ทีปาร์ตี้ : ผลกระทบกับคนไทย(2)

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

ยังค้างเรื่องผลกระทบจากกิจกรรมของ“กลุ่มทีปาร์ตี้” ในอเมริกา โดยเฉพาะต่อคนไทยในอเมริกาและคนไทยที่เมืองไทย ผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้จักคนอเมริกันกลุ่มนี้กันมากขึ้นจากสื่อทั้งในและนอกประเทศ ในอเมริกาเองมีสื่อทุกแขนงที่เปิดประเด็นและจุดยืนประเด็นนโนบายของรัฐบาลโอบามาและพรรคเดโมแครต ซี่งหมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์นั่นเอง

ทำให้การเมืองอเมริกาก่อนวันเลือกตั้งกลางเทอม 2 พ.ย.ที่จะถึงนี้เป็นไปอย่างเข้มข้นและดุเดือด ทั้งดูเหมือนประธานาธิบดี บารัก โอบามา นางแนนซี่ เปลอสซี่ ประธานสส.(สภาล่าง) และนายแฮรี่ รีด ประธานสว. หรือซีเนเตอร์(สภาสูง) ตกเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่าฝ่ายรีพับลิกัน

                เมื่อเร็วๆนี้ คุณชนิดา อังคณารักษ์ ผู้สื่อข่าวของวิทยุเสียงอเมริกา(VOA) ประจำนครนิวยอร์ค ได้ให้ความสนใจสอบถามความเห็นของผมเกี่ยวกับความเป็นไปและผลกระทบต่อคนไทยและประเทศไทยหากว่า คนหรือตัวแทนของทีปาร์ตี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ผ่านพรรครีพับลิกัน (ติดตามการสนทนานี้ได้จากสถานีวิทยุหลายแห่งในเมืองไทย ที่มีรายการของ VOA ภาคภาษาไทย รวมทั้งเว็บไซท์ http://www1.voanews.com/thai/news/

ตามการคาดการณ์จากผลของโพลล์สำนักต่างๆ  ตัวแทนทีปาร์ตี้จะได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากขึ้น ผลการเลือกตั้งขั้นแรก ที่เป็น“ข้อท็จจริง”ในหลายรัฐก็ออกมาตรงกับโพลล์ แกนนำสายอนุรักษ์นิยมในพรรครีพับลิกันได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากบรรดาสมาชิกพรรค ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่จะได้รับประโยชน์จากการกำหนดนโยบายและออกฎหมายสำคัญๆ

ตอนนี้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทีปาร์ตี้ โดยเฉพาะที่รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งอยู่ติดกับวอชิงตันดี.ซี.เป็นไปด้วยความคึกคักและประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง เพื่อนอเมริกันที่อยู่ในกลุ่มทีปาร์ตี้และมีส่วนในการกำหนดยุทธศาตร์การรณรงค์หาเสียงที่นั่น ยังเล่าให้ฟังถึงผลที่ได้รับกลับมา ก็คือ ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยเริ่มตระหนักถึงความสูญเสีย ที่เกิดจากผลของการละเลย “คุณค่าความเป็นอเมริกัน”ดั้งเดิม

เป็นผลจากการรณรงค์ของกลุ่มทีปาร์ตี้ ที่มีอยู่มากกว่า 30 กลุ่มทั่วประเทศ ในช่วงเกือบ 2 ที่ผ่านมา

ประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ชาวอเมริกันเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ถูกหยิบยกขึ้นมาอภิปรายครั้งแล้วครั้งเล่า การปล่อยปละละเลยในภาคการเงินการธนาคาร การกอบกู้วิกฤตด้วยการนำเงินภาษี เงินงบประมาณของประชาชนทั่วไปไปใช้แก้ปัญหา การอุดช่องโหว่ของปัญหาดังนี้ กลายเป็นเป้าโจมตีใหญ่ของของคนอเมริกันคอการเมืองกลุ่มทีปาร์ตี้

รัฐบาลโอบามากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ได้รับความกดดันอย่างมาก และส่งผลต่อคะแนนเสียงของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ จากอัตราการว่างงานของคนอเมริกันที่สูงถึง 9.6 เปอร์เซ็นต์ (ถึงส.ค.ที่ผ่าน) เปรียบเทียบกับปี 2007 ตัวเลขยืนอยู่ที่ 4.7 เปอร์เซ็นต์  กลายเป็นจุดเปราะบางที่ทำให้ให้กลุ่มที่มีทัศนะการเมืองตรงกันข้ามโจมตีได้ง่าย เพราะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของอเมริกันส่วนใหญ่

ต้องไม่ลืมว่า ระบบเศรษฐกิจของอเมริกันที่เน้นการขยายและกระจายทุนออกไปเรื่อยๆอย่างไม่มีขีดจำกัด ทำให้เกิดองค์กรต่างๆในหน่วยธุรกิจมากมาย องค์กรเหล่านี้มีพนักงานหรือลูกจ้าง ที่ถูกร้อยผูกติดอยู่จำนวนมาก  จนกลายเป็นวิถีชีวิตประจำไป

หมายถึงชีวิตส่วนใหญ่ของคนอเมริกันอยู่ได้ด้วยการเป็นลูกจ้าง

ด้วยกระบวนการและระเบียบทุนนิยมแบบอเมริกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายในการก่อร่างสร้างตัวด้วยฐานธุรกิจหรือเป็นเจ้าของธุรกิจเอง แม้ในช่วงหลังรัฐบาลและคองเกรสจะตระหนักถึงการผ่อนปรนเงื่อนไขกฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งด้านข้อกฎหมายทั่วไปและในส่วนของสถาบันการเงิน เพื่อส่งเสริมธุรกิจขนาดย่อมก็ตาม แต่พิธีกรรมด้านธุรกิจ ในกรอบใหญ่ดั้งเดิมยังคงมีอยู่และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ

ในสายตาของทีปาร์ตี้ ย่อมสนับสนุนความพยายามในการผลักดันแผนหรือนโยบาย ให้คนงานกลับเข้าไปมีงานทำในองค์กรขนาดใหญ่อย่างเดิม อย่างเช่น บริษัทรถยนต์ใหญ่ของอเมริกัน ซึ่งถึงกับล้มละลาย จนรัฐบาลต้องเข้าไปอุ้มเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา แม้แต่สถาบันการเงินขนาดยักษ์ก็เช่นเดียวกัน รวมถึงบรรษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจข้ามประเทศ  ที่กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆทั่วโลก 

ด้วยฐานประชากรราวกว่า 300 ล้านคนในปัจจุบัน และเป็นประเทศผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุด รัฐบาลอเมริกันและแม้แต่ทีปาร์ตี้เอง ใช่ว่าจะไม่รู้จุดอ่อนจุดแข็ง ในการนำมาใช้ต่อรองในประเด็นเศรษฐกิจกับประเทศคู่สำคัญๆอย่างจีน หรือแม้กระทั่งประเทศคู่ค้าเล็กๆอย่างไทย กับอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในเมื่อข้อดีส่วนหนึ่งสำหรับอเมริกา ก็คือ ยูเอสดอลลาร์ ได้กลายเป็นเงินตระกูลหลักของโลก โดยมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมหลัก คือ ธนาคารกลางแห่งอเมริกาหรือเฟด(Federal Reserve) อิทธิพลในการเพิ่มแรงกดดันหรือคลายทางการเงิน ซึ่งเชื่อมต่อไปถึงภาคเศรษฐกิจต่างๆ  ก็ยังอยู่ในมือฝ่ายอเมริกัน  เสมือนคนคุมบังเหียนทางการเงินของโลก

แม้ว่าหลายประเทศที่มีขนาดประชากรมากเช่นกัน อย่างจีนกับอินเดีย ได้พัฒนาระบบการเงินที่เชื่อมไปถึงระบบการค้า ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่อเมริกาก็ยังเป็นแดนแห่งนวัตกรรมด้านการเงินอยู่

และนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของจุดยืนของอเมริกันกลุ่มทีปาร์ตี้แนวอนุรักษ์ฯ ให้รัฐบาลอเมริกันเดินเกมทางการเงินและการค้าอย่างเข้มงวดมากขึ้น  เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจอเมริกันเอง  ผลที่ได้อาจทำให้ธุรกิจส่วนหนึ่งดีขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งอาจแย่ลง

ด้วยเหตุที่อเมริกาถูกทำให้เป็นตลาดรองด้านการเงิน การลงทุน และเป็นประเทศวางแผนด้านการตลาด ขณะที่ภาคการผลิตในประเทศเองกระเทือนอย่างหนักจากผลของวิกฤตการณ์แฮมเบอเกอร์เมื่อปี 2007-2008 ทั้งยังคงส่งผลมาถึงตอนนี้

ในด้านต่างประเทศ แม้ในสายตาของคนกลุ่มทีปาร์ตี้ จะพุ่งเป้าไปที่จีน ซึ่งเป็นคู่แข่งหลายๆด้านของอเมริกา แต่ไทยและอีกหลายๆประเทศ ในภูมิภาคเอเชียก็ได้รับความสนใจในฐานะประเทศที่อยู่กึ่งกลาง(ระหว่างจีนกับอเมริกา) เช่นกัน  เป็นแต่อาจมีท่าทีเชิงลบ หากว่าคนไทยไม่เกื้อหนุนต่อประโยชน์ของฝ่ายอเมริกันบ้าง

เหมือนที่คนไทยในอเมริกาถูกมองจากคนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งว่า อยู่อย่างแบ่งแยก ไม่กลมกลืนกับคนอเมริกัน ซึ่งหมายถึงคนไทยไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับกิจกรรมส่วนรวม เช่น กิจกรรมการกุศลเพื่อช่วยเหลือชุมชนอเมริกันที่เดือดร้อนจากภัพิบัติ เป็นต้น พูดง่ายๆ คือ เราแทบไม่เอาเรื่องพวกนี้เลย แต่กลับมุ่งสนองต่อความมีหน้ามีตา ที่เมืองไทยด้วยการหาเงินเพื่อการกุศลจากอเมริกาส่งไปบริจาค

โดยเฉพาะในยามที่อเมริกันด้วยกันเองต้องการความช่วยเหลือ

เป็นส่วนหนึ่งความคิดของคนอเมริกันกลุ่มนี้ จากการที่ผมได้คุยและติดต่อกับพวกเขา มานานพอสมควร ทัศนะนี้สอดคล้องกับบางกลุ่มในทีปาร์ตี้ ที่ต่อต้านคนต่างด้าวในอเมริกา แม้จะไม่เป็นไปอย่างสุดเหวี่ยงก็ตาม

ตามทัศนะที่ว่า “คนต่างด้าว(รวมถึงคนไทยและบริษัทธุรกิจคนไทย)อยู่ทำมาหากินในอเมริกา แต่ไม่เกื้อกูลต่อประโยชน์ของอเมริกัน เชิงส่วนรวมใดๆเลย

ดูเหมือนคนญี่ปุ่นและบริษัทญี่ปุ่นใหญ่ๆ ที่มาทำกินในอเมริกา  จะได้รับการชมเชยจากคนกลุ่มนี้ในการปรับวิถีธุรกิจให้เกื้อกูลต่อประโยชน์ส่วนรวมของคนอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำธุรกิจ เช่น การจ้างแรงงานอเมริกัน หรือแม้การช่วยเหลือในด้านการกุศล

เรื่องนี้ความจริง ประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ไปไกลกว่าไทยมาก ในการวางระบบธุรกิจให้เกื้อกูลต่ออเมริกันเจ้าของประเทศ จนทำให้คนอเมริกัน รวมทั้งนักการเมืองอเมริกัน ให้ความสนใจเชิงบวก ซึ่งจะได้ผลดีในแง่การกำหนดท่าทีด้านนโยบายต่างๆของกลุ่มการเมืองต่างๆในอเมริกาต่อประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะในภาคการลงทุน

ในแง่ของความมั่นคงในภูมิภาค เท่าที่ติดตามความเห็นสส.และสว.หลายคนของพรรครีพับลิกัน พวกเขาต้องการเพิ่มงบด้านความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ส่วนประเด็นสิทธิมนุษยชนนั้น ยังเอาแน่ไม่ได้ ขึ้นกับผลประโยชน์ของอเมริกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก สำหรับบทบาทสองด้าน(หน้า)ของอเมริกัน  อเมริกันทีปาร์ตี้หลายแต่ละกลุ่มเองก็ยังเห็นไม่สอดคล้องต้องกัน…

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: