ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนคนไทยทางแคลิฟอร์เนีย ที่รู้จักกันมานานบางคน ทำให้เห็นถึงแนวคิดหลายอย่างเกี่ยวกับการวิวัฒน์พัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงของชุมชนไทยในอเมริกา โดยที่เพื่อนๆเหล่านี้ทำมาหากินอยู่ที่นี่มานานเกิน 30 ปี กันเป็นส่วนใหญ่

                เพื่อนบางคนอยู่ในวัยกำลังใกล้เกษียณ บางคนก็เกษียณไปแล้ว  แต่เนื้อใหญ่ใจความที่พวกเขาสื่อถึงผมคือ ความปริวิตกเกี่ยวกับการจัดการชุมชนไทยในอเมริกา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อลูกหลาน

ผมขอแบ่งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดการชุมชนไทย (ซึ่งก็เหมือนกับชุมชนชาติพันธุ์อื่นๆที่ไปปักหลักอยู่ในอเมริกาและขยายเติบโต) ออกเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาชนหรือคนในชุมชน ฝ่ายหน่วยงานของรัฐไทยและฝ่ายหน่วยงานของรัฐอเมริกา

                การพัฒนาใดๆ ก็ตาม หากว่า 3 ฝ่ายไม่ประกอบกันอย่างบริบูรณ์หรือครบองค์สามแล้ว ก็เป็นเหตุทำให้เชื่อได้ว่า จะไม่ประสบผลสำเร็จ หรือการพัฒนาเป็นไปอย่างเชื่องช้า

                เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของคนไทยในชุมชน แม้เราจะมี “ไทยทาวน์”ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม แต่มีคำถามเกิดขึ้นว่า ไทยทาวน์ได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และส่งเสริมภาพลักษณ์ของคนไทย ประเทศไทยได้มากน้อยขนาดไหน  

                ทั้งเวลาพูดอธิบาย ถึงองคาพยพแห่งวิถีชีวิต คนไทยในอเมริกา ที่มีทั้งภาพเล็กและภาพใหญ่  ก็เป็นเหตุให้ได้ข้อเท็จจริงไปอีกแบบหนึ่ง

                การวิภัชถ้อยคำในการอธิบายจึงเป็นสิ่งจำเป็น  เพราะคนไทยในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานของรัฐไทยไม่เข้าใจและไม่พยายามทำความเข้าใจ ทั้งๆที่หากมีความพยายามและให้ความสำคัญเสียหน่อยก็จะเข้าใจได้ไม่ยาก  การใช้จ่ายงบประมาณที่มาจากเงินภาษีของพี่น้องคนไทยในประเทศก็จะเป็นไปอย่างคุ้มค่า

                 หน่วยงานรัฐไทย สมควรที่จะต้องทำความเข้าใจเพื่อพัฒนาการที่ดีงามและงานบูรณาการชุมชนไทยในอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการโปรโมทภาพลักษณ์ของประเทศไทยและคนไทย หรือเพื่อวิถีความเป็นอยู่ที่นี่ให้ดีขึ้น รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศก็ตาม

                น่าสนใจว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐไทย ที่ปกติแล้วย้ายไปย้ายมา เพื่อกินตำแหน่ง ชั่วครั้งชั่วคราว แค่ไม่กี่ชั่วข้ามปี ได้ใส่ใจทำการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับชุมชนไทยกันมากน้อยขนาดไหน

                อย่างเช่น  การสำรวจและวิจัยด้านประชากรคนไทย งานศึกษาและวิจัยด้านประวัติศาตร์และวัฒนธรรมของชุมชนไทยในอเมริกา ซึ่งจะเป็นฐานนำไปสู่การ “การเข้าถึงให้ตรงจุด” ต่อการพัฒนาชุมชนไทย การโปรโมทประเทศไทย ตลอดถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศอเมริกาในภาพรวมใหญ่

                ส่วนใหญ่ที่ทำกันอยู่ขณะนี้ การกำหนดทิศทางหรือนโยบายมาจากรัฐบาลไทยที่กรุงเทพ ส่งผ่านหน่วยงานในต่างแดนเสมือนเป็นแขนขา

ดำรง ใคร่ครวญ กงสุลใหญ่แอล.เอ.

                หน่วยงานของรัฐไทย อย่างสถานทูต สถานกงสุล เป็นหน่วยงานปลายทาง ขณะที่รัฐบาลเป็นส่วนหัวบัญชาการ เพื่อนผมเป็นห่วงว่า ก็ในเมื่อส่วนหัวไม่ให้ความสนใจที่จะทำความเข้าใจองคาพยพทั้งหมดของชุมชนไทยและคนไทยในอเมริกาแล้ว ส่วนหางก็สักแต่ทำแบบขอไปที ตามหน้าที่ พอย้ายไปรับตำแหน่งที่อื่นก็เป็นอันจบกัน

                ดูอย่างงานส่งเสริม(โปรโมท)วัฒนธรรมและประเพณีไทย(เพื่อภาพลักษณ์ สะท้อนเอกลักษณ์ เอกราชของไทย สืบเนื่องต่อไปถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย) ที่กระทำกันในอเมริกาทุกวันนี้ เป็นอาทิ

                แทบทุกครั้งในการจัดงานโปรโมทวัฒนธรรมไทย หน่วยงานของรัฐไทย คือ (หน่วยงานของ)กระทรวงการต่างประเทศ จะถูกวางให้เป็นสะดมภ์หลักในการจัดหรือประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในส่วนของฝ่ายไทยและในส่วนของฝ่ายอเมริกัน ซึ่งข้อนี้ว่าไปแล้วหน่วยงานเอกชนและบุคคลของไทยในอเมริกาเองมีส่วนในการช่วยเหลือเป็นปกติอยู่แล้ว

                หลายคนย่อมรู้ว่า งานด้านวัฒนธรรม ย่อมไม่ใช่งานที่กระทรวงการต่างประเทศถนัด ก็ในเมื่อเรามีกระทรวงวัฒนธรรม ที่มีกลไก การทำงาน เรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว

เพื่อนผมหลายคนไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่ดึงหน่วยงานที่ดูแลด้านวัฒนธรรมโดยตรงเข้ามาจัดการงานด้านวัฒนธรรมอย่างมืออาชีพ ก็ในเมื่อเวลานี้รัฐไทยยังมีตัวแทนของกระทรวงอื่นๆตั้งสำนักงานอยู่ได้ เช่น พาณิชย์ คลัง การท่องเที่ยวฯ เป็นต้น

                ผมเองเชื่อว่า กระทรวงวัฒนธรรมของเรามีบุคคลากรที่มีคุณภาพอยู่เป็นจำนวนมาก            

เพราะภาพของการจัดงานด้านวัฒนธรรมไทยในอเมริกาเวลานี้ ก็คือ การจัดแต่ละครั้งคณะผู้จัด จะต้องขอความช่วยเหลือจากวัดไทย ซึ่งพอมีครูอาสา(ที่ปกติมีประจำอยู่บางวัด) ที่มีความรู้ “เฉพาะด้าน” ทางด้านวัฒนธรรมไทยแขนงต่างๆอยู่บ้าง

                ไม่ใช่เรื่องผิดสำหรับความมือระหว่างวัดไทยกับชุมชนไทย แต่ในเมื่อต้องการเห็นสิ่งที่เรียกว่า “งานบูรณาการด้านวัฒนธรรมไทย”กันอย่างแท้จริง ซึ่งจะเกิดคุณูปการหลายสิ่งหลายอย่างแล้ว การเอามืออาชีพ หน่วยงานอาชีพ ลงมาน่าจะเป็นประโยชน์อย่างรวดเร็วและมากขึ้นต่อประเทศไทยและคนไทยที่นี่

                รวมทั้ง สิ่งที่คนไทยหลายๆคนอยากจะเห็น คือ ศูนย์วัฒนธรรมไทยในอเมริกา

                ความหมายก็คือ เมื่อคนไทย คณะคนไทย เยาวชนไทย (หรือแม้กระทั่งคนอเมริกัน)ฯลฯ ต้องการเรียนรู้ และจัดงานด้านวัฒนธรรมไทย พวกเขาเหล่านี้สามารถเข้าไปใช้ทรัพยากรและใช้บริการของศูนย์วัฒนธรรมไทยแห่งนี้ได้

                รวมทั้งเชื่อแน่ว่า ศูนย์แห่งนี้ จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมด้านวัฒนธรรมของไทยทาวน์แต่ละแห่ง ในแต่ละรัฐได้ นอกเหนือไปจากไทยทาวน์ฮอลลีวูดที่ถือเป็นไทยทาวน์แห่งแรกแล้ว

                โดยที่ “ไทยทาวน์”เอง ก็ไม่จำเป็นต้องมีแห่งเดียว เมืองในรัฐฝั่งตะวันออก เช่น นิวยอร์ค ชิคาโก น่าจะมีสักแห่ง เพราะมีขนาดชุมชนไทยที่ใหญ่เช่นเดียวกัน

เหตุผลอีกประการ คือ หากว่าไปแล้วทุกวันนี้ การทำงานด้านวัฒนธรรม รวมทั้งงานเผยแผ่พระศาสนา มักไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนทั้งคนและอุปกรณ์จากรัฐไทยโดยตรงมากนัก ทั้งที่เป็นความจำเป็น โดยเฉพาะต่อลูกหลานคนไทยที่เติบใหญ่ในต่างแดน

ที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ รัฐบาลหลายประเทศ อย่าง จีน เกาหลี ญี่ปุ่น แม้กระทั่งเวียดนามก็ให้ความสำคัญ และลงมือทำไปแล้ว มีทั้งศูนย์ มีทั้งสื่อ เป็นแหล่งข้อมูล สนับสนุนกิจกรรมด้านวัฒนธรรม ซึ่งจัดเพื่อโปรโมทประเทศแต่ละครั้ง ตามชุมชนของพวกเขาเอง หรือแม้ตามสถานที่แสดงวัฒนธรรมต่างๆในอเมริกา

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม

หากว่าไปแล้ว วัฒนธรรม ถือเป็นฐานสำคัญ และมูลเหตุเชื่อมโยงไปสู่ประเด็นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเศรษฐกิจหรือประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศคู่สัมพันธ์

โดยเฉพาะสัมพันธ์ประเทศไทยกับอเมริกา ที่เพิ่งผ่านรอบ 175 ปี ไปเมื่อไม่นานมานี้ มีผลประโยชน์พัวพันอย่างแยกไม่ออก ขณะที่อเมริกันนั้น เข้าไปมีศูนย์เพื่อโปรโมทวัฒนธรรมอเมริกันหลายแห่งอยู่ในเมืองไทยมานานหลายปี จะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตามแต่

การดำเนินการในเรื่องนี้จะให้คุณมากขึ้น หากข้าราชการไทยในอเมริกาในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมการจัดหาข้อมูลให้รอบด้าน หลากหลาย ทั้งจากตัวบุคคลและสถานที่

เพราะที่ผ่านๆมา เราเสียเงินประมาณเพื่อพิธีการต้อนรับคณะบุคคลทั้งจากภาคการเมืองและภาคราชการที่เดินทางมาจากเมืองไทยเป็นจำนวนไม่น้อย

ก็ในยุคดิจิตอลนี้ น่าจะพอกันเสียทีสำหรับ “วัฒนธรรมช้างเหยีบนา พระยาเหยียบเมือง”

  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: