เดโมแครตบนสถานการณ์แปรผัน

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

อีกราวๆ 3 วันก็จะถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมของอเมริกา ซึ่งกำหนดให้มีขึ้นในวันอังคารที่ 2 พ.ย.ที่จะถึงนี้ คอการเมืองอเมริกันต่างจับจ้องถึงผลการเลือกตั้ง ที่หมายถึงผลกระทบต่อการออกกฎหมายที่ค้างคาอยู่และที่จะออกใหม่ คาบเกี่ยวถึงกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในอเมริกาอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้

ประธานาธิบดีบารัก โอบามา กำลังอยู่ระหว่างการเดินสายหาเสียงในรัฐต่างๆ ให้กับบรรดาผู้รับเลือกตั้งทุกประเภทของพรรคเดโมแครตไล่ลงไปตั้งแต่สมาชิกสภาสูง(สว.) สมาชิกสภาล่าง(สส.) ผู้ว่าการรัฐ ตลอดถึงผู้สมัครตำแหน่งการเมืองในแต่ละท้องถิ่น(รัฐ)

ผลการเลือกตั้งคราวนี้ จะสะท้อนถึงคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดี และพรรคเดโมแครต หลังจากที่เขาคว้าชัยแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2008

โพลล์หลายสำนัก ชี้ให้เห็นถึงความตกต่ำของพรรคและคะแนนความนิยมในตัวประธานาธิบดีที่ลดลงหลังจาก 3 ถึง 4 เดือนแรกของการเข้ารับตำแหน่งสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศในปี 2009 ตลอดถึงตอนนี้คะแนนนิยมของโอบามาหาใช่จะดีขึ้นมากนัก

บารัก โอบามา

ทีมงานหาเสียงของโอบามา และพรรคโมแครตกำหนดยุทธศาตร์แทบจะเป็นไปตามแผนเดิม เหมือนเมื่อคราวการเลือกตั้งประธานาธิบดี คือ เน้นหาเสียงกับวัยรุ่น กลุ่มคนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี กลุ่มอาฟริกัน-อเมริกันชนกลุ่มน้อยอเมริกันเชื้อสายต่างด้าว และกลุ่มสตรีอเมริกัน ซึ่งปกติเป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครตอยู่แล้ว

ในการเดินสายปราศรัยหาเสียงของโอบามาเพื่อช่วยผู้สมัครเลือกตั้งของพรรค เมื่อวันอาทิตย์(24)ที่ผ่านมา ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไอโอ ซึ่งมีคนฟังมากที่สุดจำนวนราว 35,000 คน นับแต่พิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีได้ชี้ให้ผู้สนับสนุนพรรครำลึกถึงความคึกคักของแรงสนับสนุนต่อพรรค  เมื่อคราวการเลือกตั้งประธานาธิบดีและทำให้เขาได้รับชัยชนะ กลายเป็นคนพลิกประวัติศาตร์การเลือกตั้งคนแรก ตามนิยามส่วนหนึ่งของความเป็นอเมริกัน คือ ดินแดนเสรีภาพ ความเสมอภาค เท่าเทียมกัน  และโอกาส

ทีมวางแผนการเลือกตั้งของพรรคเดโมแครตกำหนดรุกฆาต ในรัฐที่โอบามาเคยชนะการเลือกตั้งเมื่อปี2008 อย่างเช่น วิสคอนซิน เพนซิลเวเนีย โอไอโอ แคลิฟอร์เนียและเนวาดา โดยการหาเสียงในโค้งสุดท้าย ต้องไม่เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ เน้นรัฐที่มีแฟนพันธุ์แท้ของเดโมแครต ส่วนรัฐที่มีแฟนของรีพับลิกันอยู่มากแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงไปหาเสียง

ก่อนหน้านั้น ในการหาเสียงเมื่อวันพฤหัส(21)สัปดาห์ที่แล้ว โอบามาปราศรัยหาเสียงที่เมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน หยอดถ้อยคำหวานนโยบายเพื่อผู้หญิงอเมริกัน เช่น การส่งเสริมการประกอบธุรกิจขนาดเล็ก ที่กฎหมายนี้โดนบล็อกจากฝ่ายพรรครีพับลิกันในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้งกฎหมายอีกหลายฉบับที่เอื้อประโยชน์ต่อสถานภาพความเป็นสตรีและเด็ก

แต่แล้วเมื่อเร็วๆนี้ ฝ่ายวางแผนการเลือกตั้งของโมแครตต้องหนักใจ เมื่อผลสำรวจหรือโพลล์ของเอพี โนวเลจ เน็ตเวิร์ค เผยออกมาว่า กลุ่มคนอเมริกันที่เคยโหวตให้พรรคเดโมแครตและประธานาธิบดีโอบามาในปี 2008 ตั้งใจจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 2 พ.ย.นี้ เพียงแค่ครึ่งเดียวของจำนวนที่เคยไปใช้สิทธิ์เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เทียบกับผลสำรวจ จำนวน 2 ใน 3 ของจำนวนผู้เคยโหวตให้กับพรรครีพับลิกันและอดีตคู่แข่งว่าที่ประธานาธิบดีจอห์น แมคเคน ซึ่งบอกว่าจะไปใช้สิทธิ์แน่นอนในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะถึงนี้

หมายความว่า หากผู้ที่เคยสนับสนุนโอบามาไม่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งหรือออกไปเลือกตั้งในคราวนี้กันน้อย พรรคโมแครตก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก และพรรครีพับลิกันได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

ตามปกติแฟนของพรรคเดโมแครตนั้น ขึ้นๆลงๆ ตามกระแส ไม่เหมือนแฟนของรีพับลิกัน สายอนุรักษ์นิยม ซึ่งค่อนข้างเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งได้แรงสนับสนุนจากกลุ่มการเมือง “ทีปาร์ตี้” โดยเฉพาะการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง  ที่แฟนรีพับลิกันมักไม่ค่อยพลาด

ลองนึกภาพของ คนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เปรียบเทียบกับคนที่มีอายุต่ำกว่า 40 กับความรับผิดชอบ จากโพลล์ระบุว่า กลุ่มคนฝ่ายอนุรักษ์นิยม รับผิดชอบ “ตั้งใจ”ต่อการออกไปใช้สิทธิ์มากกว่า รวมถึงกลุ่มคนที่รีไทร์แล้วอีกด้วย ทำให้พวกเขามีเวลาเหลือเฟือในการออกไปใช้สิทธิ์

ผลโพลล์สำรวจของเว็บไซท์ยาฮู(Yahoo) เมื่อวันพุธ(27)ที่ผ่านมา แสดงผลจำนวนเก้าอี้ซีเนเตอร์หรือสว.ทั้ง 2 พรรคอย่างสูสี  เดโมแครต 51 เสียง และรีพับลิกัน 49 เสียง (ปัจจุบันจำนวนเสียงเดโมแครตต่อรีพับลิกัน 59 ต่อ 41)ขณะที่ในส่วนของสภาล่างหรือสส. โพลล์สำรวจของยาฮูให้ เดโมแครต 205 เสียง และรีพับลิกันมากถึง 230 เสียง(ปัจจุบันเดโมเครตต่อรีพับลิกัน 255 ต่อ 178 -ว่างอยู่ 2 ตำแหน่ง)

นั่นทำให้ดูเหมือนการโหมจุดกระแสโอบามาฟีเวอร์คล้ายดังการเลือกตั้ง 2 ปีที่แล้วของฝ่ายเดโมแครต เป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง ประกอบกับเดโมแครตเองสูญเสีย “ตัวชูโรง” สำคัญไปบางคนในช่วงที่ผ่านมา เช่น การสูญเสียเท็ด หรือ เอ็ดเวิร์ด เคนเนดี้  ซึ่งทำหน้าที่ถ่วงดุล เจรจาล็อบบี้ ประนีประนอม กับบรรดาสมาชิกของทั้ง 2 พรรคในการออกฎหมายต่างๆ

รวมถึงเท็ดยังเป็นสัญลักษณ์ของ “อเมริกันผิวขาวดั้งเดิม”ของฝ่ายอนุรักษ์ฯข้างเดโมแครตอีกด้วย ทำให้พรรคสีน้ำเงินแห่งนี้ออกอาการรวนอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน นั้นแม้ว่ายังมีอิทธิพลระดับหนึ่งในพรรค แต่ก็ไม่ใช่ตัวดึงดูดคะแนนนิยม ดูเหมือนรัฐบาลโอบามาและพรรคโมแครตเอาคลินตันมาใช้ประโยชน์น้อยไป นอกเหนือจากการเป็นทูตสันติภาพของคนอเมริกันด้านความช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติและด้านสิทธิมนุษยชน อีกทั้งหลายประเด็นที่คลินตันเห็นไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลโอบามา

โอบามาเองพยายามเดินตามนโยบายที่เคยประกาศหาเสียงไว้ เช่น การคลอดกฎหมายประกันสุขภาพ เสียงในพรรคเดโมแครตไม่เป็นเอกฉันท์ แต่ก็ผ่านไปไปอย่างเฉียดฉิว การเรียกกลับทหารอเมริกันในอิรัก ที่สร้างความไม่พอใจให้กับหุ้นส่วนของกลุ่มธุรกิจค้าอาวุธขนาดใหญ่ ที่มีอิทธิพลต่อเพนตากอนมาหลายปี ซึ่งต่อมาได้ว่าจ้างทีมงานล็อบบี้ยิสต์กลุ่มหนึ่งให้ดิสเครดิตประธานาธิบดีโอบามาผ่านนักการเมืองฝ่ายเดโมแครตเอง รวมทั้งสื่อข้างฝ่ายอนุรักษ์ฯ ที่โจมตีการทำงานของทำเนียบขาวอยู่ก่อนแล้ว อย่างสถานีฟ็อกซ์ วิทยุหลายคลื่น และอีกหลายๆเว็บไซท์

                โอบามา ยังได้เดินสายออกทีวีและสื่อต่างๆเพิ่มมากขึ้น  เรียกร้องให้ผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้เหมือนปี 2008  หวังใช้ตัวเขาเองเป็นแรงดึงดูด แม้ทำเนียบขาวยังระอุไปด้วยกลิ่นอายและความร้อนจากความไม่ลงรอยของทีมปรึกษาประธานาธิบดีบางคน กับ รัฐมนตรี โรเบิร์ต เกต แห่งเพนตากอน

โพลล์ AP-Gfk ระบุว่า การโหวตของคนอเมริกันในการเลือกตั้งคราวนี้เพื่อต้องการสื่อสารไปถึงประธานาธิบดีโอบามา สะท้อนถึงผลการทำงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่าพวกเขาพอใจหรือไม่อย่างไร

จิม เวบบ์

ในส่วนการหาเสียง เป็นไปอย่างคึกคักทุกรัฐ แม้กระทั่งรัฐเนวาดา คะแนนเสียงของแฮรี่ รีด หัวหน้าทีมหรือแกนนำในสภาซีเนตของเดโมแครต ก็ยังสูสีกับแชร์รอน แองเกิล แห่งพรรครีพับลิกัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทีปาร์ตี้ ศึกเลือกตั้งหนนี้ว่ากันว่า รีด หาเสียงแบบหืดขึ้นคอ เพราะกระแสรีพับลิกันในรัฐเขตทะเลทรายแห่งนี้มาแรงเหลือหลาย

อังคารหน้า(วันพุธเวลาประเทศไทย)ก็จะรู้ผลว่า พรรคไหนจะครองเสียงข้างมากในสภา การณ์จะเป็นเหมือนเมื่อสมัยอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ดำรงตำแหน่งขณะที่รีพับลิกันครองเสียงข้างมาก จนเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีและกฎหมายอื่นๆหรือไม่?

น่าจับตาตรงนโยบายต่างประเทศ ตามประวัติของ “นักการเมืองใหม่และเก่า” ของรีพับลิกันหลายคนให้ความสนใจต่อกิจการของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีพม่า ทั้งมีแนวคิดไม่เหมือน ซีเนเตอร์ จิม เวบบ์ แห่งเวอร์จิเนีย ที่เคยมาเยือนไทยเมื่อครั้งก่อน

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: