อเมริกันกับมุมมองใหม่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ : piralv@yahoo.com

ผมเคยเขียนในคอลัมน์“สายด่วนอเมริกา” สยามรัฐประจำฉบับวันที่ 30 เมษายน 2553 หัวข้อ“ท่าทีคองเกรสต่อเหตุการณ์ในไทย” มีใจความตอนหนึ่งว่า

“ไม่เว้นแต่สมาชิกสภาคองเกรสของอเมริกาบางคน ที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด นับแต่เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาส่วนหนึ่งของความวิตกกังวล แม้จะเป็นเรื่องภายในของไทยก็จริง แต่ก็คาบเกี่ยวกับผลประโยชน์ของอเมริกาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้ออย่างที่เป็นอยู่

การจับตามองของคองเกรสอเมริกัน ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์ประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงในเดือนมี.ค.ตลอดถึงเดือนเม.ย.นี้เท่านั้น  แต่สืบเนื่องมานับแต่การประท้วงของคนกลุ่มเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว(2553)

และ…

คองเกรสกำลังรอรายงานวิจัยและการวิเคราะห์ชิ้นใหม่ภายหลังเหตุการณ์กรุงเทพ 10 และ 22 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งหน่วยงานนิติบัญญัติแห่งนี้ได้ส่งเจ้าหน้ามาสังเกตุการณ์อย่างไม่เป็นทางการ โดยประสานงานกับสถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทย”

นี่เป็นส่วนหนึ่งครับ ซึ่งในตอนนั้น ยังไม่เกิดเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553

ฮิลลารี คลินตัน

                ขณะเดียวผมได้อ้างการติดตามสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด นับย้อนหลังความขัดแย้งของการเมืองไทยราวๆสองปี จนก่อให้เกิดรายงานชิ้นหนึ่งเสนอต่ออเมริกันคองเกรส ชื่อว่า ความวุ่นวายทางการเมืองในไทยและผลประโยชน์ของอเมริกา(Political Turmoil in Thailand and US Interests)  ผู้เขียนคือ Emma Chanlett-Avery  ซึ่งทำงานด้าน(วิจัย)ข้อมูลให้กับยูเอสคองเกรสที่วอชิงตันดี.ซี.

                วันนี้ จึงขอรายงานความคืบหน้าล่าสุดที่เชื่อมโยงถึงความสนใจของบรรดาสมาชิกรัฐสภาอเมริกันต่อสถานการณ์เมษาและพฤษภาอำมหิต(แล้วแต่จะเรียกกัน) ในเมืองไทย ที่กลุ่มคนเสื้อแดง โดนสลายการชุมนุม โดยปฏิบัติการทางทหาร ที่สั่งการโดยนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะและผู้ที่เกี่ยวข้องในคณะรัฐบาล จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ถึงเข้าขั้นสถิติทางประวัติศาตร์การเมืองของไทย

                เมื่อวันพฤหัสที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา(บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.) คณะอนุกรรมาธิการด้านเอเชีย-แปซิฟิคฯ (Subcommittee on Asia , the Pacific and the Global Environment)  ได้เปิดเวที “เฮียริ่ง”(Hearing)  หรือรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเมืองไทยจากบรรดาสมาชิกคองเกรส ที่อยู่ในส่วนของกรรมาธิการต่างประเทศ( The Committee on Foreign Affairs)  และบางส่วนเป็นสมาชิกผู้เกี่ยวข้องนอกเหนือจากสส. แต่นั่งอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ด้วย

                คนนำเสนอเรื่องนี้  เพื่อให้คณะกรรมาธิการรับฟัง คือ นายสก็อต มาร์เซล(Scot Marciel) ผู้ช่วยเลขานุการ ส่วนงานเอเชียตะวันออก-แปซิฟิค และเอกอัคราชทูตอเมริกันประจำอาเซียน(ASEAN)  กระทรวงการต่างประเทศ

                หัวข้อที่บรรดาสมาชิกสภาล่างอเมริกันเข้าร่วมรับฟัง ชื่อว่า ประเทศไทย : หนทางไปสู่การปรองดอง หรือ Thailand : The Path Toward Reconciliation

                หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางการอเมริกันผ่านหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะวิธีเปิดเผย คือ ผ่านกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่นับรวมหน่วยงานอื่นๆของทางการอเมริกันที่ลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์เช่นเดียวกัน รวมทั้งการติดตามการนำเสนอของสื่อไทยอีกส่วนหนึ่ง

                ประเด็นก็คือ ทางอเมริกันเห็นว่า สถานการณ์ทางการเมืองในเมืองไทยยังล่อแหลมหรือสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้นอีก หากว่าข้อเสนอปรองดองของรัฐบาลไม่ถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ อเมริกาเองพร้อมที่จะกำหนดท่าทีต่อเมืองไทยอย่างถูกต้องและตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับประชาชนชาวไทย

                ข้อมูลทั้งหมดมาจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด้านการทูตและเจ้าหน้าที่อเมริกันด้านความมั่นคงเอง มีสถานทูตอเมริกันประจำประเทศไทยเป็นหน่วยงานประสานในพื้นที่

                สำหรับตัวนายมาร์เซลเองนั้น ถือได้ว่า เป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศ เริ่มทำงานมาตั้งแต่ปี 1985 มีประสบการณ์การทำงานในเอเชียมายาวนาน รวมทั้งที่ เวียดนาม ฮ่องกงและฟิลิปปินส์

                หลังการรับฟังคราวนี้ สมาชิกคองเกรสที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันประเมินสถานการณ์ และกำหนดท่าทีต่อประเทศไทย ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงการกำหนดยุทธศาตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก ที่ตอนนี้มี จีน เป็นประเทศคู่แข่งสำคัญของอเมริกาต่อการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ

                คณะกรรมาธิการจำเป็นต้องประเมินกันเป็นระยะ ขณะที่เมืองไทยเองยังอยู่ในช่วงของการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน)อยู่ในเวลานี้ แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ

                ขณะเดียวกันด้านของสภาสูงหรือซีเนตเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วุฒิสมาชิก จิม เว็บบ์(เดโมแครต; เวอร์จิเนีย) ประธานคณะอนุกรรมาธิการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิค ได้เดินทางไปเยือนบางประเทศในเอเชีย  ได้แก่ เกาหลีใต้และไทย  

สว.อเมริกันผู้นี้ มีกำหนดการไปเยือนพม่าด้วย แต่เผอิญเกิดเหตุการณ์การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความมือการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับรัฐบาลทหารพม่าออกมาเสียก่อน เขาจึงระงับการเดินทางตามกำหนดการเดิม

ที่เมืองไทยสว.เวบบ์ พบกับนายกรัฐมนตรีของไทย และเรียกร้องให้ แก้ปัญหาควมขัดแย้งทางการเมือง โดยสันติวิธี ซึ่งที่ผ่านมาทางสภาสูง(ซีเนต)เองได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการมาแล้ว ความสนใจของทั้งสองสภาอเมริกันต่อเหตุการณ์ในเมืองไทยจึงมีสูงมาก ภายหลังจากสงครามเย็บจบลง

                เมื่อเร็วๆนี้ เวบบ์เอง เคยเสนอขอเพิ่มงบประมาณสำหรับใช้เพื่อการเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิปิค สำหรับงบปีหน้า(2011)เป็น 100 ล้านดอลาร์ แต่ไม่ผ่านการอนุมัติ เขากังวลว่า งบประมาณที่ได้รับในปีนี้(2010) ซึ่งมีจำนวน 177.9 ล้านเหรียญ หากเปรียบเทียบกับงบปี 2011 จำนวน 61.3 ล้านเหรียญแล้ว น่าเป็นห่วงต่อการดำรงบทบาทประเทศ “ดุลอำนาจ”ของอเมริกาอย่างยิ่ง จากจำนวนงบประมาณที่ลดลงมากถึง 65 เปอร์เซ็นต์

                “ดุลอำนาจ”ที่เวบบ์เองบอกว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกฉียงใต้ต้องการ เพื่อที่จะคานกับการแผ่อิทธิพลของจีน ยิ่งระยะหลังความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับพม่าเป็นไปอย่างมีเลศนัยแอบแฝง กรณีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

                พม่าเองกำลังจะกลายเป็นจุดยุทธศาตร์สำคัญสำหรับอเมริกา โดยมประเทศทางผ่าน ก่อนไปยังประเทศพม่าก็คือ  ไทย

จึงไม่แปลกที่เหตุการณ์ความไม่สงบ(ภาย)ในไทยคราวนี้ ส่งผลให้อเมริกา ระดมแทบสรรพกำลัง ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสาร การของบเพิ่ม และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รวมทั้งในระดับภูมิภาคมากขึ้น

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: