ยังอีกไกล…ชุมชนไทยในอเมริกา???

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

ผู้เขียนขอเอาเรื่อง การมองกระแสการเปลี่ยนแปลงของระบบการจัดสรรผลประโยชน์ในอเมริกาเก็บไว้ก่อน ที่เมื่อคราวที่แล้วได้พูดถึงความขัดแย้งระหว่าง 2 ความคิด ระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน กรณีการส่งเสริม หรืออุดหนุนทางด้านการเงินของรัฐในประเด็นนโยบายด้านสวัสดิการ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอเมริกัน โดยเฉพาะรีพับลิกันที่ยังเชื่อปรัชญาการการแข่งขันหรือให้เอกชนมีบทบาทนำ รัฐเพียงแค่ใช้นโยบายกระตุ้น หรือชะลอ ตามที่เห็นสมควร ในสภาวะหรือสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

                เมื่อพรรคเดโมแครต โดยเฉพาะผู้สมัครรับเลือกตั้ง อย่างฮิลลารี คลินตัน เปิดประเด็นในเรื่อง ประกันสุขภาพ ก็ได้สะท้อนปรัชญาการมองหนทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันระหว่าง  2 พรรคที่ชัดเจนมากขึ้น

ฮิลลารี คลินตัน

                เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2007 ฮิลลารี คลินตัน เดินทางมาพูดเกี่ยวกับนโยบายของเธอ ที่ สปริงส์ พรีเสิร์พ ลาสเวกัส รัฐเนวาดา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปฟัง และเห็นอะไรหลายอย่างในน้ำเสียงของซีเนเตอร์ของรัฐนิวยอร์ค  ตั้งแต่การโจมตีระบบประกันสุขภาพของอมริกาในปัจจุบัน ที่ “นายทุน” หรือบริษัทประสุขภาพเอาเปรียบพลเมืองอเมริกัน แบบมัดมือชก  การผูกขาดในด้านพลังงานที่มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในอเมริกาไม่กี่เจ้า  รวมทั้งนโยบายด้านการต่างประเทศ การจ่ายเงินจ้างบริษัทเอกชนหลายแห่งในสงครามอิรัก

                ในสัปดาห์นี้มีเรื่อง “ใกล้ตัว”เข้ามา 2-3 เรื่องซึ่งน่าติดตามและจับตามองเป็นพิเศษ  ได้แก่ การมีส่วนร่วมต่อกระบวนการทางการเมืองของชุมชนไทยในอเมริกา  โดยเฉพาะในช่วงใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งถือว่า น้อยมาก เมื่อเทียบกับชุมชนต่างด้าวอื่นที่อาศัยอยู่ในอเมริกา เรื่องดังกล่าวได้มีผู้สะท้อนปัญหาให้ผู้เขียนรับทราบมานานพอสมควร ทั้งจากฟากตะวันตกอย่างรัฐแคลิฟอร์เนีย และฟากตะวันออกเขตเมืองหลวง วอชิงตัน ดีซี ในเมื่อสมาชิกสภาคองเกรสบางคนได้ศึกษาทำการวิจัยและวิเคราะห์เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของชุมชนต่างด้าวในอเมริกาในช่วงที่ผ่านมา และปรากฎในรายงานว่า ชุนชนไทยที่อเมริกาตอบสนองต่อเรื่องนี้น้อยมาก  มีคนไม่รู้ระบบ และกระบวนการทางการเมืองอเมริกันจำนวนมาก แม้ว่าได้ตั้งรกรากที่อเมริกานานกว่า 20 ปีก็ตาม

นี้ไม่รวมถึงจำนวนตัวเลขคนไทยในอเมริกาที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษ หรือรู้อย่างงูๆปลาๆถึงเกินกว่าครึ่ง

                ต่อประเด็นนี้ น่าสนใจว่า ในส่วนของฝ่ายไทยทั้งที่อเมริกา และที่เมืองไทย โดยเฉพาะหน่วยงานราชการไทยในช่วงที่ผ่านมา ไม่เคยทำการวิจัยกรณีคนไทยในอเมริกา ทั้งขณะนี้เชื่อกันน่า คนไทยเหล่านี้เป็นแหล่งรายได้ให้กับประเทศปีละจำนวนมหาศาล พวกเขาส่งเงินกลับเมืองไทย ผ่านทั้งระบบใต้ดิน บนดิน ยอดคนไทย ในอเมริกาอาจเป็นล้าน มากกว่าแรงงานต่างประเทศอื่นๆ แต่รัฐกลับให้ความสำคัญน้อยมาก

                นี่เป็นสาเหตุของความห่างเหินกับ “ระบบไทย”ของคนไทยในอเมริกา ซึ่งหมายถึงหน่วยงานราชการไทยในอเมริกาโดยส่วนหนึ่ง เพราะหน่วยงานเหล่านี้ เป็นพึ่งให้กับพวกเขาไม่ได้ หลายหน่วยงานของรัฐบาลไทย ดังเช่น สถานทูต สถานกงสุล และอีกหลายหน่วยงาน เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น หาได้มีบทบาทในเชิงการให้ความช่วยเหลือ หรือรับทราบปัญหา และสะท้อนที่แท้จริงของคนไทยในอเมริกาไม่               

บ็อบ จินเดล

กรณีศึกษาสำหรับคนไทยในอเมริกาอย่างดี ได้ประการหนึ่ง เมื่อ คองเกรสแมน บ็อบบี้ (Bobby Jindal)  แห่งพรรครีพับลิกัน ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐหลุยเซียน่า เมื่อเกือบสองสัปดาห์ที่แล้ว  จินเดลชนะคู่แข่งแบบถล่มทลายในการโหวต ได้เสียงมากถึง 625,036 คะแนน  นัยยะสำคัญ คือเขาเป็นผู้ว่าการรัฐในวัยแค่ 36   และยิ่งกว่านั้น ยังเป็นเชื้อสายอินเดียน   พ่อแม่ของจินเดล  มาจากรัฐปัญจาบประเทศอินเดีย  เขายังเป็นแค่รุ่นแรก(First Generation) เท่านั้น  ทั้งยังเป็นผู้ว่าการรัฐคนแรกในประวัติศาตร์การเมืองอเมริกาที่ไม่ใช่คนผิวขาว 

 น่าสนใจว่า คนไทยที่อเมริกาได้เตรียมตัวเองและเตรียมลูกหลานในเรื่องพวกนี้อย่างไร ในเมื่อความสนใจใคร่รู้ และเข้าร่วมวิถีการเมืองอเมริกันมีน้อยมาก นี้น่าจะทบทวนและเริ่มใส่ใจกันได้บ้างแล้ว

 “เรื่องใกล้ตัว” ประการต่อมา ซึ่งเป็นข้อสะท้อนจาก “คนที่ทำงานให้สภาคองเกรส” ที่วอชิงตันดีซี คือ กรณีเหตุการณ์ไฟไหม้ป่า และลุกลามไหม้บ้านเรือนหลายจุดที่แคลิฟอร์เนีย ที่ยังไม่มีท่าที แม้แต่การแสดงความเห็นใจคนอเมริกันจากหน่วยงานฝ่ายไทย  ยิ่งมิพักต้องเอ่ยถึงผู้นำชุมชนไทยที่อเมริกา

ต่อประเด็นนี้ แม้ว่าอเมริกาเป็นประเทศใหญ่  มีขนาดกำลังคน และทรัพยากรมากมาย ละสามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้ในที่สุดก็จริง แต่เป็นประเด็นที่เชื่อมโยงไปถึงการเข้ามีส่วนร่วมของชุมชนไทยทีอเมริกา ขณะที่ในระดับประเทศ  สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของทั้ง  2 ประเทศที่ไม่ค่อยจริงจังและอ่อนด้อย ทำให้มองเห็นได้ถึงวิธี ประสานความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อเมริกา ในลักษณะที่ว่า หากมีปัญหาที่ต้องการร้องขอความช่วยเหลือจากอเมริกาถึงค่อยเข้าหา อย่างเช่น การพบปะในระดับผู้นำ หรือการเจรจาทางด้านการค้า การลงทุน เพราะต้องไม่ลืมว่า ปัจจุบันโลกแคบมาก ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลถึงกันหมด

                สิ่งที่เห็นได้อีกประเด็นหนึ่ง  คือความเข้าใจหรือกระบวนทัศน์ ต่อประเทศอเมริกา และต่อคนไทยในอเมริกาของคนไทยในประเทศไทย เป็นไปในลักษณะสวนทางกับข้อเท็จจริง   ไม่เคยมีการศึกษา และทำความเข้าใจจากหน่วยงานใดๆในประเทศ และต่างประเทศเลย ที่สำคัญกระบวนทัศน์การมองอเมริกายังอยู่ในรูปแบบเก่า คร่ำครึ ที่มีลักษณะเป็น แค่“ปรัชญา” ดังเช่นวลี ทุนนิยม สังคมนิยม คอมมิวนิสต์  ซ้ายหรือขวา ที่หาประโยชน์ใดแทบจะไม่ได้ นอกจากเป็นเพียงการโต้หรือประคารมทางความคิดเท่านั้น

                “เรื่องใกล้ตัว” ประการสุดท้ายที่อยากเรียนให้ทราบ คือ การเดินทางไปเมืองไทยของคองเกรสแมน แคลิฟอร์เนีย คนสำคัญ ของพรรครีพับลิกัน ดาน่า โรบาร์กเกอร์ (Dana Rohrabacher) หากไม่เปลี่ยนแปลงแผนการ เขาจะไปเมืองไทยเดือนหน้าด้วยเวลาจำกัดแค่ 3 วัน  ด้วยหลายภาระกิจ  มีการประชุมภายใน (Private  Meeting) กับเจ้าหน้าที่อเมริกันที่เมืองไทย 1 วัน ส่วน 2 วันที่เหลือ เขาจะใช้เวลา “ข้างนอกกรุงเทพ” ที่ไม่สามารถสถานที่ระบุได้ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการรักษาความปลอดภัย  

ดานา รอห์บาร์คเกอร์

หนึ่งในภาระกิจเหล่านั้น คือ การค้นหาข้อเท็จจริงกรณีเหตุการณ์ในพม่า และสถานการณ์ผู้อพยพตามแนวชายแดนไทย-พม่า การเดินทางไปเมืองไทยของสส.ของแคลิฟอร์เนียครั้งนี้มีผลต่อการกำหนดนโยบาย โดยเฉพาะด้านต่างประเทศ ซึ่งลึกๆแล้วหมายถึงท่าทีบางส่วนของอเมริกา

ที่สำคัญยังเกี่ยวข้องถึงเงินอุดหนุนกับกลุ่มนักกิจกรรม หรือประเทศที่ช่วยเหลือผู้อพยพ ชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพชาวพม่า รวมทั้งท่าที และการกำหนดนโยบายระดับภูมิภาค(เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)ของอเมริกาอีกด้วย

หมายเหตุ :คัดจากบทความของพีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ ในสยามรัฐรายวัน ก่อนหน้านี้

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: