กรณี”วิกเตอร์ บูท”กับสัมพันธ์ไทยอเมริกา

พีร์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์  

ที่ผมพอทราบตอนนี้มีการพูดถึงการส่งตัวนายวิกเตอร์ บูท(Viktor Anatolyevich  Bout) นักธุรกิจชาวรัสเซีย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับกุมเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2008 กลับมายังอเมริกาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน คนที่พูดและแสดงความคิดเห็นผ่านบทความของอย่างน้อยก็เป็นสมาชิกสภาคองเกรส ส่วนใหญ่จากพรรครีพับลิกัน ที่หวังครองตำแหน่งส่วนมากในการชิงชัยการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

วิกเตอร์ บูท

                หนึ่งในนั้น มีสส.เอ็ด รอยซ์ (Ed Royce) คองเกรสแมนจากเขต 40  แถบเมืองฟุลเลอร์ตัน ออร์เร้นจ์ เค้าน์ตี้ รัฐแคลิฟอร์เนีย หนึ่งในคณะกรรมาธิการต่างประเทศของสภาคองเกรส ที่เมื่อเร็วๆนี้ เขาเสนอความเห็นในเรื่องนี้อย่างแข็งขันให้รัฐบาลโอบามานำนายวิกเตอร์บูทมาขึ้นศาลพิจารณาคดีในอเมริกาให้จงได้

                สมาชิกข้างพรรครีพับลิกันหลายคนบอกว่า พวกเขากำลังดูว่า รัฐบาลโอบามา จะประสบผลสำเร็จในการขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาได้หรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับอเมริกา ในระดับหนึ่ง

                สส.รอยซ์รู้ว่า ไทยลำบากใจในการเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งระหว่างอเมริกากับรัสเซีย แต่ผลประโยชน์ของอเมริกาและของคนอเมริกัน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องปกป้อง และข้างฝ่ายรีพับลิกันกำลังมองว่า รัฐบาลโอบามาอ่อนแอสำหรับการเจรจากับรัฐบาลไทยครั้งนี้

                แน่นอนรัฐบาลอเมริกันเอง คงไม่อยากให้เรื่องนี้ไปกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ที่มีมายาวนาน แต่ตามข้อมูลของหน่วยงานอเมริกันหลายๆหน่วย นายวิกเตอร์ บูท เป็นอาชญากรในฐานะของคนค้าอาวุธให้กับประเทศ องค์กร และบุคคลที่ต่อต้านผลประโยชน์และเป็นภัยต่อคนอเมริกันทั่วโลก  หากคราวนี้ไม่ได้ตัวนายบูทกลับอเมริกา สส.รอยซ์ บอกว่า รัฐบาลโอบามา จะต้องรับผิดชอบ

                ทั้งสส.และสภาสูง หรือวุฒิสภาข้างฝ่ายรีพับลิกัน ได้ตีเกราะเคาะข่าวนี้กันพอสมควรในช่วงนี้ เนื่องจากนายบูทมีประวัติเชื่อมโยงการขายอาวุธให้กับองค์กรก่อการร้ายทั่วโลก รวมกระทั่งการฟอกเงิน ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ที่ศาลนิวยอร์ค

                ความเข้าใจของสส.รอยซ์ คือ  หากไทยส่งตัวนายบูทให้กับรัสเซีย ก็แทบไม่ต่างจากปล่อยเสือเข้าป่า และอันตรายอย่างใหญ่หลวงก็จะเกิดขึ้นกับอเมริกาอีก

                สส.ของแคลิฟอร์เนียภาคใต้คนเดียวกันนี้ ระบุว่า เขาเข้าใจและติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง รวมทั้งการประท้วงครั้งใหญ่ครั้งล่าสุดในไทยมาตลอด และก็เห็นว่า ผลพวงของสถานการณ์นี้อาจทำให้นายบูทหลุดกลับไปอยู่ที่การคุ้มครองของรัสเซีย

                เขาบอกว่า ที่จริงแล้วเรื่องนี้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ดำเนินการผ่านหน่วยงานด้านการทูตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดต่อกับผู้นำไทยตั้งแต่ปี 2008 เพื่อยกระดับการให้ความสำคัญในการนำตัวนายบูทกลับมาดำเนินคดีในอเมริกา แต่ก็อย่างที่รู้กัน คือ เรื่องเนิ่นช้าและส่อเค้าจะเป็นปัญหาไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้แรก

                บทความของคองเกรสแมนรอยซ์ ยังบอกด้วยว่า นายเจมส์ โจนส์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโอบามา ได้ส่งหนังสือแจ้งต่อเขาและเพื่อนสมาชิกคองเกรสว่า ทางรัฐบาลอเมริกันได้พยายามเจรจากดดันรัฐบาลไทยหลายต่อครั้งนับแต่ช่วงของการจับกุมนายบูท แต่แล้วท้ายที่สุดก็น่าผิดหวังต่อการดำเนินการของไทยภายหลังจากที่ศาลอุทรณ์ได้มีคำตัดสินออกมา  

                และถือเป็นความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมหากว่าปล่อยนายบูทเป็นอิสระ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกากับประเทศพันธมิตรเอเชียนสำคัญๆ(A key Asian ally) ก็จะกระทบไปด้วย ซึ่งก็ถึงเวลาพิสูจน์ความสามารถของรัฐบาลโอบามา ว่าสามารถแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งเกี่ยวพันกับความมั่นคงของอเมริกาได้มากน้อยขนาดไหน

                เรื่องของเรื่องก็คือ ในเวลานี้แคมเปญการหาเสียงของฝ่ายรีพับลิกันเน้นไปที่ความมั่นคงของประเทศและสวัสดิภาพของคนอเมริกันทั่วโลก ในช่วงเวลาที่คะแนนของโอบามาและพรรคเดโมแครตกำลังตก

                ข้อมูลของสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมาได้ถูกวิเคราะห์และส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมมาธิการต่างประเทศ แคปิตอล ฮิล สภาคองเกรส วอชิงตันดี.ซี. 

                นอกเหนือจากที่ก่อนหน้านี้ ข้อมูลผ่านทางการอเมริกัน ที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอทางปฏิบัติและทางเลือกนโยบายต่อประเทศไทย

                ท่าทีดังกล่าว สอดคล้องกับถ้อยแถลงของวุฒิสมาชิก จิม เวบบ์ (รัฐเวอร์จิเนีย) แห่งพรรคเดโมแครต ซึ่งเดินทางไปเยือนไทยและบางประเทศในภูมิภาคในเวลาใกล้เคียง

                อย่างที่เห็น รัฐบาลอเมริกันยังคงต้องการดีล(ติดต่อ/มีสัมพันธภาพ)กับรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน และไม่ต้องการ “มีอะไรในไทย” นอกเหนือไปจากนี้ บนพื้นฐานผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

                แต่เวลานี้การอยากได้ตัววิกเตอร์ บูท และหวังผลคะแนนนิยม ทำให้รัฐบาลโอบามาต้องเลือกเดินเกมกดกันไทยอีกด้าน ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็บอกว่า เป็นพันธมิตร

                เพราะไทยเอง ก็ยังมีความสำคัญต่ออเมริกา ในฐานแห่งจุดยุทธศาตร์เชื่อมโยงข้อต่อยับยั้งอิทธิพลของจีน ซึ่งนับวันจะแผ่ขยายออกไปประเทศแถบภูมิภาคนี้มากขึ้น อย่างเช่น เข้าไปในพม่า และลาว

                กรณีของลาว การจับกุมนายพลวังเปา ผู้นำกองกำลังม้งกู้ชาติที่พำนักอยู่ในอเมริกามาหลายปีในช่วง ก่อนหน้านี้ สะท้อนถึงข้อแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาลอเมริกันกับรัฐบาลลาว

                สำหรับกรณีของวิกเตอร์ บูท หากไม่เป็นไปตามข้อเสนอของฝ่ายอเมริกัน  น้ำหนักแรงกดทับจากสมาชิกคองเกรสส่วนหนึ่งย่อมลงไปสู่รัฐบาลโอบามา ซึ่งข้างฝ่ายรีพับลิกันเริ่มโหมประโคมกันแล้ว บนความหวาดกลัวการก่อการร้ายของคนอเมริกันที่มีมานานเกือบทศวรรษ หลัง “เหตุการณ์ 11 กันยายน”

                ท่าทีของคองเกรสแมนที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานอย่างดาน่า รอบาร์คเกอร์(Dana Rohrabacher)  รีพับลิกัน เขต 46 แห่งแคลิฟอร์เนียก็แทบไม่แตกต่างกัน สส.อเมริกันคนเดียวกันนี้เคยเดินทางมาเยือนไทยด้วยตัวเองหลายต่อหลายครั้ง ทั้งโดยทางการและไม่เป็นทางการ

                ในงานวิเคราะห์และวิจัยหลายต่อครั้งรอบาร์คเกอร์เคยให้ อัล ซานโตลี(Al Santoli ) ทำหน้าที่ด้านข้อมูลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังงานเกี่ยวพับพม่าและชนกลุ่มน้อย ที่เขาใช้เจ้าหน้าที่อเมริกันที่ฝังตัวอยู่นานแล้วที่จังหวัดทางภาคเหนือ คอยประสานงานเรื่องข้อมูลดิบ

                กรณีวิกเตอร์ บูท จึงนอกจากจะเป็นเรื่องคดีที่รัฐบาลอเมริกันต้องนำตัวผู้ต้องหาสำคัญไปขึ้นศาลแล้ว อาจยังกระเทือนถึงผลประโยชน์ระหว่างไทยและอเมริกัน  ตลอดถึงการค้าขายและสิทธิพิเศษต่างๆที่ไทยได้รับจากอเมริกาอยู่ในขณะนี้

                ดักกลาส ฟาร่าห์(Douglas Farah) คนเขียน “The Merchant of Death” ( ซึ่งหมายถึงวิกเตอร์ บูท /เขียนเมื่อปี 2007)  บอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในต้นปี 2000 บริษัทของบูท อาจเคยมีสัญญารับงานกับรัฐบาลอเมริกันในการขนส่งสินค้า(อาวุธ)ไปยังอิรักเสียด้วยซ้ำ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปส่งสินค้าประเภทเดียวกันไปยังประเทศกลุ่มลูกค้าอื่นๆที่ต้องการ รวมทั้งรับงานจากหลายๆเจ้า พร้อมๆกันกับที่อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ออกคำสั่งทำเนียบขาว ห้ามนักนักธุรกิจใดๆดีลธุรกิจกับวิกเตอร์ บูท ให้เขาเป็นบุคคลอันตรายต่อความมั่นคงของอเมริกา

                อย่างไรก็ตามแม้หลังคำสั่งดังกล่าวแล้ว บูทก็ขนส่งสินค้าไปยังประเทศต่างๆที่ต้องการยุทธภัณฑ์และสินค้าอื่นๆอยู่หลายเที่ยว

                รวมถึงการขนส่งเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาสันติภาพของสหประชาติไปโซมาเลีย ขนทหารฝรั่งเศสไปรวันดา ขนอาหาร สิ่งของและคนไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึนามิที่ศรีลังกา

                เรียกว่า ได้ธุรกิจทั้งขึ้นทั้งล่องเลยทีเดียว…

Advertisements
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: