วิชาการพระพุทธศาสนา

พีร์  พงศ์พิพัฒนพันธุ์ piralv@yahoo.com

กาลวิสาขบูชาวนเวียนมาอีกรอบ โดยถือกันว่าเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลก ไม่จำเพาะเมืองไทยอย่างเดียว สากลเรียกกันว่า Vesak Day  ปีนี้ตรงกับกันที่  17 พฤษภาคม ในอเมริกาทุกๆวัด ทั้งวัดไทยและวัดพุทธนานาชาติคงมีการพิธีกรรมทางด้านศาสนา เหมือนเช่นทุกๆปีที่ผ่านมา

                เอาตามความรู้สึกของผม หลังจากสัมผัสกับความเป็นไปของสังคมที่อเมริกามา10 กว่าปี โดยต้องไม่กล่าวอ้างรายงานวิจัยใด (เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายในการสำรวจนับคน) เกี่ยวกับจำนวนผู้สนใจพุทธศาสนาในอเมริกา เชื่ออย่างแน่นอนว่า มีเพิ่มขึ้นจำนวนไม่น้อย เหมือนกับกระแสความสนใจศาตร์ตะวันออกของคนอเมริกันโดยทั่วไป

                ความสนใจในพุทธศาสนานี้ แบ่งออกเป็น ทั้งในฝ่ายมหายานและหินยาน ซึ่งก็ต้องนับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงโลกทั้ง 2 ซีกเข้าด้วยกัน เพราะยิ่งสังคมอเมริกัน เดินหน้าไปหาวัตถุมากขึ้นเท่าใด ส่วนของผู้ที่เล็งเห็นทุกขสัจจะ ก็ย่อมมีเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

คนอเมริกันกำลังมองหนทางที่จะแก้ปัญหาเช่นเดียวกัน เพียงแต่หลักความเชื่อ ซึ่งมีแรงส่งมาจากรากเหง้าทางด้านวัฒนธรรม ไม่เหมือนกับการมองหรือวิสัยทัศน์แบบไทยๆเรา

                ประเด็นนี้ ส่งผลถึงรูปแบบและวิธีการเผยแผ่พุทธศาสนาในดินแดนตะวันตกแห่งนี้  และผลที่จะได้ตามมาจากการเผยแผ่ ไม่ว่า จะเป็นพุทธสายไหนก็ตาม

                ผมมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความสนใจต่อพุทธศาสนาของคนอเมริกัน ดังนี้

  1. เพื่อบำบัดความกระหายใคร่รู้ หรือมีความสนใจเฉพาะบุคคล เป็นเรื่องธรรมดาของเป้าหมายของการแสวงหาความรู้ โดยเฉพาะ อเมริกันส่วนใหญ่ที่สนใจพุทธศาสนา และได้ศึกษาจนมีพื้นฐานทางด้านนี้ในระดับหนึ่ง จากแหล่งความรู้ทั้งในประเทศและนอกประเทศ
  2. เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน อเมริกาเจริญด้วยวัตถุ แต่มีข้อบกพร่องทางด้านจิต หรือการจัดการต่อกระบวนการภายใน ซึ่งปัญหานี้คนอเมริกันได้ให้ความสนใจอย่างถึงแก่น นับว่าแตกต่างจากคนไทย ที่ไปยึดโยงกะพี้ อย่างเช่น พิธีกรรมบางอย่าง มารวมไว้ด้วย อเมริกันกลับสนใจ ในแง่การบำบัดภายในหรือในแง่ของจิตโดยตรง หลักปฏิบัติในเรื่องการฝึกสมาธิและสติจึงรวมอยู่ในข้อนี้ เช่นเดียวกับความสนใจกรณีการปฏิบัติตามหลักปฏิบัติเรื่อง สติ ของพระภิกษุ เวียดนาม ติซ นัท ฮัน
  3. เป็นไปตามกระแสการเติบโตของศาตร์บูรพา ในอเมริกา  เหมือนกับที่ศาตร์ตะวันออกอย่างเช่น โยคะ ได้รับความสนใจอย่างมากจากบรรดาอเมริกันชนในเวลานี้ พร้อมๆกับการประยุกต์ศาตร์เหล่านี้ให้กลมกลืนกับวัฒนธรรมอเมริกันเอง ในเง่ของพุทธศาสนาก็เป็นเช่นเดียวกัน
  4. เป็นไปตามกระแสของสื่อตะวันออกที่เข้ามาเผยแพร่ในอมริกา ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ทั่วไป สารคดี หนังสือและสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะจากฟากจีนและอินเดีย ที่เป็นสะดมภ์หลักของแหล่งสื่อตะวันออก
  5. ความสนใจในเชิงสิทธิมนุษยชน ปกติคนอเมริกันอ่อนไหวง่ายในเรื่องสิทธิมนุษยนชนอยู่แล้ว ได้แก่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวพุทธธิเบตและกับผู้นำทางศาสนาคือ องค์ดาไล ลามะ  หลังจากรัฐบาลจีนคอมมิวนิสต์เข้าไปยึดครองลาซา เมืองหลวงของรัฐธิเบต เรื่องนี้มีกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนในอเมริกาให้ความสนใจอย่างมาก พร้อมกับออกมาคัดค้านตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเมื่อองค์ดาไลลามะเดินทางมายังอเมริกา ก็ได้รับความสนใจอย่างมากทั้งจากบรรดาผู้สนใจพุทธศาสนา นักสิทธิมนุษยชน และสื่อ รวมถึงนักการเมืองอเมริกันในระดับต่างๆ
  6.   ความสนใจในอารยธรรมพุทธศาสนา พุทธศาสนาได้ก่อกำเนิดอารยธรรมที่น่าสนใจในหลายๆที่ที่แผ่อิทธิพลไปถึง เป็นความสนใจในแง่ประวัติศาตร์และอารยธรรมของมนุษยชาติ ซึ่งก็นับเป็นส่วนหนึ่งของความสนใจของคนอเมริกัน
  7. 7.        ความสนใจเชิงวิชาการ หลายสถาบันการศึกษาอันดับต้นๆของอเมริกา เป็นต้นว่า มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด  แห่งแคลิฟอร์เนีย ได้มีการก่อตั้งภาควิชาพุทธศาสนามานานหลายปีแล้ว หากเป็นการให้ความรู้ในเชิงวิชาการด้านปรัชญา ซึ่งประเด็นนี้ผมคิดว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นช่องทางหนึ่งในการเผยแผ่พุทธศาสนาจากประเทศไทยมายังฝั่งอเมริกา อย่างเป็นระเบียบแบบแผนมากขึ้น  หมายถึงความร่วมมือกันระหว่างองค์กรพุทธศาสนาในเมืองไทยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก กับสถาบันการศึกษาหลายแห่งของอเมริกันที่ให้ความสนใจด้านพุทธศาสนา

ภาพรวมโดยทั่วไปที่ผ่านมา สามารถมองได้ว่าฝ่ายเผยแผ่พุทธศาสนาของไทยเราทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งส่วนองค์กรอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ยังให้ความสำคัญ ในส่วนงานวิชาการด้านพุทธศาสนาน้อยอยู่  ทั้งๆที่บทบาทงานวิชาการ จะเป็นส่วนสำคัญต่อการตั้งมั่นของพุทธศาสนาในประเทศตะวันตก

หมายถึงงานค้นคว้าวิจัยในหัวข้อต่างๆ การสำแดงทัศนะวิจารณ์ ซึ่งโลกตะวันตกถือเป็นส่วนสำคัญของการรับฟังว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร หลังจากการใช้ความคิดไตร่ตรองแล้ว พวกเขาจะสามารถตัดสินใจเลือกนับถือหรือปฏิบัติได้อย่างมีหลักการและเหตุผล บนหลักผลประโยชน์ที่จะได้รับ ทางกาย และจิต  รวมถึงผลดีด้านอื่นๆที่จะตามมา

ขณะเดียวกันงานวิชาการ ยังครอบคลุมไปถึง ความสามารถ หรือจุดอ่อนจุดแข็ง ในการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนา เช่น การเข้าถึงวัฒนธรรมอเมริกันต้องทำอย่างไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งหมายถึงการต้องรู้จักวัฒนธรรมของคนในประเทศ หรือชุมชนที่จะเข้าไปเผยแผ่  ยิ่งรู้จักมากขึ้นเท่าไร ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่มากขึ้นเท่านั้น  เช่น รู้ว่าชุมชนประเทศนั้นๆมีปัญหาอะไรและต้องใช้หลักใดเพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่นั้น

 คงไม่อาจปฏิเสธว่า อเมริกันและคนตะวันตกส่วนหนึ่งสนใจในเรื่องหลักการของการปฏิบัติ  ซึ่งแน่นอนย่อมต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับหลักคำสอนในแง่การปฏิบัติ แต่ต้องไม่ลืมว่า งานวิชาการนั้น เป็นงานที่มีหลักมีเกณฑ์ มีบรรทัดฐาน การวิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับพุทธศาสนาจะช่วยให้การหยั่งรากของพระศาสนาลึกมากขึ้นไปอีก รวมทั้งจะก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ความร่วมสมัย”

“ความร่วมสมัย” ที่ว่า เป็นความสอดคล้องอยู่ในหลักคำสอนของพุทธศาสนาอยู่แล้ว เพียงแต่หากมีการวิเคราะห์ วิจัย วิจารณ์ เกิดขึ้นได้ก็ช่วยให้เกิดกระแสแห่งการรับรู้ สร้างนัยของการตื่นตัวในการรับรู้ทัศนะหรือความคิด(กระบวนทัศน์)ใหม่ ขึ้นได้

เพราะการเข้ามาของพุทธศาสนาในตะวันตก เกิดขึ้นท่ามกลางความแตกต่างของวัฒนธรรม การยอมรับนับถือหรือไม่  ส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากศรัทธาจริต หากแต่เกิดจากปัญญาจริต ในชั้นต้น

ทั้งหน่วยงานหรือบุคคลที่มีหน้าที่เผยแผ่ หรือแม้แต่การตอบคำถามของชาวพุทธทั่วไปต่อเพื่อนๆชาวตะวันตกต่างศาสนาที่ถาม  ก็มีส่วนสำคัญยิ่งในการเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อพุทธศาสนา

ศาสนวัตถุนั้น เราก็พัฒนากันไปและเห็นผลได้ชัดในทาง “ตาภายนอก” แต่การพัฒนาด้านพุทธิปัญญาหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับพุทธศาสนา ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันมากนัก ในดินแดนอัศดงคตประเทศแห่งนี้ ทั้งที่เป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหมายถึง สัมมาทัศนะ อันเป็น “ตาภายใน” เปรียบประดุจรากแก้ว ที่หยั่งลงในดินลึก เสริมความคงอยู่ทนทานของต้นไม้

วัดหรือศาสนสถาน ย่อมมีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อพิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะนานาประเพณีฝ่ายไทย เป็นที่ประกอบกิจกรรมต่างๆของชุมชนไทยในต่างประเทศ

พิธีกรรมเหล่านั้น เสริมให้เกิดความงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสำแดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม รวมถึงที่สำคัญคือ ศรัทธา

แต่นี่เองล่ะหรือ ที่เราปฏิบัติกันอยู่แต่ฝ่ายไทย สนองตอบความเป็นคนไทยในต่างแดน ตอบสนองต่ออาการคิดถึงบ้าน หวนให้ โหยหาอดีต

หากแต่เราไม่ค่อยได้พูดถึงองค์ความรู้(พุทธิปัญญา)ด้านพุทธกันมากเท่าใดนัก

ลืมไปกระทั่งว่าคำสอนพุทธศาสนา นั้น เป็นของสากล เข้าถึงทะลุ ได้ทุกชาติ ทุกภาษา..

About these ads
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: