ชัยชนะของพรรครีพับลิกันครานี้

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

ใครจะว่าอย่างไรก็ตามผมถือว่า การเลือกตั้งกลางสมัยของอเมริกาเมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมาพรรครีพับลิกันประสบผลชัยชนะทั้ง 3 ส่วน คือ ในส่วนของสภาสูง(ซีเนต) สภาล่าง(เฮ้าส์) และในระดับท้องถิ่น คือ การเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่งเช่นกัน เพราะมีอำนาจสูงสุดในการใช้นโยบายร่วมกับพรรคผ่านหน่วยงานในระดับท้องถิ่น เสมือนเป็นการเสริมฐานการเมืองในระดับชาติให้แข็งแกร่งมากขึ้น

                ขณะเขียนบทความนี้(ค่ำวันอังคาร : เวลาอเมริกา) ปรากฎผลเลือกตั้งในส่วนของสภาสูงว่า พรรคเดโมแครตคว้า 52 เก้าอี้ไปครอง ขณะที่พรรครีพับลิกันได้ 46 เก้าอี้  (จากทั้งหมด 100 เก้าอี้) หรือเดโมแครตต้องเสียไปถึง 5 เก้าอี้(จากเดิม 57 เก้าอี้)   แม้จะยังครองเสียงข้างมากในสภาสูงแห่งนี้อยู่ก็ตาม

                ในส่วนของสภาล่าง ซึ่งหมายถึงสภาผู้แทน(ประชาชน)นั้น พรรคเดโมแครตได้ 184 เก้าอี้ ขณะที่รีพับลิกันกลับพลิกชนะอย่างถล่มทลาย ได้ไปจำนวน 240 เก้าอี้ จากทั้งหมด 435 เก้าอี้ (เดโมแครตเคยได้ 255 เก้าอี้เมื่อคราวการเลือกปี 2008 พร้อมกับการเลือตั้งประธานาธิบดี)

                นอกเหนือจากการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ ที่พรรครีพับลิกันสามารถกวาดที่นั่งผู้ว่าไปในจำนวน  29 รัฐ ขณะที่เดโมแครตได้ไปแค่ 16 รัฐ จากทั้งหมด 50 รัฐ

โดยเสียงหรือส่วนของเก้าอี้ที่เหลือ หมายถึงยังไม่ชี้ผล (Undecided) รวมถึงเสียงอิสระ (ข้อมูลจาก Washington Post และ Yahoo – 3 พ.ย. 2010 /ขณะเขียนตัวเลขผลการเลือกตั้งของสื่ออเมริกันแต่ละสำนักยังออกมาไม่ตรงกัน แต่คลาดเคลื่อนไม่มากนัก)

                น่าสังเกตก็ตรงบางรัฐอย่างเช่น เนวาดา ซึ่งเป็นการแข่งขันกันระหว่างหัวเรือใหญ่ แกนนำในสภาสูงของพรรคเดโมแครตอย่าง แฮรี่ รีด (Harry Ried)  ที่ผลการเลือกตั้งออกมา เขาได้คะแนนนำไม่ห่างมากนักกับคู่แข่ง ชาร์รอน แองเกิล(Sharron Angle) ที่ได้รับการสนับสนุนสมาชิกจากกลุ่มทีปาร์ตี้ และพรรครีพับลิกัน การชนะของรีด จึงมีสภาพแบบ “หืดขึ้นคอ” ขณะที่น้องชายของเขา โรรี่  รีด (Rory Ried) ที่ลงแข่งชิงผู้ว่าการรัฐ ก็พ่ายให้กับ ไบรอัน แซนโดวอล (Brian Sandoval) จากรีพับลิกัน

                เช่นเดียวกับผลจากความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มทีปาร์ตี้ที่ผ่านมา ทำให้ผู้สมัครของรีพับลิกันที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มการเมืองขวาจัดนี้ ได้รับการเลือกตั้งในรัฐฟลอริดา(สว.มาร์โค รูบิโอ) และรัฐเคนตั้กกี้(สว. เรนด์ พอล)

                 คาดว่าสื่อแขนงต่างๆคงรายงานรายละเอียดของผลการเลือกตั้งไปมากแล้ว ประธานาธิบบารัค โอบามา ได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับจอห์น เบห์เนอร์ (John Boehner) สส.รีพับลิกันจากรัฐโอไอโอ ซึ่งกำลังจะกลายเป็นประธานสภาหรือ House speaker แทนนางแนนซี่ เปลอสซี่ (Nancy Pelosi) สส.รัฐแคลิฟอเนียร์  จากพรรคเดโมเครตในเร็วๆนี้

จอห์น เบห์เนอร์

                ไม่ง่ายสำหรับ นายเบห์เนอร์ต่อการดำรงนี้ ทั้งการประสานงานโหวตกับบรรดาสส.รีพับลิกันเองในพรรค และประสานกับสมาชิกซีเนต เนื่องจากข้างในพรรครีพับลิกันยังมีสส.กลุ่มทีปาร์ตี้ อยู่จำนวนไม่น้อย ขณะเดียวกันหากต้องการผ่านกฎหมายต่างๆอย่างละมุนละม่อมและรวดเร็ว เขาจะต้องประสานให้ได้กับบรรดาซีเนเตอร์ของพรรคเดโมแครต ซึ่งครองเสียงข้างมากอยู่ด้วย เพื่อไม่ให้กฎหมายที่นำเสนอตกไปและต้องนำเสนอในวาระใหม่ อยู่เรื่อยๆ

                หลายฝ่ายพูดตรงกันว่า งานหนักตกอยู่กับนายเบห์เนอร์อย่างแน่นอน ทั้งผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็แสดงให้เห็นถึงความต้องการของคนอเมริกันให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพราะขณะนี้สภาพการณ์ความเป็นอยู่

ของอเมริกันชน ยังย่ำแย่ไม่ต่างจากเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คนตกงานเองก็ยังมีจำนวนมากและเพิ่มมากขึ้น บริษัทใหญ่ๆหลายแห่งก็ยังไม่ส่อแววว่าจะฟื้น

                 งานหนักอีกอย่างของนายเบห์เนอร์ ก็คือ การสร้างผลงานให้กับพรรครีพับลิกัน เพื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 2 ปีข้างหน้า การพิสูจน์ก็อย่างเช่น การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณที่ส่อแววว่าจะเกิดความขัดแย้งกันขึ้นกับบรรดาสมาชิกของพรรคเดโมแครตทั้ง 2 สภา นอกไปจากกฎหมายควบคุมระบบการเงินการธนาคาร ที่พรรครีพับลิกันต้องการให้มีการลงโทษผู้ประกอบการด้านการเงินที่บริหารงานผิดพลาดให้เข้มงวดมากขึ้น ไม่ปล่อยให้หนีหายไปพร้อมกับความร่ำรวยจากค่าตอบแทนที่เคยได้รับ (Golden parachute)

                ในพรรครีพับลิกันเอง เบห์เนอร์ จำเป็นต้องหารืออย่างสม่ำเสมอกับ 2 คนสำคัญของทีปาร์ตี้ นั่นคือ นางซาร่าห์ เพ-ลิน(Sarah  Palin) จากรัฐอลาสก้า กับ สว.จิม เดอมินท์ (Jim DeMint)จากรัฐเซ้าท์ แคโรไลน่า ซึ่งมีแนวโน้มไม่ประนีประนอมในหลายเรื่อง ทั้งคู่เคยกล่าวไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ว่า จะไม่มีการรอมชอมและหารือกับประธานาธิบดีสีผิวอย่างโอบามา

“we are not sending Republicans … to D.C. to sing Kumbaya with Obama” – เราไม่มีการส่งคนของรีพับลิกันไปยังวอชิงตันดี.ซี.เพื่อร้องเพลงคัมบายากับโอบามา – นางเพ-ลิน เคยกล่าวไว้อย่างนี้ในรายการโชว์ดังที่สนับสนุนแนวทางอนุรักษ์นิยม ของลอรา อินแกรแฮม (Laura Ingraham)  พร้อมตบท้ายด้วยคำพูดว่า “ต้องการส่งตัวแทนของทีปาร์ตี้ไปหยุดโอบามา”

ด้วยท่าทีที่ไม่ประนีประนอมของกลุ่มทีปาร์ตี้ในพรรครีพับลิกัน คาดกันว่า จะสร้างความหนักใจให้กับนายเบห์เนอร์และสร้างความยุ่งยากต่อการทำงานของประธานาธิบดีโอบามามากขึ้น

ผู้นำในสภาล่างของรีพับลิกันยังมีภาระเรื่องการเตรียมสรรหาว่าที่ผู้สมัครประธานาธิบดี ที่จะต้องแข่งขันกันภายในพรรค ต่อจากนั้น คือ การลงแข่งกับประธานาธิบดีโอบามาในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งว่าไปแล้ว ไม่ใช่เวลาที่มากมายแต่อย่างใดเลย

อย่างไรก็ตามสื่ออเมริกันหลายสำนักวิเคราะห์ว่า แรงกดดันใหญ่ต่อนายเบห์เนอร์อยู่ที่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทางด้านเศรษฐกิจมากกว่าอย่างอื่น ผลการเลือกตั้งที่ออกมาชี้ให้เห็นว่า ความมั่นใจที่คนอเมริกันเคยมีต่อประธานาธิบดีได้หายไป พวกเขาเทคะแนนให้รีพับลิกันเพื่อให้เกิดการถ่วงดุลอำนาจกันระหว่างฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติ แต่อีกทางหนึ่งกลับทำให้การออกกฎหมายหรือนโยบายลำบากมากขึ้น

การได้เก้าอี้เพิ่มของรีพับลิกัน ทำให้ฝ่ายความมั่นคงอย่างน้อย 2  หน่วยงานคือ เพนตากอนและกระทรวงความมั่นคงภายในตีปีกพรึ่บ! มันหมายถึงการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไป  สมาชิกของรีพับลิกันหลายคนเคยระบุทำนองว่า ตอนนี้อเมริกาอ่อนด้อยในเรื่องเขี้ยวเล็บและการป้องกันไปหลังจากที่โอบามาเข้ามารับผิดชอบงานทำเนียบขาว ทั้งหลายอย่างที่บารัคเคยสัญญาไว้ก่อนหาเสียง เขาก็ทำไม่ได้เช่น การถอนทหารออกจากตะวันออกกลางทั้งหมด มิหนำซ้ำรัฐบาลปัจจุบันยังเพิ่มกำลังเข้าไปยังอาฟฆานิสถานเสียอีก

เช่นเดียวกับงานด้านการป้องกันอาชญากรรมและแรงงานผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดนอเมริกา-เม็กซิโก ที่ถูกมองจากรีพับลิกันว่าไร้ประสิทธิภาพ ย่อหย่อน การสร้างกำแพงตามแนวชายแดนจะต้องยาวมากขึ้น รวมทั้งการจัดสรรเพิ่มกำลังคน

ต่อประเทศไทยและประเทศในอาเซียน สส.ของรีพับลิกันบางคนได้เสนอให้ศึกษาติดตามความสัมพันธ์ระหว่างไทย อาเซียน กับจีน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ด้านการทหาร

เช่น การซ้อมรบครั้งแรกระหว่างกองทัพไทยกับจีน ที่เพิ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ “Strike 2010” ที่เมืองกุ้ยหลิน สส.และสว.รีพับลิกันกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ในการอยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขณะที่ก่อนหน้านี้ไทยกับกองกำลังอเมริกันซ้อมรบกันอยู่เป็นประจำ

ก่อนจบวันนี้ ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องชาวไทยทั่วประทศ และล่าสุดเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวใต้ ที่ประสบกับวาตะภัยและอุทกภัยอย่างรุนแรง

อีกครั้งเหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา ที่อยากจะพูดว่า มันเป็นบทเรียนสำหรับทุกองค์กรช่วยเหลือที่มีหน้าที่ องค์กรอาสา  และองค์กรที่เกี่ยวข้องอื่นๆ รวมทั้งองค์กรสื่อ ที่จำเป็นต้องทำการบ้าน ศึกษาพื้นที่ให้ชัดเจนแน่นอน ก็จะช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยได้มาก

ทุพิกภัยทั้งหลาย ในมุมมองของตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกัน(ซึ่งเป็นประเทศที่เสี่ยงกับภัยธรรมชาติตลอดเวลา)นั้น สามารถป้องกันเพื่อบรรเทาความรุนแรงได้ หากมีการ “ร่วมจัดการ”เตรียมการป้องกันที่ดี

ไม่ได้ตำหนิใคร ข้าราชการ นักการเมือง หรือหน่วยงานใด ในการจัดการป้องกันและแก้ไขภัยธรรมชาติแบบ “แยกส่วนเมืองกับส่วนชนบท” เพราะทั้งหมดตกอยู่ภายใต้ชะตากรรมเดียวกัน หากไม่คำนึงถึงองค์ประกอบรวมตามธรรมชาติ“พื้นที่เดียวกัน”ของประเทศไทย…

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: