ทีปาร์ตี้ : ผลกระทบกับคนไทย(1)

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

มีเรื่องที่จะพูดถึงอยู่ 2-3 เรื่อง คิดว่า ไม่น่าจะจบตอนเดียวครับ อันดับแรกเลยที่ถามกันเข้ามามาก ถึงผลกระทบต่อคนไทยและประเทศไทยกรณีหากบรรดานักการเมืองอเมริกัน ที่สนับสนุนโดยกลุ่มอนุรักษ์นิยมเข้มข้นอเมริกันขวาจัด หรือที่เรียกกันว่า “กลุ่มทีปาร์ตี้” ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจำนวนพอสมควร  ผ่านตัวแทนพรรค คือ รีพับลิกัน จะเกิดอะไรขึ้น? ซึ่งต้องขอเรียนว่า กระทบต่อการดำเนินของคนไทยในอเมริกาและคนไทยในประเทศไทยอย่างแน่นอน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

                ผมอธิบายผ่านคอลัมน์นี้ในสยามรัฐมาพอสมควร  เอาเป็นว่าภาพรวมของความเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่ม “ทีปาร์ตี้สมัยใหม่” (สมัยแรก คือ ยุคอาณานิคม เมื่อคราวอเมริกายังเป็นอาณานิคมของอังกฤษอยู่) ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2009  จากบรรดาผู้สนับสนุนแคนดิเดท(ว่าที่)ประธานาธิบดีรอน พอล(Ron Paul)  แห่งพรรครีพับลิกัน(GOP)  และแม้ถึงตอนนี้รอน พอลเองก็ยังทำงานเป็นหนึ่งแกนนำของกลุ่มทีปาร์ตี้

รอน พอล

                 เหลือเวลาก่อนถึงวันเลือกตั้ง(2 พ.ย.) อีกราว 2 สัปดาห์ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มทีปาร์ตี้ ยิ่งเข้มข้น โดยเฉพาะที่รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หนึ่งในแกนนำที่เคลื่อนไหวดังกล่าว ได้แก่ ลู ดอบบ์ส (Lou Dobbs) อดีตพีธีกรของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น คำปราศรัยของดอบบ์สหนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการตั้งข้อรังเกียจสีผิว โดยเฉพาะการกล่าวเหน็บแนมกลุ่มคนในอเมริกาที่ใช้ภาษาสเปน อันหมายถึงกลุ่มละติโนที่ส่วนใหญ่มาจากเม็กซิโกและประเทศแถบอเมริกากลาง(ลาตินอเมริกา) นี่คือหนึ่งในหลายประเด็นที่มีการรณรงค์โจมตีโดยกลุ่มทีปาร์ตี้

                รายละเอียดต่างๆคงปรากฎเป็นข่าวไปแล้ว แต่ประเด็นอยู่ที่ หากตัวแทน ซึ่งหมายถึงสส.(House of representative) และวุฒิสมาชิก-สว.(Senator) ของคนอเมริกันกลุ่มนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามามากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้การทำงานของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ในการออกกฎหมายตามนโยบายที่เคยประกาศไว้ยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายปลดปล่อยโรบินฮู้ดหรือชนต่างด้าวจำนวนมากที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย ที่เวลานี้มีกฎหมายต่างด้าว เรียกกันว่า Comprehensive Immigration Act หรือกฎหมายปฏิรูประบบต่างด้าว ค้างคาอยู่ตั้งสมัยของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่เคยพิจารณากันในปี 2006 แต่ไม่ผ่าน

                ในช่วงนั้นเม็กซิโกมีประธานาธิบดี  วิเซนเต้ ฟอกซ์(Vicente Fox) เป็นผู้นำ เขาเดินทางมาหารือร่วมผลักดันกับบุชหลายครั้ง เพราะเกี่ยวเนื่องถึงความมั่นคงของ 2 ประเทศที่มีพรมแดนติดกันด้วย

ประเด็นการรณรงค์เพื่อต่อต้านชนเชื้อสายต่างด้าวที่อยู่อย่างผิดกฎหมายในอเมริกา (คาดว่ามีอยู่ราวๆ12-13 ล้านคน)ของกลุ่มทีปาร์ตี้ เวลานี้เป็นไปถึงแม้กระทั่งการกล่าวล้อเลียนคนที่พูดภาษาสเปน คนกลุ่มนี้ต้องการให้ทุกคนเชื้อชาติในอเมริกาใช้ภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียวในการติดต่อสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับทางการ

ขณะที่เวลานี้ในอเมริกามีชนกลุ่มน้อยที่ใช้ภาษาของตัวเองแตกต่างกัน รวมถึงคนไทยเราด้วย ซึ่งหากเป็นในเขตที่มีคนไทยอาศัยอยู่จำนวนมาก อย่างเช่นรัฐแคลิฟอร์เนีย อาจแทบไม่ต้องสื่อสารผ่านภาษาอังกฤษเลยก็เป็นได้  เรื่องนี้ถูกตำหนิอย่างมากจากสมาชิกของทีปาร์ตี้ ที่ต้องการให้อเมริกาเป็นเอกภาพ แม้แต่ในด้านภาษา ซึ่งหมายถึงทุกคนต้องเรียนรู้วัฒนธรรมอเมริกัน ไม่ใช่(สักแต่)อยู่อเมริกา แต่ยังทำตัวเป็นไทยทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ยอมเรียนรู้ระบบวิถีอเมริกัน

                ประเด็นการโจมตีด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม(ภาษาจัดเป็นหนึ่งในเรื่องวัฒนธรรม) ถูกวิจารณ์ในแง่ของการแบ่งแยกทางด้านสีผิว(Racial) แต่ก็มีอเมริกันจำนวนมากที่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาของทีปาร์ตี้ที่ว่า ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในอเมริกาเวลานี้ ไม่ยอมเรียนรู้ระบบวิถีอเมริกัน ทำให้รัฐบาลต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรต่างๆ ในการจัดสรรไปยังเขตหรือชุมชนของเชื้อสายต่างด้าวที่มีอยู่หลากหลายเหล่านี้ สร้างความยุ่งยากซับซ้อนให้เกิดขึ้น รวมถึงความหวาดระแวงกรณีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนผิวขาว

                การโจมตีในประเด็นเชื้อชาติ อธิบายให้เห็นถึงความน่ากลัว ผ่านหลายสื่อของฝ่ายอนุรักษ์ฯ ทำให้อเมริกันจำนวนมากคล้อยตาม มิหนำซ้ำเป้าโจมตียังพุ่งตรงไปยังตัวของโอบามา ซึ่งเป็นผู้นำสีผิว(อย่างเลือกเกิดไม่ได้) พร้อมกับการวิจารณ์นโยบายส่งเสริมอิสรภาพให้กับชนต่างด้าวที่อยู่อย่างผิดกฎหมายให้กลับมาอยู่อย่างถูกกฎหมาย เสมือนการนิรโทษกรรมอีกครั้ง(ครั้งแรกดำเนินการเมื่อสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ รีแกน) ว่าเป็นนโยบายเตรียมการมาก่อนร่วมกับพลพรรคของโอบามา พาสังคมอเมริกันก้าวสู่สังคมนิยมรูปแบบรัฐสวัสดิการ คือ ขยายขนาดของรัฐให้ใหญ่ขึ้น

                การโปรโมท หรือรณรงค์ของกลุ่มทีปาร์ตี้ ให้อเมริกันหันกลับไปอ่านหรือทบทวนวัตถุประสงค์ของ“รัฐธรรมนูญดั้งเดิม” เมื่อคราวก่อตั้งประเทศ ที่เน้นเรื่องหลักการเชิดชูเสรีภาพ ทั้งเสรีทุนและเสรีความเป็นอยู่ อีกนัยหนึ่งก็คือหลักการที่ว่า รัฐต้องควบคุม(แทรกแซง)ให้น้อยที่สุด จึงถูกจุดขึ้นจากคนกลุ่มนี้ และได้การตอบสนองในเชิงเห็นด้วยจากอเมริกันจำนวนไม่น้อย

                ต่างด้าวผิดกฎหมาย ในอเมริกาเวลานี้ จึงโดนกล่าวหาจากทีปาร์ตี้ว่า เป็นต้นตอของสารพัดปัญหา เช่น ทำให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจล่าช้า แย่งงานของคนอเมริกัน ปัญหาสังคม อาชญากรรมและความมั่นคง คนกลุ่มนี้ต้องการขจัดต่างด้าวเหล่านี้ออกไปจากประเทศ โดยมาตรการเข้มงวดด้านกฎหมาย

                จึงพอเพียงที่จะทำนายได้ หากผลการเลือกตั้งในเดือนหน้าโดยรวมทั้งประเทศออกมาแล้วปรากฎว่า พรรคเดโมแครตพ่ายแพ้แก่พรรครีพับลิกัน คือ ได้นักการเมืองเข้าสภาน้อยกว่าฝ่ายอนุรักษ์ฯแล้ว ผลจะเกิดขึ้นอย่างไรกับคนต่างด้าวเหล่านี้

                แนวโน้มที่สำคัญ คือ ผลโพลล์สำรวจของสำนักต่างๆ ออกมาว่า นักการเมืองสังกัดเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะได้คะแนนน้อยกว่านักการเมืองข้างรีพับลิกัน จากกระแสคนอเมริกันเบื่อโอบามา

                หากเป็นตามนี้ แทบไม่ต้องสงสัยว่า แรงงานต่างด้าวจำนวนหนึ่งจะโดนบีบให้ออกนอกประเทศ หรือเดินทางกลับบ้าน แต่หากจะอยู่ต่อก็จะอยู่กันอย่างลำบากมากขึ้น เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอริโซน่า หลังจากที่รัฐแห่งนี้ออกกฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตรวจสอบสถานะของคนต่างด้าว จนเกิดกรณีขัดแย้งกับรัฐบาล(กลาง)โอบามาอยู่ในเวลานี้

                อย่างไรก็ตาม ข้อมูลอีกด้านที่อเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะฝ่ายเจ้าของทุนหรือเจ้าของกิจการทราบกันดีก็คือ พวกเขาต่างทราบถึงข้อดีของการใช้แรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานที่ไม่มีเอกสาร(Undocument workers)  ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกกว่าแรงงานอเมริกันในระบบทั่วไป อเมริกันเองก็ไม่ค่อยชอบทำกันแล้ว นั่นคืองานใช้แรงที่แทบไม่ต้องอาศัยทักษะ อย่าง งานฟาร์ม งานโรงงาน งานร้านอาหาร เป็นต้น

                 การออกฎหมายเพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย ทำให้ต้นทุนการผลิตในภาคเศรษฐกิจต่างๆของอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น การแข่งขันก็ยากขึ้นไปด้วย เพียงแต่ในด้านดี ทำให้การละเมิดสิทธิ์ด้านแรงงานลดน้อยลง

                ลึกๆแล้ว ความเห็นของสมาชิกกลุ่มทีปาร์ตี้ส่วนหนึ่ง ไม่ต้องการกดดันให้แรงงานเถื่อนเหล่านี้ออกนอกประเทศไปทั้งหมด ให้แค่กันไว้ใช้งานด้วยอัตราค่าแรงที่ถูกกว่าแรงอเมริกันโดยทั่วไป ส่วน “กระบวนการภายนอก” อย่างเช่น การออกกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดกับต่างด้าวก็ว่ากันไป ซึ่งประเด็นนี้ ได้ถูกโต้แย้งจากฝ่ายเดโมแครต(บางกลุ่ม)และเครือข่ายชนกลุ่มน้อยในอเมริกาอย่างมาก ในคราวการรณรงค์ให้ผ่านร่างกฎหมายปฏิรูประบบต่างด้าว(Immigration Reform)ทุกๆครั้ง ซึ่งแคมเปญที่ว่าก็ล้มเหลวลงทุกครั้งเช่นกัน เพราะพวก “เดโมแครตรสอดไส้” ไม่เอาด้วย

                “เดโมแครตสอดไส้” หมายถึง นักการมืองของพรรคเดโมแครต ที่เอียงไปข้างผู้ประกอบการหรือกลุ่มทุน(ขอเรียกว่านายทุน)ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ พวกนี้ลึกๆแล้วต้องการให้เก็บแรงงานราคาถูกไว้ให้นายทุนอเมริกันใช้

                น่าสนใจว่า แรงงานเถื่อนจากหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งแรงงานไทยใต้ดินจำนวนมากจะอยู่กันอย่างไรต่อไปจากกระแสต่อด้านที่รุนแรงมากขึ้นนี้?

                ไม่ได้มองจากมุมการอ่านและแหล่งข้อมูลจากสื่อต่างๆนะครับ  แต่พวกเราคนไทยที่นี่ เริ่มเห็นผลกระทบจากระบบการดำรงชีวิตประจำวัน ระบบการทำงานกันมากขึ้นแล้ว

                ความแรงของตัวแทนของคนกลุ่มทีปาร์ตี้คราวนี้ หากเป็นไปตามคาด คือ พรรครีพับลิกันได้เสียงเข้าสภามาก ย่อมกระทบถึงนโยบายของอเมริกาต่อประเทศต่างๆในภูมิภาค รวมทั้งไทยด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ กำลังสนับสนุนงบประมาณและกำลังคน ด้านความมั่นคง ย่อมจะมีมากขึ้น

                เวลานี้ ถึงขนาดอเมริกันกลุ่มนี้และนักการเมืองบางคน เปิดประเด็น แสดงอาการโกรธเกรี้ยวไม่พอใจรัฐบาลไทยออกนอกหน้า ฐานยึกยักไม่ยอมส่งมอบตัวนาย วิกเตอร์ บูท มาดำเนินคดีในอเมริกา..

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: