกิจกรรมที่จะทำก็ต่อเมื่อผู้ส่งออกมี Agent หรือ คู่ค้า หรือ Showroom  แล้ว เนื่องจากปัจจัยหลักที่สำคัญต่อการค้า คือ การส่งสินค้าได้ในเวลาที่รวดเร็ว

ปัจจุบันหลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัทที่มีอำนาจในการซื้อ จะลดค่าใช้จ่ายโดยการไม่สต็อกสินค้าเอง ปล่อยให้ผู้ขาย (supplier/vendor) เป็นผู้เก็บสินค้า และให้ส่งให้ภายในเวลาที่กำหนดซึ่งอยู่ในเวลาระหว่าง 1-2 สัปดาห์

เศรษฐกิจของสหรัฐฯยังไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ อัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับสูง การใช้จ่ายเพื่อการบริโภคเน้นที่ราคามากขึ้น ธนาคารไม่ปล่อยสินเชื่อหรือปล่อยยากขึ้นมาก ทำให้มีผลกระทบต่อรูปแบบทางการค้าด้วย เช่น การสั่งซื้อสินค้าต่อครั้งมีปริมาณที่ลดลง และ Credit term ยาวขึ้น จนหลายครั้ง ผู้ส่งออกไทยไม่สามารทำธุรกิจด้วยได้ ดังนั้น ผู้ส่งออกควรคำนึงถึงปัจจัยข้อนี้เมื่อเจรจาธุรกิจกับผู้นำเข้าสหรัฐฯ

3.2.2 สินค้าอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว และกุ้งแช่แข็ง สหรัฐฯยังนำเข้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง ในปัจจุบันมีผู้ส่งออกไทยซึ่งศึกษาตลาดแล้ว และขอให้สำนักงานฯจัดทำนัดหมาย และเดินทางมาพบลูกค้าเองมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้นำเข้าส่วนใหญ่ในกลุ่มอาหารจะเดินทางไปประเทศไทยเพื่อพบ supplier ด้วยตัวเองทั้งระหว่างงาน Thaifex และในช่วงอื่นๆ อย่างไรก็ตามผู้บริโภคในกลุ่ม Hispanic(พูดภาษาสเปน) ในสหรัฐฯซึ่งขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง และมีรสนิยมการบริโภคคล้ายคลึงกับอาหารไทย จะเป็นตลาดใหม่ของอาหารไทย

3.2.3 อาหารไทยเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามเมืองใหญ่ และในกลุ่มผู้บริโภคที่รักษาสุขภาพ แต่การจัดตั้งร้านอาหารไทยในแต่ละเมืองก็มีข้อกำหนดและรายละเอียดแตกต่างกันมาก ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ดูแลแต่ละพื้นที่เพื่อขอข้อมูลได้

4. แนวทางการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของสำนักงานฯนิวยอร์กในปี 2554

4.1 สินค้ากลุ่มอาหาร

ในปี 2554 สำนักงาน ฯ นิวยอร์กเป็นผู้ประสานงาน และดำเนินการให้ผู้ส่งออกไทยในกลุ่มอาหาร เข้าร่วมงานแสดงสินค้า 2 งาน ได้แก่ International Boston Seafood Show (สินค้าอาหารทะเล) และ งาน Summer Fancy Food (อาหารทุกประเภท) ทั้งยังได้เสาะหาผู้นำเข้ารายใหม่ๆ เพื่อเชิญไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในไทย และ/หรือ จัดคณะผู้แทนการค้าเยือนไทยด้วย โดยจะเน้นที่ผู้บริโภคกลุ่ม Hispanic มากขึ้น เพื่อขยายฐานผู้บริโภคสินค้าอาหารไทย

4.2 สินค้ากลุ่มแฟชั่น

โครงการเครื่องนุ่งห่มไทยสู่ตลาดสหรัฐฯเป็นโครงการที่จัดหาผู้เชี่ยวชาญ/ดีไซน์เนอร์คนไทยที่อยู่ในวงการแฟชั่นของสหรัฐฯไปเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทไทยที่มีศักยภาพ และมีความตั้งใจที่จะพัฒนาแบรนด์ และสินค้าของตนเองเข้าตลาดสหรัฐฯอย่างยั่งยืนในอนาคต การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาสินค้าเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เข้าร่วมโครงการต้องทุ่มเททั้งความรู้ กำลังคน และทุน เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและความต่อเนื่อง

การพัฒนาสินค้าที่มีแบรนด์เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้สินค้าไทยไม่ต้องแข่งขันด้านราคากับประเทศจีนโครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 3 ผู้เข้าร่วมโครงการปัจจุบัน มี 6 ราย และในปัจจุบันทุกรายมีตัวแทนขาย (Agent) และ/หรือ Showroom ในประเทศสหรัฐฯแล้ว สำหรับปี 2554 และ 2555 สำนักงานฯจะได้ประสานงานโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นตัวกลางติดต่อประสานงานให้กับผู้เข้าร่วมโครงการได้พบปะกับดีไซน์เนอร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐฯ เพื่อจะได้เรียนรู้และสร้างเครือข่ายต่อไป

4.3 สินค้าอื่นๆ

สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ของประดับและตกแต่งบ้าน ฯลฯ สำนักงานฯ ได้แสวงหาลูกค้าใหม่เพิ่ม และเดินทางพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายทางการค้าอย่างสม่ำเสมอ รายชื่อต่างๆ ได้บันทึกในฐานข้อมูล และส่งเข้าส่วนกลาง ตลอดจนลงใน Website ของกรมฯ เพื่อให้ผู้ส่งออกได้รับทราบข้อมูลใหม่ๆ ตลอดเวลา

5. บทบาทของสำนักงานฯในการสนับสนุน SMEs

กิจกรรมต่างๆของสำนักงานฯล้วนส่งเสริม SMEs ทั้งสิ้นและยังได้จัดทำนัดหมายให้กับผู้ส่งออกไทยที่ต้องการเดินทางมาพบลูกค้าในเขตดูแล ในทางกลับกันก็ทำนัดหมายให้กับผู้นำเข้าที่ต้องการเดินทางไปพบผู้ส่งออกในประเทศไทย

6. ข้อเสนอแนะแก่ผู้ประกอบการไทยในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อเข้าสู่ตลาดที่รับผิดชอบ

6.1 สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรทำคือการยกระดับความสามารถในการผลิตและการตลาดเพื่อการส่งออกให้สูงขึ้น การส่งออกมาตลาดสหรัฐฯ สิ่งสำคัญคือการควบคุมมาตรฐานสินค้าให้เป็นไปตามข้อตกลงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้า เช่น มาตรฐานในเรื่องสุขอนามัย HACCP มาตรฐานการผลิตสินค้าฮาลาล(Halal) หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสินค้า GMOs และควรคำนึงถึงข้อกำหนดอื่นๆ ที่อาจนำมาใช้ในการกีดกันการนำเข้าสินค้า เช่น การผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานเด็ก (Child Labor) การให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ในระหว่างเลี้ยงหรือก่อนการนำไปแปรรูป เป็นต้น             

6.2 การพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในสินค้า

6.3 Creative Economy และการพัฒนาผลิตภัณฑ์

ในปี 2554 และ 2555 สำนักงานฯ มีแผนงานที่จะนำดีไซน์เนอร์ไทยที่มีชื่อเสียงในสหรัฐฯเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาสินค้าในกลุ่มแฟชั่นเพื่อเข้าตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจและมีประสบการณ์ทั้งในด้านช่องทางการตลาดและรูปแบบ/คุณภาพสินค้าสามารถถ่ายทอดให้กับผู้ส่งออกไทย นำไปพัฒนาสินค้าของตนให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในสหรัฐฯ

7. ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยควรปรับตัว/ตั้งรับอย่างไรเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท และรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

กรมส่งเสริมการส่งออกได้สนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ส่งออกไทยพัฒนาสินค้าของตนเองเพื่อจะไม่ต้องแข่งขันด้านราคาเป็นอย่างเดียว โดยรายงานลักษณะความต้องการของผู้บริโภค และลักษณะของสินค้าและตลาดอย่างต่อเนื่อง ผู้ส่งออกเองควรติดตามสถานการณ์ค่าเงินอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมาตรการต่างๆที่สหรัฐฯใช้อยู่ในขณะนี้ และอีกหลายมาตรการที่จะใช้ในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อคืนพันธบัตรนั้น จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินไปทั่วโลกอย่างแน่นอน โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน เงินบาทเทียบดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 10% แม้ ธปท.ได้ใช้ความพยายามในการออกมาตรการเพื่อชะลอการไหลเข้าของเงินทุนก็ตาม

ผู้ส่งออกควรพิจารณากระจายตลาดส่งออก อย่าไปกระจุกรับออร์เดอร์อยู่กับประเทศเดียว หรือพึ่งพาตลาดส่งออกตลาดเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นตลาดใหญ่ก็ตาม เพราะจะเกิดความเสี่ยงสูงหากเกิดเหตุการณ์เศรษฐกิจล้มเหลวในประเทศนั้น

การพัฒนาคุณภาพเพื่อยกระดับสินค้าเป็นสิ่งสำคัญในระยะยาว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแข่งขันกับคู่แข่งด้านราคาเพียงอย่างเดียว

การสร้างความแข่งแกร่งในตลาดใหม่ที่มีความสำคัญ อาทิ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน โดยปรับบทบาทสร้างพันธมิตรในตลาดส่งออก (Export alliance) หรือการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อแสวงหาตลาดใหม่ที่เอื้อต่อฐานการผลิตในไทย”

น่านำไปพิจารณากันดูนะครับ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องและกระทบจากเรื่องนี้โดยตรง

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: